โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SET มีโอกาสชะลอตัว จับตาเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ ยังไม่ได้ข้อสรุป

PostToday

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 19.29 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 02.23 น.

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดมีโอกาสชะลอตัว หลังวานนี้ปรับขึ้นแรงจาก DELTA และ Fund Flow ที่เริ่มไหลเข้าตลาดหุ้นอาเซียน (เวียดนาม อินโดนีเซีย) เนื่องจากรับรู้อัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ไปแล้ว ประเมินแนวต้าน 1212/1230 แนวรับ 1185/1180 โดย SET ที่ระดับ 1230-1250 (คิดเป็น PER ราว 15 เท่า) จะสะท้อนถึงความคาดหวังว่าไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ ในระดับ 20% หรือต่ำกว่าไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ดีต้องจับตาการเจรจาการค้าที่ยังไม่ได้ข้อสรุป

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากยังกังวลอัตราภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ที่ประกาศเรียกเก็บจากประเทศคู่ค้า ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ สำหรับไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% สูงกว่าประเทศคู่แข่งสำคัญในกลุ่มอาเซียน ซึ่งทำให้ไทยมีโอกาสสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและกดดันให้ GDP อาจเติบโตชะลอตัวได้ ซึ่ง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับไทยอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ดี ประเมิน SET ที่บริเวณต่ำกว่า 1100 จุด คิดเป็น PER ปี 2568 ต่ำกว่า 12 เท่า ยังเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว

ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play โมเมนตัมกำไรยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยไตรมาส 2/2568 คาดกำไรปกติจะเติบโตได้ ทั้ง YoY และ QoQ ขณะที่ไตรมาส 3/2568 คาดกำไรยังเติบโต YoY แนะนำ ADVANC BCH CBG CPALL SCCC

2. หุ้น Defensive ที่ผันผวนต่ำและผลการดำเนินงานต้านทานความเสี่ยงภายนอกได้ (ผลกระทบจำกัดจากปัจจัยภายในและภายนอก) อีกทั้งยังมีศักยภาพจ่ายปันผลสม่ำเสมอ แนะนำ ADVANC BCH DIF

3. หุ้นปันผลที่มีคุณภาพดี (SET50 ที่มี SET ESG Ratings A ขึ้นไป) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่ พอร์ตลงทุนในระยะสั้น โดยคาดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรครึ่งแรกของปี 2568 และให้ Div. Yield เกิน 2% แนะนำ ADVANC BBL PTT

4. Trading Ideas: สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้น Undervalue (PER และ PBV < -1SD) และเราแนะนำ Outperform อีกทั้งคาดให้ Div. Yield ไม่ต่ำกว่าปีละ 3% แนะนำ BBL BCPG BDMS CPALL DIF PTT SIRI TIDLOR 2) หุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวไทย แนะนำ ERW CENTEL AAV และ 3) หุ้นที่คาดฟื้นตัวเร็วหากเชื่อว่าการเจรจาจะทำให้สหรัฐฯ พิจารณาปรับลดภาษีไทยลงมาอยู่ที่ระดับ 20% หรือต่ำกว่า แนะนำ AMATA GPSC WHA

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ KTB ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้น หลังผลประกอบการกลุ่มธนาคารทั้ง BBL และ TISCO ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ KTB เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร และมี Upside จากการเพิ่ม อัตราการจ่ายปันผลเพิ่มและ Credit Cost สูงสุดในไตรมาส 1/2568 แล้วมีโอกาสลดลงในช่วงที่เหลือ ของปี ในขณะที่ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ มี LLR Coverage สูง

GPSC มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก กกพ. เสนอทางเลือกค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค.2568 ระหว่าง 3.98-5.10 บาท/หน่วย โดยคาดว่าจะไม่สูงกว่าในงวดก่อนที่ 3.98 บาท/หน่วย ทำให้ผลกระทบต่อผลประกอบการจำกัด ขณะที่ปี 2568 คาดกำไรปกติจะเติบโต 3.9%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มกำลังการผลิต, ต้นทุนเชื้อเพลิงและผลตอบแทน พันธบัตรลดลง และไม่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กาษีขั้นต่ำสากล (GMT)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...