โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนดูอุตสาหกรรมพลอยในจันทบุรี เหตุใดจึงได้ชื่อว่า “เมืองแห่งอัญมณี”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 03.51 น.
พลอยไพลินเมืองจันท์ (ภาพจากเว็บไซต์หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี)

จันทบุรี เมืองภาคตะวันออกที่มีชื่อเสียงด้านผลไม้ แต่ก็เป็น “เมืองแห่งอัญมณี” ด้วยอีกตำแหน่ง

“จันทบุรี” ที่นอกจากจะมีดีเรื่องแหล่งปลูกทุเรียนและมังคุดแล้ว ที่นี่ยังมีอีกหนึ่งสมบัติล้ำค่าฝังอยู่ใต้ดินอย่าง “พลอย” สร้างรายได้ให้จันทบุรีมานานนับร้อยปี

พลอยจันทบุรีมีที่มาจากไหน?

พลอย หรือ อัญมณี เป็นแร่ชนิดหนึ่งที่เกิดมาจาก แร่ “คอรันดัม” (Corundum) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “กากะรุน” มีต้นกำเนิดมาจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ใช้เวลานับล้านปี เมื่อภูเขาไฟในอดีตปะทุและมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม ลาวาจะตกผลึกกลายเป็นแร่ใส ที่เมื่อดูดซับธาตุต่าง ๆ จะกลายเป็นพลอยหลากหลายสี เช่น ทับทิม ไพลิน บุษราคัม ฯลฯ

จันทบุรีเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีเงื่อนไขทางธรณีวิทยาครบถ้วน ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีระบุว่า “เขาพลอยแหวน” คือหนึ่งในแหล่งภูเขาไฟโบราณในจันทบุรี ที่เคยมีแร่พลอยซ่อนตัวอยู่มากมาย เป็นหลักฐานว่าพลอยในจันทบุรีกำเนิดขึ้นจากพื้นที่ ไม่ได้พัดพามาจากแหล่งอื่น

จันทบุรี เมืองแห่งอัญมณี

ปรากฏหลักฐานการกล่าวถึงจันทบุรีในฐานะเมืองที่รุ่มรวยด้วยอัญมณีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 จากหนังสือ Journal of an Embassy ของ จอห์น ครอว์ฟอร์ด ที่บันทึกการขุดพลอยชนิดต่าง ๆ ที่เขาพลอยแหวน โดยกล่าวว่า “อัญมณีของสยามนั้น มีแซปไฟล์ ทับทิมและบุษราคัม ซึ่งพบบริเวณเขาแหล่งหนึ่งในจันทบุรี”

กว่าธุรกิจการค้าพลอยจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างก็สมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มจากชาว “กุหล่า”(กุลา) ชนกลุ่มน้อยจากรัฐฉาน พม่า ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในสยาม และกระจายตัวอยู่ตามแหล่งพลอยในเมืองจันทบุรี เช่น บ่อไร่ บ่อเวฬุ เมืองไพลิน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศกัมพูชา) คนกลุ่มนี้มีความรู้เรื่องพลอยจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษ ที่ทำเหมืองพลอยขนาดใหญ่ที่ เมืองโม่โกะ ในพม่า และมีวิถีชีวิตผูกพันกับพลอย อย่างที่ผู้สูงอายุชาวกุหล่าเล่าว่า พวกเขาอพยพมาตามพลอย

ชาวกุหล่าค้นพบแหล่งพลอยที่บางกะจะ ก่อนจะเข้าไปขุดพลอยเพื่อนำไปขายให้ชนชั้นสูงและเศรษฐีท้องถิ่น ทั้งยังนำพลอยก้อนไปขายที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย เพราะเวลานั้นกัลกัตตาเป็นแหล่งตลาดพลอยที่ใกล้และสะดวกที่สามารถเจียระไนพลอยก้อนได้

ภายหลังชาวกุหล่าได้นำความรู้ด้านการขุดพลอย การค้าพลอย และการเจียระไนพลอย เข้ามาสอนคนพื้นเมือง แล้วชาวกุหล่าก็ค่อย ๆ ผันตัวไปเป็นพ่อค้าคนกลาง

อย่างไรก็ตาม อาชีพการค้าขายพลอยช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังไม่แพร่หลายมากนักในจันทบุรี เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังยึดประกอบอาชีพเกษตรกรรมและประมงเป็นสำคัญ ส่วนการหาพลอยจะทำในช่วงที่มีเวลาว่างจากอาชีพหลักเท่านั้น

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อพม่าได้เอกราชจากอังกฤษ พม่าก็ออกกฎหมายห้ามขุดค้นและทำเหมืองพลอย ตลอดจนห้ามมีพลอยไว้ในครอบครอง อังกฤษที่ทราบว่าประเทศไทยก็มีแหล่งพลอยเช่นเดียวกัน จึงหันมาสนใจอุตสาหกรรมพลอยในไทยแทน

เวลานั้น ความต้องการพลอยจากประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น นำสู่การเปิดโรงงานเจียระไนพลอยขึ้นเป็นแห่งแรกในจังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่บริเวณย่านโรงหนังเก่า จันทบุรีมัลติเพล็กซ์

อัญมณีของจันทบุรีค่อย ๆ เป็นที่รู้จักเรื่อยมาจนในช่วง พ.ศ. 2500 หลายครัวเรือนก็หันมาทำธุรกิจเกี่ยวกับพลอย ระยะแรกพบว่าช่างเจียระไนพลอยส่วนใหญ่เป็น ชาวญวนซึ่งอาศัยอยู่ริมน้ำจันทบุรี ก่อนที่ต่อมาอาชีพนี้ได้ขยายออกไปในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วจังหวัด รวมถึงอาชีพคนเดินพลอย คนขุดพลอย คนทำเหมืองพลอย ฯลฯ ส่วนชาวกุหล่าซึ่งเหลือจำนวนไม่มากแล้วก็ค่อย ๆ ลดบทบาทลง

จากยุคตื่นพลอยสู่ความซบเซา

พ.ศ. 2520-2540 เป็นยุคตื่นพลอยในจันทบุรีเป็นผลจากการค้นพบ “ทับทิมสยาม”ซึ่งเป็นพลอยสีแดงเข้ม มีความงดงามอย่างยิ่ง และยังเป็นอัญมณีหายาก รวมกันแล้วจึงทำให้มีราคาสูง

เมื่ออุตสาหกรรมพลอยเติบโตต่อเนื่อง รัฐจึงเริ่มกำหนดนโยบายเพื่อยกระดับศักยภาพในการผลิต สนับสนุนการเปิดเหมืองพลอย และวางรากฐานให้ธุรกิจอัญมณีดำเนินไปอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เศรษฐกิจของจังหวัดขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศในเวลานั้น

หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของยุคนี้คือ “ถนนศรีจันทร์”หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ถนนอัญมณี”ซึ่งกลายเป็นตลาดซื้อขายพลอยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางการค้าที่เชื่อมโยงผู้ที่สนใจพลอยทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ “จันทบุรี” ไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองที่มีพลอยตามธรรมชาติ แต่ยังเติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัญมณีของไทย ตั้งแต่การขุดค้น ไปจนถึงการเจียระไนและค้าขาย จนได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งอัญมณี”ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

ทว่าปัจจุบันธุรกิจการค้าพลอยส่วนใหญ่ซบเซาอย่างเห็นได้ชัด แหล่งพลอยธรรมชาติเริ่มร่อยหรอ ผู้ประกอบการต้องหันไปพึ่งพาการนำเข้าพลอยดิบจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ผู้คนจึงเปลี่ยนอาชีพ กระทบต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ทักษะจากรุ่นสู่รุ่น และแรงงานฝีมือดีในท้องถิ่นก็ลดน้อยลงไปด้วย

อย่างไรก็ตาม คำว่า “เมืองแห่งอัญมณี” ก็ยังเป็นภาพจำระดับประเทศ ที่สะท้อนความรุ่งเรือง ความเชี่ยวชาญ และบทบาทสำคัญของคนจันทบุรี ในฐานะเป็นผู้ขับเคลื่อนตลาดอัญมณีของโลกอีกแห่งหนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. (2542). หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพมหานครฯ: กรมศิลปากร

พลวัต คงทอง. (2561). พัฒนาการและการล่มสลายของเศรษฐกิจชุมชน: กรณีศึกษาธุรกิจพลอย. วิทยานิพนธ์หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเมืองและการบริหารจัดการ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

ศิริพร แดงตุ้ย. (2553). พัฒนาการทางเศรษฐกิจพลอยในเขตอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด. งานนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ การเมืองและการบริหารจัดการ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

ตรังค์ ทยานนท์. ทับทิมสยาม… พลอยน้ำหนึ่งแดน “บ่อไร่”. เข้าถึงได้จาก http://library.dmr.go.th/elib/cgi-bin/opacexe.exe?op=mmvw&db=Main&skin=s&mmid=9027&bid=5560เรียกใช้เมื่อ 30 พฤษภาคม 2568

กรมทรัพยากรธรณี. (2554).การจำแนกเขตเพื่อการจัดการด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี จังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพฯ: .เข้าถึงได้จาก https://www.dmr.go.th. เรียกใช้เมื่อ 30 พฤษภาคม 2568

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 มิถุนายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนดูอุตสาหกรรมพลอยในจันทบุรี เหตุใดจึงได้ชื่อว่า “เมืองแห่งอัญมณี”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...