โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตัวใหญ่! World ประกาศจับมือ 11 พันธมิตร ตั้งเป้า Orb 1,000 จุดปีนี้

efinanceThai

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 13.15 น.

เปิดตัวใหญ่! World ประกาศจับมือ 11 พันธมิตร ตั้งเป้า Orb 1,000 จุดปีนี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มิ.ย. 68 20:15 น.

World ประกาศจับมือ 11 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ ตั้งเป้าขยาย Orb กว่า 1,000 จุดทั่วประเทศในปี 2568 หลังมีคนไทยมี World ID แล้วหลักแสนราย คาดเติบโตเป็นหลายหมื่นรายต่อวันภายในปีนี้

Tools for Humanity (TFH) บริษัทเทคโนโลยีผู้พัฒนา World ระบบพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ในยุค AI ได้จับมือกับ 2 พันธมิตรหลักอย่าง ศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและการเงินของประเทศไทย (TIDC) และบริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) (MVP) จัดงาน World Day 2025 ครั้งแรกในประเทศไทย

ทั้งนี้ World ยังได้ประกาศเปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ 11 พันธมิตรระดับชาติ ได้แก่ COM7, JIB, National Telecom, IMPACT, Pantip, Gogolook (Whoscall), Eventpop, Zentry, Bitazza Thailand, BINANCE TH และ Bitkub ภายใต้แนวคิด World - building trust in the Age of AI ซึ่งดำเนินงานโดย นายภัคพล ตั้งตงฉิน ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Tools For Humanity

World ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาใหญ่ของยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยช่วยให้แต่ละบุคคลสามารถยืนยันตัวตนว่า เป็นมนุษย์จริง โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งพัฒนาโดย Alex Blania (ซีอีโอของ Tools For Humanity) และ Sam Altman (ซีอีโอของ OpenAI)

โดยมีพันธกิจในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ ช่วยให้ทุกคนสามารถแสดงสถานะว่าเป็น บุคคลจริง ไม่ใช่ Bot บนโลกออนไลน์ ด้วยเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof (ZKP) ทำให้สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลนั้นเป็นมนุษย์หรือคนจริงๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลระบุตัวตน เช่น ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล หรือเพศ เพื่อปกป้องสิทธิ์ของผู้ใช้อย่างสูงสุด

นอกจากนี้ ภัคพล ตั้งตงฉิน ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Tools For Humanity ได้เผยถึงเป้าหมายของ World ประเทศไทยที่สำคัญ 3 ด้าน

1. ขยายเครือข่าย Orb ทั่วประเทศไทย

ตั้งเป้าหมายมี Orb กว่า 1,000 จุดทั่วประเทศในปี 2568 ผ่านความร่วมมือกับ COM7 (ร้าน BaNaNa), JIB, National Telecom (โทรคมนาคมแห่งชาติ) และ IMPACT (ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม) เพื่อส่งเสริมให้ World ขยายการเข้าถึงบริการยืนยันความเป็นมนุษย์ผ่าน Orb ได้ทุกภูมิภาค

2. ปลดล็อกศักยภาพของ World ID ในประเทศไทย

นำ World ID ไปใช้เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์มชั้นนำของไทย ได้แก่ Pantip เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในชุมชนออนไลน์และป้องกันบอทกระจายสแปม, Whoscall เพื่อยืนยันเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นบุคคลจริง, Eventpop เพื่อป้องกันบอทที่ใช้ซื้อตั๋วคอนเสิร์ต และ Zentry เพื่อป้องกันการนำ Bot มาใช้ในเกม Ragnarok Landverse

3. ก้าวสู่การใช้ World Chain ในยุค AI

ร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ได้แก่ Bitazza Thailand, Binance TH และ Bitkub เพื่อร่วมกันสำรวจแนวทางใหม่ในการนำการยืนยันตัวตนของมนุษย์ไปประยุกต์ใช้จริงในระบบนิเวศคริปโท

ภัคพล กล่าวว่า "World ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเสริมพลังให้กับมนุษย์ในยุค AI ด้วยวิธีที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างความไว้วางใจในโลกออนไลน์และเพื่อให้มนุษย์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของความก้าวหน้าทางดิจิทัล เราต้องการให้เทคโนโลยีนี้เป็นเหมือนโล่ปกป้องภัยจาก AI ซึ่ง World ไม่ได้รู้ว่าคุณคือใคร แต่รู้เพียงว่าคุณเป็นมนุษย์คนหนึ่ง"

นอกจากนี้ ภัคพล ยังได้กล่าวเพิ่มเติมกับ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ว่า อุปกรณ์ Orb ที่ใช้ในการสแกนม่านตา จะไม่เก็บภาพหรือข้อมูลชีวมิติใด ๆ ของผู้ใช้งานไว้ถาวร

หลังจากทำการแปลงภาพม่านตาให้กลายเป็นรหัสไบแนรี หรือ Iris Code แล้ว ภาพต้นฉบับจะถูกลบทันที ข้อมูลที่ได้จะถูกเข้ารหัสและจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเท่านั้น

โดยข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถย้อนกลับไประบุตัวตนได้ และระบบทั้งหมดถูกพัฒนาให้มีความโปร่งใส ซึ่งเปิดเผยผ่าน Open Source Code เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าไม่มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

ด้านสถานะทางกฎหมายในประเทศไทย ภัคพลระบุว่า World ได้มีการหารือและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด

ภัคพล กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้ระบุว่า World ไม่เข้าข่ายอยู่ภายใต้กฎหมาย PDPA เนื่องจากไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

ขณะที่ในฝั่งของคริปโท ได้มีการหารืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงาน ก.ล.ต. โดยยืนยันว่า การแลกเปลี่ยนโทเคนที่ผู้ใช้งานได้รับ จะสามารถทำได้เฉพาะผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อย่าง Bitkub, Binance TH และ Bitazza Thailand เท่านั้น

สำหรับจำนวนผู้ใช้งานในประเทศไทย ภัคพล เปิดเผยว่า ขณะนี้มีคนไทยได้รับ World ID แล้วในระดับ หลักแสนราย โดยในแต่ละวัน มีผู้เข้ารับการสแกนเพื่อรับ World ID เพิ่มขึ้น วันละหลายพันคน และคาดว่าแนวโน้มจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งเป้าว่า ภายในปี 2568 นี้จะสามารถขยายฐานผู้ใช้งานใหม่ได้ถึง หลักหลายหมื่นรายต่อวัน ผ่านจุดสแกน Orb ที่จะครอบคลุมทั่วประเทศ

* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงาน โดย สหรัฐ ฉัตราพงษ์ เรียบเรียง โดย สหรัฐ ฉัตราพงษ์
อีเมล์. saharat@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...