ย้อนดูอุตสาหกรรมพลอยในจันทบุรี เหตุใดจึงได้ชื่อว่า “เมืองแห่งอัญมณี”
จันทบุรี เมืองภาคตะวันออกที่มีชื่อเสียงด้านผลไม้ แต่ก็เป็น “เมืองแห่งอัญมณี” ด้วยอีกตำแหน่ง
“จันทบุรี” ที่นอกจากจะมีดีเรื่องแหล่งปลูกทุเรียนและมังคุดแล้ว ที่นี่ยังมีอีกหนึ่งสมบัติล้ำค่าฝังอยู่ใต้ดินอย่าง “พลอย” สร้างรายได้ให้จันทบุรีมานานนับร้อยปี
พลอยจันทบุรีมีที่มาจากไหน?
พลอย หรือ อัญมณี เป็นแร่ชนิดหนึ่งที่เกิดมาจาก แร่ “คอรันดัม” (Corundum) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “กากะรุน” มีต้นกำเนิดมาจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ใช้เวลานับล้านปี เมื่อภูเขาไฟในอดีตปะทุและมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม ลาวาจะตกผลึกกลายเป็นแร่ใส ที่เมื่อดูดซับธาตุต่าง ๆ จะกลายเป็นพลอยหลากหลายสี เช่น ทับทิม ไพลิน บุษราคัม ฯลฯ
จันทบุรีเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีเงื่อนไขทางธรณีวิทยาครบถ้วน ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีระบุว่า “เขาพลอยแหวน” คือหนึ่งในแหล่งภูเขาไฟโบราณในจันทบุรี ที่เคยมีแร่พลอยซ่อนตัวอยู่มากมาย เป็นหลักฐานว่าพลอยในจันทบุรีกำเนิดขึ้นจากพื้นที่ ไม่ได้พัดพามาจากแหล่งอื่น
จันทบุรี เมืองแห่งอัญมณี
ปรากฏหลักฐานการกล่าวถึงจันทบุรีในฐานะเมืองที่รุ่มรวยด้วยอัญมณีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 จากหนังสือ Journal of an Embassy ของ จอห์น ครอว์ฟอร์ด ที่บันทึกการขุดพลอยชนิดต่าง ๆ ที่เขาพลอยแหวน โดยกล่าวว่า “อัญมณีของสยามนั้น มีแซปไฟล์ ทับทิมและบุษราคัม ซึ่งพบบริเวณเขาแหล่งหนึ่งในจันทบุรี”
กว่าธุรกิจการค้าพลอยจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างก็สมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มจากชาว “กุหล่า”(กุลา) ชนกลุ่มน้อยจากรัฐฉาน พม่า ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในสยาม และกระจายตัวอยู่ตามแหล่งพลอยในเมืองจันทบุรี เช่น บ่อไร่ บ่อเวฬุ เมืองไพลิน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศกัมพูชา) คนกลุ่มนี้มีความรู้เรื่องพลอยจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษ ที่ทำเหมืองพลอยขนาดใหญ่ที่ เมืองโม่โกะ ในพม่า และมีวิถีชีวิตผูกพันกับพลอย อย่างที่ผู้สูงอายุชาวกุหล่าเล่าว่า พวกเขาอพยพมาตามพลอย
ชาวกุหล่าค้นพบแหล่งพลอยที่บางกะจะ ก่อนจะเข้าไปขุดพลอยเพื่อนำไปขายให้ชนชั้นสูงและเศรษฐีท้องถิ่น ทั้งยังนำพลอยก้อนไปขายที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย เพราะเวลานั้นกัลกัตตาเป็นแหล่งตลาดพลอยที่ใกล้และสะดวกที่สามารถเจียระไนพลอยก้อนได้
ภายหลังชาวกุหล่าได้นำความรู้ด้านการขุดพลอย การค้าพลอย และการเจียระไนพลอย เข้ามาสอนคนพื้นเมือง แล้วชาวกุหล่าก็ค่อย ๆ ผันตัวไปเป็นพ่อค้าคนกลาง
อย่างไรก็ตาม อาชีพการค้าขายพลอยช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังไม่แพร่หลายมากนักในจันทบุรี เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังยึดประกอบอาชีพเกษตรกรรมและประมงเป็นสำคัญ ส่วนการหาพลอยจะทำในช่วงที่มีเวลาว่างจากอาชีพหลักเท่านั้น
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อพม่าได้เอกราชจากอังกฤษ พม่าก็ออกกฎหมายห้ามขุดค้นและทำเหมืองพลอย ตลอดจนห้ามมีพลอยไว้ในครอบครอง อังกฤษที่ทราบว่าประเทศไทยก็มีแหล่งพลอยเช่นเดียวกัน จึงหันมาสนใจอุตสาหกรรมพลอยในไทยแทน
เวลานั้น ความต้องการพลอยจากประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น นำสู่การเปิดโรงงานเจียระไนพลอยขึ้นเป็นแห่งแรกในจังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่บริเวณย่านโรงหนังเก่า จันทบุรีมัลติเพล็กซ์
อัญมณีของจันทบุรีค่อย ๆ เป็นที่รู้จักเรื่อยมาจนในช่วง พ.ศ. 2500 หลายครัวเรือนก็หันมาทำธุรกิจเกี่ยวกับพลอย ระยะแรกพบว่าช่างเจียระไนพลอยส่วนใหญ่เป็น ชาวญวนซึ่งอาศัยอยู่ริมน้ำจันทบุรี ก่อนที่ต่อมาอาชีพนี้ได้ขยายออกไปในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วจังหวัด รวมถึงอาชีพคนเดินพลอย คนขุดพลอย คนทำเหมืองพลอย ฯลฯ ส่วนชาวกุหล่าซึ่งเหลือจำนวนไม่มากแล้วก็ค่อย ๆ ลดบทบาทลง
จากยุคตื่นพลอยสู่ความซบเซา
พ.ศ. 2520-2540 เป็นยุคตื่นพลอยในจันทบุรีเป็นผลจากการค้นพบ “ทับทิมสยาม”ซึ่งเป็นพลอยสีแดงเข้ม มีความงดงามอย่างยิ่ง และยังเป็นอัญมณีหายาก รวมกันแล้วจึงทำให้มีราคาสูง
เมื่ออุตสาหกรรมพลอยเติบโตต่อเนื่อง รัฐจึงเริ่มกำหนดนโยบายเพื่อยกระดับศักยภาพในการผลิต สนับสนุนการเปิดเหมืองพลอย และวางรากฐานให้ธุรกิจอัญมณีดำเนินไปอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เศรษฐกิจของจังหวัดขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศในเวลานั้น
หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของยุคนี้คือ “ถนนศรีจันทร์”หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ถนนอัญมณี”ซึ่งกลายเป็นตลาดซื้อขายพลอยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางการค้าที่เชื่อมโยงผู้ที่สนใจพลอยทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ “จันทบุรี” ไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองที่มีพลอยตามธรรมชาติ แต่ยังเติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัญมณีของไทย ตั้งแต่การขุดค้น ไปจนถึงการเจียระไนและค้าขาย จนได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งอัญมณี”ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
ทว่าปัจจุบันธุรกิจการค้าพลอยส่วนใหญ่ซบเซาอย่างเห็นได้ชัด แหล่งพลอยธรรมชาติเริ่มร่อยหรอ ผู้ประกอบการต้องหันไปพึ่งพาการนำเข้าพลอยดิบจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ผู้คนจึงเปลี่ยนอาชีพ กระทบต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ทักษะจากรุ่นสู่รุ่น และแรงงานฝีมือดีในท้องถิ่นก็ลดน้อยลงไปด้วย
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เมืองแห่งอัญมณี” ก็ยังเป็นภาพจำระดับประเทศ ที่สะท้อนความรุ่งเรือง ความเชี่ยวชาญ และบทบาทสำคัญของคนจันทบุรี ในฐานะเป็นผู้ขับเคลื่อนตลาดอัญมณีของโลกอีกแห่งหนึ่ง
อ่านเพิ่มเติม :
- จันทบุรีก็มี “เหน่อ” ถ้าไม่เชื่อ ลองอ่านปทานุกรมศัพท์จันท์
- มณฑลของสยาม กับพืชสินค้าเด่นที่ปลูกได้ดี แต่ละที่มีอะไรบ้าง?
- จุดกำเนิดเจ้าพ่อตะวันออก “ผู้มีอิทธิพล” จากผลพวงนักเลงโต-อั้งยี่ อยุธยาถึงปัจจุบัน
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. (2542). หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพมหานครฯ: กรมศิลปากร
พลวัต คงทอง. (2561). พัฒนาการและการล่มสลายของเศรษฐกิจชุมชน: กรณีศึกษาธุรกิจพลอย. วิทยานิพนธ์หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเมืองและการบริหารจัดการ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ศิริพร แดงตุ้ย. (2553). พัฒนาการทางเศรษฐกิจพลอยในเขตอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด. งานนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ การเมืองและการบริหารจัดการ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
ตรังค์ ทยานนท์. ทับทิมสยาม… พลอยน้ำหนึ่งแดน “บ่อไร่”. เข้าถึงได้จาก http://library.dmr.go.th/elib/cgi-bin/opacexe.exe?op=mmvw&db=Main&skin=s&mmid=9027&bid=5560เรียกใช้เมื่อ 30 พฤษภาคม 2568
กรมทรัพยากรธรณี. (2554).การจำแนกเขตเพื่อการจัดการด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี จังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพฯ: .เข้าถึงได้จาก https://www.dmr.go.th. เรียกใช้เมื่อ 30 พฤษภาคม 2568
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 มิถุนายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนดูอุตสาหกรรมพลอยในจันทบุรี เหตุใดจึงได้ชื่อว่า “เมืองแห่งอัญมณี”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com