โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกไปโรงเรียน: รวม 8 คอนเทนต์ หมวด ‘ลูกไปโรงเรียน’

Mood of the Motherhood

อัพเดต 01 มิ.ย. 2568 เวลา 23.18 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 13.58 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเฝ้ารอวันที่เจ้าตัวเล็กเติบโตจนถึงวัยที่จะต้องเข้าโรงเรียน สะพายกระเป๋าใบจิ๋วออกเดินทางไปสู่โลกกว้างโดยไม่มีคุณพ่อคุณแม่อยู่เคียงข้างตลอดเวลาสำหรับเด็กๆ แล้ว การไปโรงเรียนไม่ใช่แค่การเริ่มต้นเรียนหนังสือ แต่คือก้าวแรกของการเรียนรู้ชีวิตนอกบ้าน เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การรับมือกับอารมณ์ตัวเอง และการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย บางวันอาจเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่บางวันอาจมีน้ำตา แต่ทุกวันล้วนเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิตของลูก ดังนั้น การมีวิธีรับมือ ลูกไปโรงเรียน จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่วันนี้เราจึงรวบรวมคอนเทนต์ในหมวด ลูกไปโรงเรียน มาฝากคุณพ่อคุณแม่เผื่อที่จะนำไปปรับใช้ รวมถึงเทคนิคต่างๆ ที่จะทำให้ลูกน้อยอยากไปโรงเรียนมากขึ้น1. ลูกงอแงในวันเปิดเทอม : วิธีรับมือลูกวัยอนุบาลไม่ยอมไปโรงเรียน

พ่อคุณแม่รอคอย แต่ในขณะเดียวกัน การเริ่มต้นเทอมใหม่ หรือไปโรงเรียนวันแรกก็ยังคงเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นและสร้างความกังวลให้ลูกได้เสมอเมื่อลูกรู้สึกกลัวหรือไม่อยากไปโรงเรียน สิ่งที่ตามมาก็คือการแสดงออก เช่น ลูกงอแงในวันเปิดเทอม พยายามทำตัวอืดอาด ทำกิจวัตรอย่างเชื่องช้า ไม่สบายเล็กๆ น้อยๆ ร้องไห้งอแง หรือกรีดร้องอาละวาดเลยก็มีReena B. Patel นักจิตวิทยาด้านการศึกษาและผู้เขียนหนังสือ Winnie & Her Worries อธิบายว่า เด็กทุกวัยมักมีอาการไม่อยากไปโรงเรียนได้ตลอดเวลาในระหว่างปีการศึกษา และจะรู้สึกมากยิ่งขึ้นหลังจากปิดเทอมใหญ่หรือหลังวันหยุดยาวทางด้าน Maribeth Henry นักบำบัดครอบครัวผู้จัดรายการพอดแคสต์ Everyday Parenting เสริมเรื่องนี้ว่า ลูกงอแงในวันเปิดเทอม หรือไม่ยอมไปโรงเรียนหลังปิดเทอมใหญ่ ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลและความกลัว เช่น ลูกวัยอนุบาล มักจะกลัวการแยกจากกับคุณพ่อคุณแม่ กังวลว่าจะทำสิ่งต่างๆ เหมือนกันเพื่อนคนอื่นไม่ได้ หรือไม่อยากไปโรงเรียนเพราะติดในความสะดวกสบายที่บ้านมากกว่าแต่ถึงอย่างนั้น วันแรกของการไปโรงเรียนก็เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันพาลูกก้าวข้ามความท้าทายนั้นไปให้ได้ ด้วยวิธีที่ใช้ได้ในทุกๆ เช้าของวันไปโรงเรียนดังต่อไปนี้ค่ะอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่2. ลูกย้ายโรงเรียน: 5 ทริกฮีลใจเมื่อลูกรักต้องย้ายโรงเรียน

การย้ายโรงเรียน เป็นเรื่องใหญ่และส่งผลต่อความรู้สึกของลูกไม่น้อย เพราะลูกจะต้องแยกจากสังคมและสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคย ต้องเจอผู้คนใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ และสถานการณ์ใหม่ๆเมื่อ ลูกย้ายโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่อาจต้องทำความเข้าใจในความวิตกกังวลของลูกมากขึ้น ดังที่ Angie Frencho แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมเด็ก เผยว่า เด็กที่ต้องย้ายโรงเรียนหรือเปลี่ยนโรงเรียนบ่อยมีโอกาสสูงที่จะมีปัญหาด้านพฤติกรรม การเข้าสังคม มีผลการเรียนต่ำกว่าเด็กคนอื่น รวมถึงมีปัญหาด้านสุขภาพทางอารมณ์ เช่น ขาดความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ขาดความมั่นใจ ขาดทักษะการเคารพตนเองดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังจะให้ ลูกย้ายโรงเรียน หรือถึงเวลาที่ลูกต้องเปลี่ยนโรงเรียนใหม่ จึงควรมีเทคนิควิธีดีๆ เอาไว้เยียวยาจิตใจไม่ให้การย้ายโรงเรียนกลายเป็นฝันร้ายของลูกได้อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่3. ลูกขึ้นป.1 : เตรียมความพร้อมให้ลูกวัยอนุบาล ก่อนขึ้นชั้น ป.1

เด็กอนุบาล 3 ถือว่า เป็นวัยท้ายสุดของการเป็นเด็กเล็ก หรือวัยแห่งการเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะสื่อสารได้ดี ดูแลตัวเองเบื้องต้น และเริ่มเรียนรู้ทางด้านวิชาการที่เพิ่มมากขึ้นในการก้าวขึ้นเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมการศึกษาDockett S. และ B. Perry จาก University of NSW ในปี 2007 ระบุว่า ความพร้อมของเด็กปฐมวัยที่จะก้าวสู่เด็กประถม หรือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมความพร้อมให้ ลูกขึ้นป.1 หากลูกได้รับการเตรียมตัวอย่างดี ก็จะทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัย มีความมั่นใจ รวมถึงสภาพแวดล้อมและบรรยากาศการเรียนในโรงเรียนเหมาะสม จะส่งผลให้การเรียนในชั้นประถมของเด็กราบรื่น และมีส่วนที่ทำให้เด็กมีทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนรู้ที่ดี มีผลการเรียนดี และมีสังคมที่ดีขึ้นตามไปด้วยแต่ความจริงแล้ว ไม่ต้องรอให้ ลูกขึ้นป.1 คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเตรียมความพร้อมให้กับลูกอนุบาล 1 – 2 ให้ค่อยๆ เตรียมตัวอย่างเป็นค่อยไปด้วยการเรียนรู้ตามวัย ก่อนจะเข้มข้นขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของอนุบาล 3 ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ค่ะอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่4. วิธีเตรียมตัวเตรียมใจให้ลูกวัยอนุบาล เมื่อต้องไปโรงเรียนวันแรก

เปิดเทอมและการไปโรงเรียนวันแรก คือช่วงเวลาที่ทำใจได้ยากสำหรับลูกเสมอ เพราะเด็กๆ จะต้องรับมือกับความกลัวการแยกจากคุณพ่อคุณแม่ การถูกทอดทิ้ง ความไม่คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จัก และความวิตกกังวลเมื่อรู้ว่าจะไม่มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ใกล้และคอยให้ความช่วยเหลือตลอดเวลาเหมือนเดิมอีกจากประสบการณ์ส่วนตัวของ Amanda Rock คุณแม่ลูกสามและนักเขียนบทความด้านการเลี้ยงลูกปฐมวัยให้กับเว็บไซต์ Verywell Family มาอย่างยาวนาน กล่าวว่า เด็กๆ ส่วนใหญ่จะหยุดร้องไห้ภายใน 5 นาทีหลังจากที่คุณพ่อคุณแม่จากไป ในขณะที่เด็กบางคน ไม่ร้องไห้เลยเมื่อมาถึงโรงเรียน แต่จะเริ่มร้องไห้ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเพื่อนๆ ของเขาร้องไห้เราอาจเคยได้ยินเรื่องเล่าน่ารักๆ ว่า เด็กบางคน ผ่านพ้นการ ไปโรงเรียนวันแรก ได้อย่างราบรื่น เพราะยังรู้สึกสนุกและตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเจอสถานการณ์ลูกร้องไห้งอแง เกาะแข้งเกาะขา และไม่ยอมไปโรงเรียนในวันต่อมาแม้ร่างกายจะพร้อม แต่จิตใจของลูกยังไม่พร้อม คุณพ่อคุณแม่จึงต้องช่วยให้ลูกได้ตั้งหลัก บรรเทาความกลัว ลดความกังวล พร้อมที่จะเปิดรับและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและผู้คนใหม่ๆ ด้วย 4 เทคนิควิธีเตรียมความพร้อมให้ลูก ไปโรงเรียนวันแรก ดังนี้อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่5. ลูกไม่อยากไปโรงเรียน: 5 พฤติกรรมของพ่อแม่ที่มีส่วนทำให้ลูกเป็นเด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

เมื่อลูกถึงวัยที่ต้องไปโรงเรียน อาการร้องไห้งอแง กอดขากอดแขนคุณพ่อคุณแม่ เพราะไม่อยากไปโรงเรียน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะลูกยังไม่คุ้นเคยที่ต้องอยู่ห่างกับคุณพ่อคุณแม่เป็นเวลานานแต่ถ้าหากลูกโตพอที่จะรับรู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบของตัวเองแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังต้องเจอปัญหา ลูกไม่อยากไปโรงเรียน อยู่เรื่อยๆ นั่นอาจเป็นเรื่องที่ต้องลองคิดทบทวนเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ ลูกไม่อยากไปโรงเรียน กันอย่างจริงจังอีกครั้งเพราะนอกจากปัจจัยเรื่องช่วงวัย ความกังวลตามธรรมชาติ และสถานการณ์ที่โรงเรียน ที่จะส่งผลต่อทัศนคติที่ลูกมีต่อโรงเรียนแล้ว พฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ ก็อาจมีส่วนที่ทำให้ลูกไม่ชอบโรงเรียนและรู้สึกไม่อยากไปโรงเรียนได้เช่นกันดังนั้น เพื่อช่วยให้ลูกกลับมามีความสุขกับการไปโรงเรียนอีกครั้ง ลองมาสำรวจพฤติกรรมของตัวเองกันดีกว่าค่ะว่า เรามีส่วนในการทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียนด้วยหรือไม่นะอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่6. ลูกเปลี่ยนไป : อยู่ที่โรงเรียนเป็นเด็ก ‘ว่าง่าย’ แต่กลับบ้านทีไร ‘ดื้อ’ ทุกที

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยนึกสงสัยว่า ทำไมคุณครูที่โรงเรียนถึงชอบบอกว่าลูกเป็นเด็กเรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย แต่พอกลับมาบ้านทีไร เด็กดีที่คุณครูบอกก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเด็กอนุบาลบางคน เมื่ออยู่ที่โรงเรียนมักจะแสดงพฤติกรรมเชิงบวก เชื่อฟังคุณครู ตั้งใจเรียน และเล่นกับเพื่อนร่วมชั้นอย่างเหมาะสม แต่เมื่อกลับถึงบ้าน คุณพ่อคุณแม่กลับต้องกุมขมับ เพราะ ลูกเปลี่ยนไป นั่นคือ ไม่เชื่อฟัง ไม่มีวินัย และไม่รับผิดชอบหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองด้วยMaura L Rouse, PsyD, HSPP นักจิตวิทยาเด็ก แห่ง อินเดียนาโพลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชคลินิกที่ศูนย์พัฒนาเด็กที่โรงพยาบาลเด็ก Riley ระบุว่า ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพฤติกรรมของเด็กจะแตกต่างกันไปในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน โดยเฉพาะความแตกต่างที่ชัดเจนอย่าง ‘บ้าน’ และ ‘โรงเรียน’เราจึงชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจพฤติกรรม ลูกเปลี่ยนไป ของเด็กในช่วงวัยอนุบาล และช่วยกันหาจุดที่พอดีให้พฤติกรรมของลูก เพื่อให้ลูกเป็นเด็กที่สามารถปรับตัวให้อยู่ที่โรงเรียนก็แฮปปี้ อยู่ที่บ้านก็มีความสุข กันดีกว่าค่ะอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่7. ลูกเข้าโรงเรียน : 5 พฤติกรรมของลูกวัย (เริ่ม) เรียนที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวล

หนึ่งในวันที่คุณพ่อคุณแม่รอคอยให้มาถึงเร็วๆ ก็คือวันที่ ลูกเข้าโรงเรียน เพราะนอกจากคุณพ่อคุณแม่จะได้เวลาส่วนตัวช่วงกลางวันหรืออย่างน้อยไม่กี่ชั่วโมงที่ลูกน้อยต้องไปโรงเรียนกลับคืนมาการไปโรงเรียนของลูกยังช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่อบรมสั่งสอน จากที่เคยเป็นของคุณพ่อคุณแม่เต็มร้อย ก็ค่อยๆ ปล่อยมือและวางใจให้คุณครูที่โรงเรียนเป็นคนช่วยสอนและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอีกด้วย แต่สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ เมื่อ ลูกเข้าโรงเรียน การไปโรงเรียนอาจทำให้ลูกมีพฤติกรรมบางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ไม่คาดคิด และไม่รู้จะรับมือได้อย่างไรM.O.M จึงได้รวบรวมปัญหาและพฤติกรรมของลูกเวลาเมื่อเริ่มไปโรงเรียน มาให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมวิธีรับมือเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ 8. After School Meltdown : 5 วิธีปลอบโยนลูกจากความเครียดหลังเลิกเรียน

การปลุกลูกไปโรงเรียนตอนเช้าจัดเป็นปัญหาสามัญประจำบ้านของคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการส่งลูกเข้าโรงเรียน แต่เมื่อผ่านช่วงหนึ่งคุณพ่อคุณแม่กลับต้องเผชิญปัญหา ลูกงอแงหลังเลิกเรียน ทั้งอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิด หรือร้องไห้กลับบ้านมาก็มีAfter School Meltdown หรือภาวะเหนื่อยล้าหลังเลิกเรียน มักเกิดขึ้นในเด็กวัย 4-7 ปี เนื่องจากเป็นวัยที่เด็กต้องเริ่มปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม กฎระเบียบ และทักษะใหม่ๆ ซึ่งต้องใช้พลังงานทั้งร่างกายและอารมณ์เป็นอย่างมาก ทำให้เกิดการสะสมความเครียดและความกดดันตลอดทั้งวัน เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ลูกจึงระเบิดอารมณ์และความเหนื่อยล้าออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น หงุดหงิด งอแง หรือเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมคุยกับใครการทำความเข้าใจภาวะเหนื่อยล้าหลังเลิกเรียน หรือ After School Meltdown และเรียนรู้วิธีปลอบโยนลูกจากความเครียด จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยคลายความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ให้ลูกกลับมาสดใสได้อีกครั้ง แต่คุณพ่อคุณแม่จะปลอบโยนลูกอย่างไรได้บ้าง มาดูกันค่ะอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...