โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 จุดต้องแก้! วิเคราะห์ผลงานช้างศึก U23 นัดดวลฟิลิปปินส์ ศึกอาเซียน คัพ 2025

SIAMSPORT

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 02.10 น.
ทีมชาติไทย U23 มีทั้งแง่บวกและจุดที่ต้องปรับ หลังเกมพบ ฟิลิปปินส์ ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2025 กับ 5 ประเด็นสำคัญ ทั้งแท็กติก, เกมรุก, เกมรับ, ฟอร์มนักเตะ และปัญหาจบสกอร์ที่ยังไม่จบเสียที

ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ปิดฉาก อาเซียน คัพ ยู-23 ด้วยอันดับ 3 ของทัวร์นาเมนต์ ซึ่งแน่นอนว่ามันคือผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้า ดังนั้นจึงยังมีสิ่งที่ต้องกลับมาพัฒนากันต่อ และนี่คือ 5 ข้อ หลังเกมทัพช้างศึกเอาชัยเหนือฟิลิปปินส์!!

[ 1 ] ปริศนาแท็กติก 'โค้ชวัง' กับปัญหาเกมรับ-รุกไม่สมดุล

ช่วง 20 นาทีแรกของเกม ช้างศึกต่อบอลกันได้ย่ำแย่เอามากๆ เพราะขาดๆ เกินๆ เหมือนไม่ซ้อมกันมา ทำให้แฟนๆ เริ่มตั้งคำถามถึงแท็กติกของ ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล ว่าเหมาะสมกับการโลดแล่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือไม่ เพราะศักยภาพนักเตะไทย เหนือกว่าฟิลิปปินส์อย่างชัดเจน แต่เรากลับเป็นฝ่ายครองบอลน้อยกว่าซะอย่างนั้น

นี่เป็นอีกครั้งที่เกิดขึ้น เพราะในเกมกับอินโดนีเซีย ก็คล้ายๆ กัน

ความระมัดระวังที่มากเกินไป รวมถึงการวางแผนแบบเน้นรัดกุมตลอด 90 นาที ทำให้ไทย เล่นเหมือนทีมที่กำลังเจอกับของแข็งระดับเอเชีย ไม่ใช่เพื่อนร่วมอาเซียน อย่างฟิลิปปินส์ ซึ่งมันสะท้อนว่ายังขาดความมั่นใจในแนวทางของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งที่ทำให้ 'โค้ชวัง' ต้องวางแผนการเล่นรับแล้วโต้ อาจมาจากข้อจำกัดเรื่องเวลาในการรวมทีม และการไม่ได้ใช้งานผู้เล่นชุดที่ดีที่สุด ทำให้หลายคนยังไม่เข้าใจในแท็กติกที่วางไว้ได้อย่างเต็มที่

สิ่งนี้น่าจับตาว่าในศึกยู-23 เอเชียน คัพ 2026 รอบคัดเลือก ในเดือนกันยายนนี้ ธวัชชัย จะยังคงใช้กลยุทธ์เดิมหรือไม่ หรือจะมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์และศักยภาพของทีมมากขึ้น

[ 2 ] จุดเปลี่ยนเมื่อได้ประตูนำ และความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปเกมของไทย นั้นมาหลังจากสามารถทำประตูออกนำได้ หลายสิ่งอย่างก็เริ่มคลี่คลายไปในทิศบวกอย่างเห็นได้ชัด นักเตะเล่นกันด้วยความมั่นใจมากขึ้น กล้าที่จะครองบอลและสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประตูแรกมีความสำคัญอย่างยิ่งในการปลดล็อกความกดดันและกระตุ้นฟอร์มการเล่นของทีมให้กลับมาอยู่ในทิศทางที่ควรจะเป็น

ความมั่นใจที่กลับคืนมาส่งผลให้การประสานงานในแดนกลางและแนวรุกมีความไหลลื่นมากยิ่งขึ้น สร้างสรรค์จังหวะอันตรายได้ต่อเนื่อง และทำให้ฟิลิปปินส์ ต้องพะวง จนไม่สามารถเล่นได้ตามถนัด

[ 3 ] ยศกร บูรพา ตัวฟรีที่โดดเด่น แต่ยังขาดการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ในบทบาทตัวฟรีในแนวรุก - ยศกร บูรพา ถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นมากในเกมนี้ ด้วยการเคลื่อนที่ที่อิสระและการสร้างสรรค์พื้นที่ว่าง หากเขาสามารถพัฒนาทักษะเฉพาะตัวให้สูงขึ้นไปอีก เชื่อว่าศักยภาพของเขาจะก้าวขึ้นไปอีกระดับได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องปรับปรุงเป็นการด่วนคือเรื่องของการตัดสินใจในจังหวะสุดท้าย โดยเฉพาะการจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ ซึ่งถือว่าทำได้น่าผิดหวัง เมื่อเทียบกับจำนวนครั้งที่มีอยู่ ทำให้โอกาสที่น่าจะเปลี่ยนเป็นประตูได้ต้องเสียไปอย่างน่าเสียดาย

หาก ยศกร สามารถแก้ไขจุดนี้ได้ เขาจะเป็นอาวุธสำคัญของแนวรุกทีมชาติไทย ในอนาคตอย่างแน่นอน

[ 4 ] เกมรับสอบผ่านและการแก้ตัวของ เสกสรรค์ ราตรี

แม้รูปเกมโดยรวมจะยังไม่ไหลลื่น แต่ต้องยอมรับว่าเกมรับของทีมชาติไทย ทำผลงานได้น่าพอใจ ผู้เล่นทุกคนมีสมาธิตลอด 90 นาที และสามารถป้องกันการเข้าทำของฟิลิปปินส์ ได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะลูกกลางอากาศที่แทบจะเก็บกินเรียบ

ประตูที่เสียไป นั้นถือว่าโชคร้ายอย่างมาก เพราะถ้ามี VAR ในสนาม จะเห็นได้ชัดว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มีเวลาร่วมฝึกซ้อมในเรื่องแท็กติกกันน้อยไปหน่อย บางจังหวะ การรับ-ส่งบอลจากแดนหลังไปสู่กองกลางจึงขัดๆ อยู่ แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์บวก เนื่องจากโดยรวมทำได้ดี

นอกจากนี้ เสกสรรค์ ราตรี ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ก็สามารถแก้ตัวได้สำเร็จในเกมนี้ ด้วยผลงานที่ดีขึ้นกับประตูที่คลายความกดดันให้ทีม

นี่เป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาสามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้แล้ว และก็หวังว่าเด็กหนุ่มวัย 22 ปี จะนำข้อผิดพลาดไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อกลับมาเป็นอนาคตที่สดใสให้ทีมชาติไทย ในวันหน้า

[ 5 ] เดิมๆ 'ใช้โอกาสเปลือง' ปัญหาที่ยังตามหลอกหลอน

แม้จะคว้าชัยชนะมาได้ แต่ปัญหาเดิมๆ ของทีมชาติไทย ที่ยังคงปรากฏให้เห็นคือ 'การใช้โอกาสเปลือง' โดยเฉพาะในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม เมื่อฟิลิปปินส์ ดันผู้เล่นขึ้นสูงเพื่อทวงประตูตีเสมอ แถมเรี่ยวแรงก็ถดถอย แต่ทัพช้างศึกกลับไม่สามารถฉกฉวยโอกาสจากพื้นที่ว่างที่เกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนเป็นประตูเพิ่มเติมได้ดีเท่าที่ควร

มีจังหวะที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้หลายครั้ง ซึ่งหากสามารถจบสกอร์ได้เฉียบคมกว่าที่เป็นอยู่ ผลการแข่งขันอาจจะขาดลอยกว่าเดิม

นี่คือสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน เพราะการเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าทำ จะช่วยลดความกดดันให้กับทีมได้ในทุกตำแหน่ง หากปิดสกอร์เฉียบขาด มันหมายถึงชัยชนะที่มากกว่าครึ่งหนึ่งไปแล้ว แต่ถ้ามีโอกาส แต่ทำไม่ได้ คู่แข่งก็สามารถลงโทษคืนได้เช่นกัน

โดยรวมแล้ว ยู-23 อาเซียน คัพ 2025 ถือเป็นบททดสอบอีกครั้งว่าไทย ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแท็กติก, ความฟิต, การตัดสินใจในจังหวะสำคัญและเฉพาะอย่างยิ่งคือการจบสกอร์ รวมไปถึงการวางโปรแกรมให้สอดคล้องกับทีมชาติที่ต้องชัดเจนในแนวทาง เพื่อความต่อเนื่องถึงชุดใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...