3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ตลาดคาดหวังการปรับลงดอกเบี้ยของเฟดมากขึ้น โดยเฉพาะศุกร์นี้หากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือน พ.ค. ออกมาเท่าตลาดคาด คือ เพิ่มขึ้นเพียง 130,000 ตำแหน่งหรือต่ำกว่าคาด จะเพิ่มน้ำหนักให้ FED Watch Tool ขยับโอกาสการปรับลงดอกเบี้ยของ FED ในรอบประชุม ก.ย. เพิ่มขึ้นมากกว่าปัจจุบันที่56.5% แม้คาดการณ์อัตราว่างงาน พ.ค. จะทรงตัวที่ 4.2% สอดคล้องกับตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นเพียง 37,000 ตำแหน่ง ต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี(เม.ย. เพิ่ม 60,000 ตำแหน่ง) ส่งผลให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า มีเป้าหมาย 97.50-98 จุด เช่นเดียวกับ Bond Yield 2 ปี และ 10 ปี ที่ถูกกดลง
-กกร. ปรับเป้าจีดีพีปีนี้เหลือโต 1.5-2% โดยประเมิน 2H68 GDP จะขยายตัวไม่ถึง 1% จากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่มีโอกาสชะลอตัวตามมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ขณะที่ 5 เดือนแรก ภาคท่องเที่ยวชะลอตัวต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวต่างชาติติดลบเกือบ 3% เหลือเพียง 14.36 ล้านคน โดยเฉพาะจีนหายไป 32% หรือเดินทางเข้าไทยเพียง 1.9 ล้านคน สุดท้ายความกังวลเจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ ที่ยังไม่ชัดเจน จะยิ่งซ้ำเติมภาคส่งออก
-พรุ่งนี้ติดตามเงินเฟ้อ พ.ค. ไทย Consensus คาด Headline CPI จะชะลอ -0.83%YoY (ติดลบเป็นเดือนที่สอง เม.ย. -0.22%) และ Core CPI ชะลอแตะ 0.95%YoY ต่ำเป้าระยะกลาง1-3%
-กระทรวงท่องเที่ยวขอวงเงิน 1.3 หมื่นลบ. หวังกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวมูลค่า 2.67 แสนล้านบาท รอผ่านคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 มิ.ย. ก่อนเข้าสู่การพิจารณา ครม. 10 มิ.ย. นี้ บวกต่อหุ้น CENTEL ,ERW , MINT, AAV และ BA
-SET INDEX บ่ายคาด วิ่งในกรอบระหว่าง 1,135-1,147 จุด โดยมีแนวโน้มพักตัวจากขาลงหลังจากเปิด Gap บริเวณ 1,135 จุด คาด วิ่งในกรอบโดยมี Upside ที่ 1,145-1,147 จุด
บล.เอเอสแอล ระบุว่าดัชนีช่วงเช้าปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อคืนในหุ้น DELTA หลังปรับตัวลงแรงเมื่อวานนี้ แต่มองการฟื้นตัวยังจำกัด ปัจจัยในประเทศ กกร.ปรัลดคาดการณ์จีดีพีปี 2568 เหลือ 1.5-2.0% สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก คาดหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านงบ 1.57 แสนล้านบาท และมาตรการลดภาระต้นทุน เข้าช่วยประคองเศรษฐกิจ ติดตามโครงการ Entertainment complex ภาครัฐมองเป็นเมกะโปรเจกต์ใหม่ที่ช่วยพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ผลักดันจีดีพีเพิ่มได้ถึง 0.8% ต่อปี
ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ตลาดกังวลเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวหลังดัชนีภาคบริการ ISM ต่ำกว่าระดับ 50 และตัวเลขจ้างงานเอกชน ADP เพิ่มต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี สะท้อนผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์ที่เริ่มกดดันเศรษฐกิจ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงาน
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีเปิดปรับตัวฟื้นตัวขึ้น ระยะสั้นมองว่ายังอยู่ในแนวโน้มขาลง แนวรับหลัก 1,130 จุด
บล.โกลเบล็ก ระบุว่าดัชนีปรับตัวขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่ม BANK, PKG และ ICT อย่างไรก็ตามการรีบาวด์เป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากแรงซื้อยังเบาบาง มองกรอบดัชนี ช่วงบ่ายอยู่ที่ 1,130-1,145 จุด
ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนี Rebound หลังปรับตัวลงแรงวานนี้ โดยมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน ธนาคาร และไอซีที เป็นปัจจัยหนุนดัชนี อย่างไรก็ตามดัชนีรีบาวด์ได้อย่างจำกัด เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบกับ Fund Flow ที่ยังคงไหลออก เป็นปัจจัยกดดันดัชนี ส่งผลให้ดัชนี พักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,139.28 จุด บวก 7.26 จุด หรือ 0.64% มูลค่าการซื้อขาย 18,125.66 ล้านบาท