โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุทยานฯ เตรียมขาย ‘เหี้ย’ เป็นพ่อแม่พันธุ์ ตัวละ 400 บาท พบนักธุรกิจสนใจเพียบ

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 12.03 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 12.03 น. • The Bangkok Insight

กรมอุทยานฯ เตรียมขาย "เหี้ย" เพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ ตัวละ 400 บาท สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เผย นักธุรกิจสนใจเพียบ

จากกรณีที่ คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ประชุมครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2565 และได้ลงความเห็น ประกาศราคาพ่อแม่พันธุ์ตัวเหี้ย ไว้ที่ตัวละ 500 บาท

ภายหลังจากมีการแก้ไขกฎหมายจากเดิมเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ให้ประชาชนสามารถเพาะเลี้ยงเหี้ย เพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจได้ ภายใต้ข้อกำหนดของกรมอุทยานฯ โดยมีพื้นที่ กรงเลี้ยง และการเลี้ยงดูที่เหมาะสมนั้น

เหี้ย

ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการกำหนดอัตราเรียกเก็บค่าใช้จ่ายค่าบริการ หรือค่าตอบแทน และราคาสัตว์ป่า พ.ศ. 2567 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลทางกฎหมายต่อไป

ล่าสุด วันนี้ (23 ก.ค.) นายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผย ว่า หลังจากที่เรื่องนี้ถูกนำเสนอออกไป ปรากฏว่า มีบรรดา พ่อค้า นักธุรกิจ สนใจ และติดต่อเข้ามาที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า รวมถึงโทรศัพท์มาสอบถามยังตนจำนวนมาก

“ได้ให้รายละเอียดเบื้องต้น ถึงคุณสมบัติของคนที่จะมาซื้อ โดยสามารถติดต่อขอรับการสนับสนุนพ่อแม่พันธ์ุได้ที่กลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า หน่วยงานต้นสังกัดของ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จังหวัดราชบุรี"

สถานที่ดังกล่าวเวลานี้ ได้เลี้ยงดูตัวเหี้ยไว้ประมาณ 400 ตัว ซึ่งเป็นตัวเหี้ยที่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่เข้าไปคุกคามในบ้าน และแจ้งมาที่สายด่วยพิทักษ์ป่า 1362

เมื่อได้รับแจ้ง จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยจับ และนำมาดูแลตรวจสุขภาพเบื้องต้น ที่กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า ที่อยู่ในกรมอุทยานฯ หลังจากนั้น จะนำไปไว้ที่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีสถานที่ที่ดูแลตัวเหี้ยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ตอนนี้มีตัวเหี้ยอยู่ประมาณ 400 กว่าตัวตามบัญชี รวมทั้งดูแลงูเหลือมอีกประมาณ 1,000 ตัวตามบัญชี

ทั้งนี้ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าขอถือโอกาสแนะนำนักธุรกิจที่ต้องการจะเพาะพันธุ์ตัวเหี้ย ให้ไปดูที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จังหวัดราชบุรี และมาติดต่อทำเอกสารรายละเอียด และจะมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบความพร้อมในสถานที่เลี้ยง ให้มีสถานที่และกรงเลี้ยงที่เหมาะสม

เหี้ย

จากนั้น ชำระเงินในจำนวนที่ต้องการซื้อ โดยค่าตัวเหี้ย 400 บาท ค่าไมโครชิพอีก 100 บาท รวมเป็นตัวละ 500 บาท โดยตัวเหี้ยทุกตัวที่ออกจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จะต้องฝังไมโครชิพทุกตัว เพื่อป้องกันการแอบจับจากธรรมชาติไปเลี้ยง เพราะตัวเหี้ยยังมีสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่

ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าบอกด้วยว่า แต่เดิมนั้น ที่ยังไม่สามารถจำหน่ายตัวเหี้ยได้ ทางกรมอุทยานก็จะเลี้ยงดูไปจนสิ้นอายุขัย โดยในแต่ละสัปดาห์ จะมีคนแจ้งให้เข้าไปช่วยจับตัวเหี้ยที่เข้าบ้านประมาณ 10-20 ตัว

การเลี้ยงดู โดยทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนก็สร้างบ่อเลี้ยง ขนาดประมาณ 1 ไร่ จำนวน 2 บ่อ มีแอ่งน้ำ และต้นไม้ ให้อาหารเป็นเนื้อไก่ และปลาครั้งละ 40-50 กิโลกรัม สัปดาห์ดาละ 3 ครั้ง โดยมีภาคเอกชนสนับสนุนเรื่องอาหารส่วนหนึ่ง

รวมทั้งบ่องูเหลือ งูหลามเช่นเดียวกัน โดยงูเหลือมนั้น ก็อนุญาตให้เพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจมาแล้วระยะหนึ่ง งูเหลือมตัวละ 400 บาท งูหลาม 500 บาท ขั้นตอนการซื้อขายก็เหมือน กับการซื้อขายตัวเหี้ย

เฉลิม พุ่มไม้

"ผมคิดว่าสาเหตุที่นักธุรกิจสนใจ เพราะตัวเหี้ยมีลวดลายที่สวยงาม ซึ่งในตลาดต่างประเทศมองว่า สวยกว่าหนังจระเข้ แต่ในประเทศไทยอาจจะยังไม่เป็นที่นิยมนัก"

ส่วนที่มีนักธุรกิจบางคน ติงว่าให้เรียกชื่อว่าตัวเงินตัวทองได้ไหม ก็ได้อธิบายไปว่า เรียกอย่างนั้นก็ได้ แต่ในทางกฎหมายบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น เหี้ยถือเป็นชื่อทางการ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...