โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผบ.ตร. คาดหวังกัมพูชาร่วมมือ ส่งตัวผู้ต้องหาคดีก๊กอาน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 12.52 น.
ผบ.ตร. เผยออกหมายจับผู้ต้องหาเครือข่าย “ก๊กอาน” 7 ราย ขณะเร่งตรวจสอบสัญชาติไทย พร้อมเดินหน้าขอหมายแดง หากกัมพูชาไม่ส่งตัวถือเป็นเอกสิทธิ์ของรัฐนั้น

คดีเครือข่าย “ก๊กอาน” สู่การประสานข้ามแดน

หนึ่งในคดีที่สร้างแรงสั่นสะเทือนเชิงอาชญากรรมข้ามชาติในช่วงนี้ คือคดี “ก๊กอาน” ซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ข้ามพรมแดน ที่มีการจับกุมและดำเนินคดีในหลายประเทศ โดยตำรวจไทย โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้เดินหน้าสอบสวนอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่ามีการออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวมทั้งหมด 7 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ต้องหาสัญชาติไทย 5 ราย และสัญชาติกัมพูชาอีก 2 ราย

ตรวจสอบ “สัญชาติไทย” กับความเป็นมา

ประเด็นที่น่าจับตาคือ การตรวจสอบสถานะผู้ต้องหาสัญชาติไทยทั้ง 5 ราย ว่าได้สัญชาติมาอย่างไร และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลเหล่านี้อยู่ในระหว่างการพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ตำรวจอยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าการได้รับสถานะเป็นคนไทยของผู้ต้องหาเหล่านี้เป็นไปโดยชอบหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสาร หรือการได้สัญชาติโดยมิชอบ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งคดีที่ถูกแยกดำเนินการในอนาคต

ขั้นตอน “หมายแดง” และการประสานอินเตอร์โพล

ในกรณีที่ผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นอำนาจนอกเขตประเทศไทย ขั้นตอนต่อไปคือการให้อัยการมีความเห็นในการเสนอออก “หมายแดง” ผ่านองค์การตำรวจสากล (Interpol) เพื่อขอให้ประเทศที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามจับกุม

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐระบุว่า นี่เป็นขั้นตอนที่จำเป็นในทุกคดีข้ามชาติ โดยเฉพาะคดีที่มีการกระทำผิดนอกราชอาณาจักร เพราะตำรวจไทยไม่สามารถบุกเข้าประเทศอื่นเพื่อจับกุมได้เอง

ความหวังจาก “กัมพูชา” และทางเลือกที่เหลืออยู่

แม้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนจากทางกัมพูชา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็แสดงความคาดหวังว่าจะได้รับความร่วมมือในการส่งผู้ต้องหาในคดีนี้กลับมาดำเนินคดีในไทย

“หากทางการกัมพูชาไม่ส่งตัวผู้ต้องหา ก็ถือเป็นเอกสิทธิ์ของประเทศนั้น แต่เราจะใช้ทุกช่องทางที่มีเพื่อให้ผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของไทย” ผบ.ตร. กล่าว

การประสานงานในลักษณะนี้ แม้ต้องใช้เวลา แต่ถือเป็นสิ่งที่ตำรวจไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ ไม่เพียงเพื่อดำเนินคดีเฉพาะราย แต่เพื่อส่งสัญญาณถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทั้งหมดว่า ประเทศไทยไม่ใช่จุดอ่อนทางกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...