โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวสู้ชีวิต ขับเก๋งคู่ใจ เปิดท้ายขายกาแฟ แก้วละ 45 หารายได้ รักษามะเร็ง

Thaiger

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 17.59 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 11.30 น. • Thaiger ข่าวไทย

ชาวเน็ตแห่แชร์ สาวเชียงใหม่สู้ชีวิต ถูกให้ออกจากงานเพราะป่วยมะเร็ง ซึมเศร้า แพนิค นำรถเก๋งไฟฟ้าคู่ใจเปิดท้ายขายกาแฟเคลื่อนที่ วอนลูกค้าช่วยอุดหนุนเพื่อเป็นทุนต่อลมหายใจ และค่ารักษาพยาบาล

วันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพจ Chiangmai Report ได้แชร์เรื่องราวของ คุณนิชา ในวัย 41 ปี หญิงสาวสู้ชีวิตที่ต้องเผชิญกับมรสุมโรคร้าย ทั้งมะเร็งระยะที่ 1 โรคซึมเศร้า และโรคแพนิค จนทำให้ต้องออกจากงานประจำ ก่อนจะตัดสินใจนำรถยนต์ไฟฟ้าคู่ใจมาดัดแปลงเป็นร้านกาแฟเคลื่อนที่ เปิดท้ายขายตามจุดต่าง ๆ ในเมืองเชียงใหม่

เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองและเป็นค่ารักษาพยาบาล นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของหัวใจนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และวอนขอเพียงโอกาสจากสังคม

ภาพจาก: FB/ Chiangmai Report

น้องสาวของพี่นิชา โพสต์ลงกลุ่ม ร้านอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ และ เบเกอรี่ เชียงใหม่ (แอดมินหมี) กลุ่มจริง โดยระบุข้อความว่า “พี่ ๆ เห็นรถคันนี้กันบ้างไหมคะ เห็นไหมคะ เห็นไหมคะ รถคันนี้มีประวัติไม่ดีค่ะ ถ้าเจอช่วยจอดหน่อยค่ะ คนขับรถคันนี้ไป ชื่อนิชา รถที่ขับเป็นรถไฟฟ้า สีฟ้า ๆ เขียว ๆ อ่อน ๆ ค่ะ ชอบจอดเร่ร่อนไปเรื่อยในเชียงใหม่-หางดง

ถ้าเห็นแล้วช่วยจอดดูก่อนนะคะ ช่วยด้วยค่ะ ขอบพระคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ ขอให้อ่านต่ออีกสักหน่อยค่ะ พี่สาวชื่อนิชา เพิ่งถูกให้ออกจากงานเพราะหาหมอบ่อย

ภาพจาก: FB/ Chiangmai Report

เพราะว่าป่วยเป็นมะเร็งระยะแรกและป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ต้องตกงานจาก กทม. จึงตัดสินใจขอมาเริ่มต้นใหม่ที่หางดงและขายกาแฟและขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นอาชีพค่ะ อยากจะขอความเมตตา ไม่ได้ขออะไรมาก หากพบเจอรถคันนี้และพี่ ๆ กำลังอยากกินกาแฟพอดี ขอให้พี่ ๆ ทุก ๆ คนในเชียงใหม่ช่วยเมตตาผู้หญิงคนนี้ด้วยการอุดหนุนกาแฟสักแก้วค่ะ

ขอเอารายได้มาจุนเจอตัวเองเป็นค่ารักษาเนื้อรักษาตัวและดำรงชีวิตให้รอดต่อไป สุดท้ายแล้วขอขอบพระคุณพี่ ๆ มาก ๆ ค่ะ ที่อ่านจนจบ ขอให้พี่ ๆ ทุกคนมีความสุขมาก ๆ นะคะ ขอบพระคุณค่ะ”

คุณนิชาเพิ่งเริ่มกิจการนี้ได้เพียง 10 กว่าวัน โดยใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของตัวรถมาจ่ายไฟให้กับเครื่องชงกาแฟ โดยเธอจะพยายามจอดประจำจุดให้มากที่สุดเพราะกลัวแบตรถหมด ในช่วงเช้าเธอจะมีจุดจอดประจำอยู่บริเวณใกล้ห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง (เลยสี่แยกศาลเด็กมาเล็กน้อย) ก่อนจะตระเวนขายตามจุดต่างๆ ที่มีผู้คนพลุกพล่านจนหมดวัน

ภาพจาก: FB/ Chiangmai Report

เมื่อก่อนทำงานบริษัท แต่มีอาการแพนิค มือเท้าสั่น และตรวจพบว่าเป็นมะเร็งระยะที่ 1 ไม่สามารถขับรถได้ ที่ทำงานจึงให้เธอออกไปรักษาตัวก่อน หลังจากนั้นเธอเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจนตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว และสามารถขับรถได้แล้ว แต่ขับได้เพียง 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

ตอนนี้เธอต้องหาเงินเพื่อเป็นค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาล ซึ่งใช้สิทธิประกันสังคม แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่ได้คุ้มครอง ต้องจ่ายหลักพัน บางครั้งถึงหลักหมื่นบาทที่ต้องจ่ายเอง “ราคาที่ขายสำหรับกาแฟเริ่มต้นที่แก้วละ 45 บาท หากเป็นน้ำหวานก็ราคา 40 บาท วันก่อนขายได้ 7 แก้ว เมื่อวานได้ 6 แก้ว วันนี้ตั้งแต่เช้าพึ่งขายได้ 4 แก้ว แต่ที่เคยสอบถามพี่ๆ ที่ขายริมถนนกัน ก็ทราบมาว่า ต้องขายให้ได้วันละ 20 แก้วขึ้นไปถึงจะได้กำไร”

แม้จะใช้สิทธิประกันสังคมในการรักษา แต่เธอยังคงมีภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ต้องรับผิดชอบเอง โดยมีคุณแม่ซึ่งเป็นแม่บ้านคอยช่วยเหลือบ้างในยามที่ขาดสภาพคล่อง แต่บ่อยครั้งก็จำเป็นต้องหมุนเงินจากบัตรเครดิตมาใช้ก่อน แล้วจึงค่อยผ่อนชำระในภายหลัง เพราะเธอต้องเข้าโรงพยาบาลทุกเดือนเพื่อรักษาโรคซึมเศร้าและอาการแพนิค รวมถึงต้องทำเลเซอร์เพื่อรักษามะเร็งทุก ๆ 6 เดือน

เธอยอมรับว่าเธอยังเป็นมือใหม่ในการชงกาแฟ และได้กล่าวขออภัยลูกค้าล่วงหน้าหากรสชาติอาจยังไม่ถูกใจ แต่เธอก็พร้อมที่จะรับฟังคำแนะนำและปรับปรุงให้ดีที่สุดเสมอ เพราะทุกแก้วที่ขายได้ คือความหวังและทุนในการต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป

หากผู้ที่สนใจอยากช่วยเหลือ สามารถอุดหนุนได้ที่ตอนเช้าจะมีจุดจอดประจำ แต่ช่วงสาย ก็จะตระเวนไปตามจุดต่าง ๆ สามารถติดต่อจุดจอดจำหน่ายได้ทางเบอร์โทร 082-681-1000

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...