โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แนวโน้มธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ไทยจ่อหดตัว 5.6% จำนวนดีลเลอร์ลดมากกว่า 2.3% หลังยอดขายรถยนต์ในประเทศคาดลดเหลือ 565,000 คัน จากกำลังซื้อวูบ

BTimes

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 12.12 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าในปี 2568 ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ในไทยยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันต่อจากปีที่แล้ว จากยอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศที่คาดว่าจะหดตัว และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นมาก ซึ่งกระทบต่อรายได้ของดีลเลอร์ เมื่อผนวกกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งสต๊อกรถยนต์ที่ยังขายไม่ได้และดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ยังต้องเร่งปรับตัวต่อเพื่อหาช่องทางเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจแม้จะไม่ง่าย ทั้งการปรับรูปแบบธุรกิจเหลือเพียงสำนักงานขายที่ไม่สต๊อกรถยนต์ การเพิ่มรายได้จากการซ่อมบำรุง และการขยายหรือเปลี่ยนไปทำดีลเลอร์ค่ายอื่น เป็นต้น

แนวโน้มรายได้ดีลเลอร์รถยนต์ปี 2568

รายได้รวมของดีลเลอร์รถยนต์ปี 2568 คาดปรับลดลง 5.6% (YoY)

รายได้ดีลเลอร์โดยรวมหดตัวต่อเนื่องจากปี 2567 ที่หดตัวสูงกว่า 30.4% จากปัจจัย 2 ด้าน คือ (1) การหดตัวของรายได้จากการขาย 6.3% (YoY) หลังยอดขายรถยนต์ในประเทศคาดว่าจะหดตัวต่อ และ (2) การหดตัวของรายได้จากการซ่อมบำรุงที่ 1.2% (YoY) ตามจำนวนรถเข้าใช้บริการที่ลดลง

รายได้จากการขายที่ลดลงมาจากยอดขายรถยนต์ในประเทศที่คาดว่าจะลดลงต่อในปี 2568

ในปี 2568 คาดยอดขายรถยนต์ในประเทศหดตัว 1.3% (YoY) เหลือ 5.65 แสนคัน ต่อเนื่องจากปี 2567 ที่หดตัว 26.2% (YoY) หลังกำลังซื้อยังอ่อนแอจากภาวะเศรษฐกิจที่เสี่ยงสูง

กลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์คาดยังเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอาจหดตัว 14.2% (YoY) ต่อเนื่องจากปี 2567 ที่หดตัวสูงถึง 38.4% (YoY) นำโดยปิกอัพ ที่มีส่วนแบ่งถึง 87% ของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์รวม โดยเฉพาะเมื่อรายได้เกษตรกรปีนี้มีแนวโน้มหดตัว จากปัญหาอุปทานล้นตลาดนำมาสู่ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ขณะที่ภาคธุรกิจก็เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

อย่างไรก็ดี อาจได้เห็นการพลิกกลับมาขยายตัว 7.9% (YoY) ในกลุ่มรถยนต์นั่งปี 2568 จากยอดขายรถยนต์นั่งกลุ่มใช้พลังงานไฟฟ้า (xEV) ทั้ง HEV PHEV และ BEV ที่ต่างขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก จนแทนที่รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในล้วน (ICE) ทำให้เหลือส่วนแบ่งตลาดเพียง 25% (YoY) โดยปัจจัยที่ดันให้รถยนต์นั่งกลุ่ม xEV ขยายตัวสูง โดยเฉพาะ PHEV และ BEV มาจากการแข่งขันกันอย่างรุนแรงด้านราคา และการมีตัวเลือกรถยนต์เพิ่มขึ้นของค่ายรถหน้าใหม่ ส่งผลให้กลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อและได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจน้อย อาศัยจังหวะนี้เข้าซื้อรถยนต์นั่งกลุ่มนี้มากขึ้น ซึ่งก็จะกระทบกับดีลเลอร์ที่เน้นขายรถยนต์นั่ง ICE ที่จะเจอปัญหายอดขายลดลงมาก

รายได้จากการซ่อมบำรุงคาดหดตัวเช่นกันจากคาดการณ์จำนวนรถอายุไม่เกิน 10 ปีที่ลดลง

แม้การหาทางเพิ่มรายได้จากการซ่อมบำรุงเพื่อชดเชยกับการเสียรายได้จากการขายจะเป็นแนวทางแรกที่ดีลเลอร์เร่งปรับตัวทำ ทว่าในปี 2568 ปริมาณรถยนต์ที่อายุไม่เกิน 10 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของดีลเลอร์รถยนต์กลับคาดว่าจะยังหดตัวต่อที่ 3.7% (YoY) เหลือ 8.99 ล้านคัน เป็นผลต่อเนื่องจากการเร่งซื้อล่วงหน้าของรถยนต์คันแรก ปัญหาโควิด และล่าสุดปัญหาหนี้เสียสูง ทำให้ปริมาณรถยนต์อายุไม่เกิน 10 ปี สะสมบนนถนนลดลงต่อเนื่อง

จำนวนดีลเลอร์รถยนต์ค่ายญี่ปุ่น&ตะวันตกลดลง ขณะที่ดีลเลอร์รถยนต์ค่ายจีนเพิ่มขึ้น

รายได้ดีลเลอร์ที่ลดลงรวมกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้ปี 2568 จำนวนดีลเลอร์รถยนต์คาดลดลงเหลือน้อยกว่า 2,146 แห่ง จาก 2,197 แห่ง ในปีก่อน โดยดีลเลอร์รถยนต์ค่ายญี่ปุ่น&ตะวันตกมีโอกาสหดตัวสูงกว่า เนื่องจากทั้งยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และรถยนต์นั่ง ICE ที่ค่ายทำตลาดเป็นหลักมีแนวโน้มลดลง ตรงข้ามกับดีลเลอร์รถยนต์ค่ายจีนที่ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น ตามยอดขายรถยนต์นั่งกลุ่ม xEV โดยเฉพาะเมื่อ PHEV และ BEV ที่ค่ายจีนทำตลาดเป็นหลักกำลังได้รับความนิยมจากตลาด

ความเสี่ยงของธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ไทย

•การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์พลังงานทางเลือกกลุ่ม xEV ที่แม้เทคโนยีจะยังไม่นิ่ง แต่ทิศทางการพัฒนาของค่ายรถต่างมุ่งไปทางรถยนต์กลุ่ม xEV ทำให้ยอดขายรถยนต์ ICE ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่ง

•การแข่งขันที่สูงขึ้นจากค่ายรถใหม่ที่ลงทุนในประเทศกับรถยนต์นำเข้าจากประเทศคู่ค้าที่มี FTA ทำให้มีโอกาสเกิดการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

•ความกังวลเรื่องคุณภาพรถยนต์ BEV และการดูแลหลังการขาย โดยเฉพาะการจัดหาอะไหล่ อาจเป็นประเด็นที่กระทบการเติบโตของยอดขายรถยนต์ BEV ได้ เนื่องจากราคาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญเดียวในการตัดสินใจซื้อรถของผู้บริโภค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...