โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บรรทัดทอง” Street Food สุดปัง “มาไว-ไปไว” ชงตั้งย่านศก. พิเศษ-ท่องเที่ยวสร้างสรรค์ หลังเจอขาลง

Manager Online

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 07.16 น. • MGR Online

สำรวจบรรทัดทองขาลงหลังเจอพิษเศรษฐกิจตกต่ำ นักท่องเที่ยวหดหาย หลายร้านทยอยปิดตัว แต่ร้านในตำนานส่วนใหญ่ยังคงยืนหยัดสู้อยู่ได้ บางร้านมีลูกค้าแน่นเหมือนเดิม ด้านผู้ประกอบการชงตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ-ท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ขณะที่ ททท. นำ KOL จากจีนมาโปรโมต หวังดึงคนจีนกลับมาเที่ยวคึกคักอีกครั้ง

จากเซียงกง สู่ Street Food สุดปัง

สมัยก่อนหากพูดถึงถนนบรรทัดทอง คนส่วนใหญ่ที่เคยไปสัมผัสจะคุ้นชินกับบรรยากาศของเซียงกง เนื่องจากสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านซ่อมรถ และร้านขายอะไหล่รถต่าง ๆ จนหลาย ๆ คนเรียกที่นี่ “เซียงกงปทุมวัน” ขณะที่โซนบรรทัดทองฝั่งใกล้ ๆ กับสนามกีฬาแห่งชาติ ก็จะมีพวกร้านขายเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับกีฬาต่าง ๆ

ด้วยโลเกชั่นของถนนบรรทัดทองที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยและออฟฟิศต่าง ๆ ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากย่านสยามสแควร์ ที่นี่จึงเต็มไปด้วยนิสิต นักศึกษา คนทำงาน ไปจนถึงนักท่องเที่ยว ที่ออกมาหาของอร่อยกินแถว ๆ สามย่าน และขยับขยายออกมาจนถึงบรรทัดทอง จนกลายเป็นว่ามีร้านอร่อยหน้าใหม่ และร้านดั้งเดิมจากถิ่นอื่นเข้ามาเปิดร้านในย่านนี้อีกมากมาย

นอกจากนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทาง “สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU)” ได้เข้ามาดำเนินการผ่านโครงการพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ ยกระดับพื้นที่ย่าน “บรรทัดทอง-สามย่าน” ให้เป็นแหล่งรวม Street Food ยุคใหม่ มีการจัดระเบียบพื้นที่ให้เข้าถึงง่าย ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย โดยมีจุดแข็ง คือ ทำเลทองที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตอบโจทย์มีผู้บริโภคที่มีความต้องการบริโภคอาหารตั้งแต่มื้อเช้ายันมื้อดึก

หลังจากนั้นย่านถนนบรรทัดทองได้กลายเป็นย่าน Street Food ชั้นนำของเมืองไทย ที่ทั้งสองข้างทางและในซอยต่าง ๆ มีร้านอาหารน้อยใหญ่ให้เลือกกินมากมาย แต่ละร้านก็จะมีคนรอต่อคิวเข้าไปชิมของอร่อยกันเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2567 ย่านบรรทัดทองบูมอย่างมากในฐานะ Food Destination อันดับต้น ๆ ของเอเชีย ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนมาเที่ยว-กินที่ถนนแห่งนี้กันอย่างเนืองแน่น

ช่วงนั้นใครที่ผ่านมีโอกาสไปเยือนหรือผ่านไป-มา แถวย่านบรรทัดทองในช่วงยามเย็น-ค่ำ ของวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ จะเห็นร้านอาหารหลายร้านมีคนมาต่อคิวรอกินอาหารกันเพียบจนล้นเป็นแถวยาวออกมาริมฟุตบาท ซึ่งหลาย ๆ คนที่มาที่นี่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องลองไปสัมผัสบรรยากาศสักครั้ง

นอกจากนี้การที่ย่านถนนบรรทัดทองติดอันดับที่ 14 ถนนที่สุดคูลมากในโลก อันดับ 14 จาก Time Out ในปี 2567 ก็ยิ่งตอกย้ำชื่อเสียงความปังของย่านถนนแห่งนี้ในระดับสากลให้โด่งดังยิ่งขึ้น

สุดปัง Street Food บรรทัดทอง มาไว-ไปไว

สำหรับการโด่งดังอย่างรวดเร็วปานพลุแตกของ Street Food ย่านบรรทัดทองนั้น รศ.ดร.จิตติศักดิ์ ธรรมาภรณ์พิลาศ รองอธิการบดีด้านการจัดการทรัพย์สินและกายภาพ และผู้อำนวยการสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ได้เคยเปิดเผยกับผู้จัดการออนไลน์ ว่า

…ปัจจัยที่กระชากกระแสย่านบรรทัดให้แรงมากขึ้นต้องยกให้โซเชียลมีเดีย เพราะมีอินฟลูเอนเซอร์ มีนักท่องเที่ยวมาไลฟ์ทั้งทาง IG และ TikTok ทำให้ที่ตรงนี้เป็นอีก Destination ที่คนพูดถึงและต้องมา แน่นอนว่า ร้านดัง ๆ คนแน่น ๆ เป็นผลมาจากการรีวิวในโซเซียลมีเดีย บวกกับนักท่องเที่ยวแพลนไว้แล้วว่าต้องมาชิมร้านไหนบ้าง จึงส่งผลให้ร้านอาหารบางร้านค่อนข้างเงียบไม่มีลูกค้าเข้าร้าน แม้จำนวนนักเที่ยวจะแห่แหนมาเยือนย่านบรรทัดทองอย่างล้นหลามก็ตาม…

อย่างไรก็ดีบรรทัดทองเป็นหนึ่งในย่านท่องเที่ยวชื่อดังของบ้านเราที่เผชิญกับภาวะ “มาไว-ไปไว” เพราะหลังจากที่เคยบูมอย่างมากในปี 2567 เมื่อมาถึงต้นปี 2568 บรรทัดทองที่เคยมียุคทองสุดปังต้องเจอกลับยุค “ขาลง” จากหลายปัจจัยรุมเร้า ไม่ว่าจะเป็น จากพิษเศรษฐกิจ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหดหายไปมากโดยเฉพาะชาวจีนที่หายไปอย่างเห็นได้ชัด หรือจากกระแสดราม่าด้านลบที่เกิดขึ้นในโซเชียลเกี่ยวกับคุณภาพอาหารที่ไม่สอดคล้องกับราคาที่จ่าย จนหลายร้านถูกตั้งคำถามหนักในช่วงที่ผ่านมา

ขาลงบรรทัดทอง ของจริงยังอยู่

หลังบรรทัดทองเผชิญกับสภาวะขาลงตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้ของร้านอาหารหลายร้านมากลดลงกว่า 50 % ร้านบางแห่งที่เคยได้รับความนิยมในอดีตวันนี้กลับเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด บางร้านมีลูกค้าเพียงไม่กี่คน หรือไม่มีเลย และเริ่มมีบางร้านติดป้าย “เซ้งกิจการ” หรือ “ปิดร้านถาวร” ให้เห็นกันจำนวนหนึ่ง

ในส่วนของนักท่องเที่ยวนั้น จากการลงพื้นที่ของทีมข่าวผู้จัดการในค่ำคืนวันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2568 พบว่า แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่บรรทัดทองจะดู “บางตา” ลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงมีกลุ่มชาวไทยหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับร้านดัง ๆ ที่เป็น “ร้านในตำนาน” ที่มีชื่อเสียงมานานนั้น หลายร้านยังคงมีลูกค้าต่อคิวกันเต็มหน้าร้าน

ขณะเดียวกันร้านใหม่ ๆ ที่ทำแบรนด์ได้อย่างน่าสนใจก็ยังได้รับความนิยมไม่น้อย มีลูกค้าต่อคิวหรือรอรับออเดอร์อยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการทำแบรนด์และสร้างภาพลักษณ์ยังคงมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค

ชงตั้งเขตศก. พิเศษ-ท่องเที่ยวสร้างสรรค์

ผลกระทบของย่านบรรทัดทองในช่วงขาลงนั้น ดร.ชนะชาย นิมิตรพงศ์ศักดิ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ปรากฏชัดตั้งแต่หลังเทศกาลตรุษจีน 2568 จากเดิมที่เคยมีคนมาเที่ยวสูงถึงราว 15,000-30,000 คนต่อวัน ลดลงเหลือเพียง 2,000-5,000 คนต่อวันเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการบรรดาผู้ประกอบการย่านถนนบรรทัดทอง จึงได้เสนอยุทธศาสตร์ระยะยาวต่อภาครัฐและกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้พัฒนาบรรทัดทองเป็น “ย่านเศรษฐกิจพิเศษ” และ “แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ในกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการจัดอีเว้นต์ต่าง ๆ โดยมีการแบ่งพื้นที่จัดงานและปิดถนนได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ทางผู้ประกอบการย่านบรรทัดทองยังเสนอให้ ทาง “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)” จัดกิจกรรมโปรโมตเทศกาล Street Food ย่านบรรทัดทองไว้ในแผนที่ “Street Food ทั่วโลก” รวมถึงเสนอให้ขยายช่วงเวลาการเปิด-ปิดใหม่ของแต่ละวันให้นานขึ้น มีการจัดงานอีเวนต์ด้านอาหารทุก ๆ เดือน รวมถึงเสนอให้สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ ชะลอขึ้นค่าเช่าไปก่อน 6 เดือน เป็นต้น

ททท. ดึง สื่อ-KOL จีน โปรโมตบรรทัดทอง

ที่ผ่านมาในยุคบรรทัดทองขาขึ้นสุดปัง นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนที่นี่มากที่สุดก็คือชาวจีนที่มีมากกว่า 50 % ด้วยเหตุนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์บรรทัดทองขาลง ทาง “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)” จึงได้นำสื่อมวลชนและ KOL (Key Opinion Leader) ชาวจีนในโครงการ “สวัสดี หนีห่าว (Sawasdee Nihao)” จากนครเฉินตูและคุนหมิงรวม 70 คน มาทำคอนเทนต์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และ Food Destination เพื่อประชาสัมพันธ์ย่านบรรทัดทอง เมื่อช่วงวันที่ 28 และ 30 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา หวังดึงนักท่องเที่ยวชาวจีนให้กลับมาเที่ยวที่ย่านบรรทัดทองอีกครั้ง

โดย ททท.เชื่อมั่นว่ากิจกรรมนี้จะมีส่วนช่วยทำให้ย่านบรรทัดทอง กลับมาอยู่ในความสนใจจากนักท่องเที่ยวตลาดจีนและตลาดต่างประเทศอื่น ๆ ที่จะเดินทางมาตามรอย KOL ตอกย้ำให้ย่านบรรทัดทองยังคงเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่ครบเครื่องทั้งเรื่องกินและท่องเที่ยว เป็นการช่วยสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารในพื้นที่อีกทางหนึ่ง

สำหรับบรรทัดทองวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญท่ามกลางความท้าทายขอิงการเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังเชื่อว่าหากสามารถควบคุมคุณภาพ และเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าให้มากขึ้น บรรทัดทองก็ยังมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...