โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ไทย' ยื่นขอสหรัฐเก็บภาษีไม่เกิน 10% 'พิชัย' บิน ถก รมว.คลังสหรัฐ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 01.10 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 23.15 น.

เส้นตายการเจรจาภาษีศุลกากร (Reciprocal Tariff) ระหว่างสหรัฐกับหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย จะครบกำหนดระยะเวลา 90 วัน วันที่ 7 ก.ค.68 นี้ ซึ่งหากไม่สามารถเจรจาได้ทัน หรือไม่สามารถมีข้อตกลงในการขยายระยะเวลาจะถูกปรับขึ้นภาษีศุลกากรตามที่สหรัฐกำหนด โดยในส่วนของประเทศไทยนั้นอยู่ที่ 36%

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สหรัฐได้ตอบรับการเจรจากับไทยแล้วในสัปดาห์นี้ โดยเตรียมแผนเดินทางไปสหรัฐในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา

นายพิชัย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการเจรจากับสหรัฐนั้นมีความซับซ้อน ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝ่ายสหรัฐมีการมอบหมายหัวหน้าเจรจาหลายหน่วยงาน หลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ (U.S. Department of Commerce) สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังสหรัฐ (Secretary of the Treasury)

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยพร้อมรับมือกับทุกแนวทางที่สหรัฐจะดำเนินการ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องมีการทำงานประสานกันแบบคู่ขนานระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)และกรมเจรจาการค้าต่างประเทศ เพื่อให้การเจรจาครอบคลุมในทุกระดับ และไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบ

“ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาระดับนโยบาย ต้องทำหน้าที่กำกับทิศทางการเจรจาให้สอดคล้องกับสถานการณ์” นายพิชัยระบุ

ส่วนกรณีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา หรือล็อบบี้ยิสต์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเจรจาประเด็นภาษีตอบโต้กับสหรัฐ นายพิชัย เปิดเผยว่า เรื่องนี้ดำเนินการตามความจำเป็น ความโปร่งใส และความคุ้มค่า เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้า และการส่งออกของประเทศไทย

สำหรับประเด็นอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาหรือล็อบบี้ยิสต์ นายพิชัย ยอมรับว่า ประเทศได้มีการจ้างล็อบบี้ยิสต์ เพื่อให้ช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ โดยปกติอัตราการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา หรือล็อบบี้ยิสต์ในสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 20,000-300,000 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับการให้บริการทั่วไป การดำเนินนโยบายระหว่างประเทศในโลกยุคปัจจุบัน ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจเชิงเทคนิค ความละเอียดรอบคอบ และความกล้าที่จะตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ในสถานการณ์พิเศษเกี่ยวกับ “Reciprocal Tariff” บริษัทที่ปรึกษาที่มีความสามารถเฉพาะทางสูง และมีความสัมพันธ์เชิงนโยบายกับผู้มีอำนาจในรัฐบาลสหรัฐสามารถเรียกราคาสูงขึ้นกว่าปกติได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นงานที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนแข่งขันกับประเทศอื่น และเกี่ยวพันกับมูลค่าการค้า และการส่งออกของไทยนับแสนล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

โดยขอยืนยันความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะอเมริกามีกฎหมายการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าว ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมาย FARA (Foreign Agents Registration Act)ซึ่งกำหนดให้สัญญาว่าจ้างที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศทั้งหมดจะต้องมีการเปิดเผยรายละเอียดบนเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (U.S. Department of Justice) อย่างชัดเจน

“ถ้าเราไม่มีตัวช่วยที่ดี ไม่มีทีมที่เข้าใจสหรัฐไม่มีเครื่องมือที่แข็งแรง ประเทศไทยอาจต้องสูญเสียตลาด ส่งออกสะดุด เกษตรกร-ผู้ประกอบการเจ็บหนัก” นายพิชัย กล่าว

ได้เจรจาก่อนเส้นตาย 7 ก.ค.68

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการเดินทางไปสหรัฐของนายพิชัย ในฐานะหัวหน้าผู้แทนคณะเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐมีกำหนดที่จะหารือกับ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ นอกจากนั้นยังมีนัดหมายกับหน่วยงานสำคัญของสหรัฐด้วย

สำหรับเบื้องหลังการที่สหรัฐตอบรับการเจรจาภาษีจากไทยนั้นมาจากการที่คณะทำงานด้านการเจรจาภาษีระหว่างไทย และสหรัฐที่เป็นคณะทำงานเชิงเทคนิคได้มีการหารือกับผ่านช่องทางออนไลน์มาต่อเนื่อง โดยไทยนั้นเป็นคณะทำงานที่นำโดย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้เจรจาเบื้องต้นกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR)

รวมทั้งไทยได้มีการเสนอข้อเสนออย่างเป็นทางการให้กับสหรัฐพิจารณาแล้ว รวมทั้งได้มีการประสานงานผ่านบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่รัฐบาลได้มีการว่าจ้างด้วยซึ่งทำให้สามารถนัดหมายกำหนดการเจรจาได้ทันก่อนเส้นตายวันที่ 7 ก.ค.2568

ข้อเสนอเบื้องต้นเก็บภาษีไทยเหลือ 18%

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้สหรัฐได้ส่งเอกสารข้อเสนอเบื้องต้นมาให้ประเทศไทย โดยมีทั้งเงื่อนไขของการเก็บภาษี ซึ่งเบื้องต้นจะเก็บเพิ่มจากที่ปัจจุบันเก็บอยู่ที่ 10% เพิ่มเป็น 18%

นอกจากนั้น ยังมีเงื่อนไขอื่นที่ไม่ใช่เรื่องภาษีอีกหลายเรื่อง ซึ่งแม้ว่าในข้อเสนอนี้ประเทศไทยจะได้เงื่อนไขทางภาษีลดลงจาก 36% เหลือ 18% แต่คณะทำงานเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐของไทยได้ยื่นขอเจรจาเพิ่มเติมเพื่อขอลดอัตราภาษีลงมาตามเป้าหมายที่ต้องการให้ลดเหลือ 10% เท่ากับระดับเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่ถูกเรียกเก็บภาษีในระดับทั่วไป

ทั้งนี้ ในส่วนระยะเวลาการเจรจาภาษีกับสหรัฐ ที่จะครบกำหนดภายในวันที่ 7 ก.ค.2568 นั้น แหล่งข่าว ระบุว่า มีโอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับการขยายระยะเวลาในการเจรจาออกไปจากเส้นตายเดิม เนื่องจากข้อเสนอของประเทศไทยมีความน่าสนใจพอที่สหรัฐจะคุยในรายละเอียดของข้อเสนอต่างๆ ต่อไป

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...