โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟิลิปปินส์สู้วิกฤตพลาสติก เริ่มเปลี่ยนจากใช้ซองเป็น “รีฟิล”

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 03.00 น.
ในประเทศที่ประชาชนจำนวนมากยังต้องพึ่งพาซองพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อเข้าถึงของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ฟิลิปปินส์กำลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งปัญหาสุขภาพจากสารเคมีในบรรจุภัณฑ์ และขยะพลาสติกที่ล้นเมือง ท่ามกลางสถานการณ์นี้ กรีนพีซฟิลิปปินส์เปิดตัวโครงการ “Kuha sa Tingi” ที่รื้อฟื้นวัฒนธรรมการซื้อของแบบเติม เพื่อสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนให้คนทุกระดับ พร้อมพลิกฟื้นสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประเทศจากรากฐานของปัญหา

ในขณะที่การเสียชีวิตจากโรคหัวใจยังคงเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของชาวฟิลิปปินส์นับตั้งแต่ปี 1980 การค้นพบล่าสุดเกี่ยวกับสารฟทาเลต (phthalates) สารเคมีในซองพลาสติกที่ใช้บรรจุอาหารและของใช้รายวัน ชี้ชัดถึงความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ซองพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวกับอัตราการตายที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 110,000 คนจากการสัมผัสสารเคมีเหล่านี้

แม้ฟิลิปปินส์จะพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ประชากรกว่า 15% ยังคงอยู่ใต้เส้นความยากจน ซองพลาสติกขนาดเล็กที่เรียกกันว่า “ซองติ่งกี้” (tingi sachets) จึงกลายเป็นวิธีเดียวที่คนยากจนจะเข้าถึงของใช้พื้นฐานในชีวิตประจำวัน เช่น กาแฟทรีอิวัน แชมพู ยาสีฟัน หรือเครื่องปรุงอาหาร ซองเหล่านี้หาซื้อได้ทั่วไปตามร้าน “ซารี-ซารี” (sari-sari stores) ซึ่งเป็นร้านของชำขนาดเล็กในชุมชน แต่เบื้องหลังของความสะดวกนั้นกลับนำมาซึ่งมลพิษครั้งใหญ่

โดยรายงานของ Global Alliance for Incinerator Alternatives (GAIA) เมื่อปี 2020 ระบุว่าชาวฟิลิปปินส์ใช้ซองพลาสติกมากถึง 164 ล้านชิ้นต่อวัน และซองเหล่านี้มีโครงสร้างซับซ้อนจากพลาสติกหลายชนิดผสมอลูมิเนียม ทำให้ไม่สามารถรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงกลายเป็นของเสียตกค้างกว่า 52% ของพลาสติกที่ไม่สามารถจัดการได้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของชุมชน โดยเฉพาะในฤดูพายุที่น้ำท่วมง่ายและขยะไหลสู่ทะเล

เพื่อตอบโจทย์วิกฤตสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กรีนพีซฟิลิปปินส์จึงเปิดตัวโครงการ “Kuha sa Tingi” ในปี 2023 โดยนำแนวคิดการซื้อสินค้าในปริมาณน้อย (ติ่งกี้) กลับมาใช้อีกครั้ง แต่เปลี่ยนรูปแบบเป็นการเติมจากตู้รีฟิลแทนการใช้ซองพลาสติก

โครงการนำร่องในสองเมืองที่มีปริมาณขยะสูงสุดของกรุงมะนิลา ได้แก่ เกซอนซิตี และซานฮวน โดยร่วมมือกับร้านซารี-ซารีในท้องถิ่น ติดตั้งสถานีรีฟิลที่ให้ประชาชนพกภาชนะมาเติมผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่ต้องการ เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำส้มสายชู และของใช้จำเป็นอื่น ๆ ในราคาที่เข้าถึงได้

.

จากรายงานความสำเร็จของโครงการในปี 2024 พบว่าการติดตั้งสถานีรีฟิลสามารถลดการใช้ซองพลาสติกได้กว่า 47,000 ชิ้น ผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยได้ถึง 201% และเจ้าของร้านมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 15% โดยมีผู้ใช้บริการหลากหลายกลุ่มทั้งจากระดับรากหญ้าและชนชั้นกลาง

สิ่งที่น่าสนใจคือผลกระทบเชิงพฤติกรรมของโครงการ “Kuha sa Tingi” ไม่ได้จบแค่เรื่องการซื้อขาย แต่ช่วยจุดประกายให้ประชาชนและผู้ค้าหันมาตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ หลายร้านค้าเริ่มวางแผนสินค้าในร้านตามกำลังซื้อและความต้องการของชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้ลูกค้านำภาชนะมาใช้ซ้ำ

ผู้บริหารเมืองเกซอนซิตีอย่างนายกเทศมนตรีจอย เบลมอนเต ให้ความเห็นว่า “โครงการนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมไร้ขยะไม่เพียงแค่เป็นไปได้ แต่ยังเข้าถึงได้ง่ายและครอบคลุมทุกกลุ่มรายได้”

แม้ความสำเร็จของ “Kuha sa Tingi” จะเป็นก้าวแรกที่น่าชื่นชม แต่กรีนพีซยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) หยุดผลิตบรรจุภัณฑ์ซองพลาสติก และร่วมกันผลักดันกรอบนโยบายที่ควบคุมวงจรชีวิตของพลาสติกอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต การบริโภค ไปจนถึงการจัดการหลังใช้

หากการขับเคลื่อนนี้ขยายผลได้จริง ไม่เพียงจะช่วยลดมลพิษจากซองพลาสติก แต่ยังสามารถสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนให้กับประชาชนทุกระดับ และลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสารเคมีอันตรายอย่างฟทาเลต ซึ่งกำลังคร่าชีวิตผู้คนอย่างเงียบ ๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...