โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จี้รัฐทบทวนขึ้น"ค่าแรง" หวั่นทุบ"เอสเอ็มอี"ทรุด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 01.30 น.
จี้รัฐทบทวนขึ้นค่าแรง 400 บาท เร็วแรงเกินท่ามกลางเศรษฐกิจเปราะบาง หวั่นรายย่อยรับไม่ไหวเจ๊ง โดยเฉพาะก่อสร้าง

นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยถึงผลกระทบมติคณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาทในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และบางกิจการในต่างจังหวัด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 68ว่า ขอให้รัฐบาลทบทวนมติการขึ้นค่าแรง400บาทอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และเศรษฐกิจไทยโดยภาพรวม สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย มองว่า เป็นการดำเนินนโยบายที่เร็วและรุนแรงเกินไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลางที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและกำลังคน อาจทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยรับภาระไม่ไหว

ท้้งนี้ ค่าแรงเพิ่งมีการปรับขึ้นไปเมื่อ 1 ม.ค. ผลกระทบจากรอบก่อนยังไม่ทันคลี่คลาย ซึ่งเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงเปราะบาง การเพิ่มภาระต้นทุนซ้ำซ้อนอาจผลักผู้ประกอบการให้ปิดกิจการหรือเลิกจ้าง โดยเฉพาะธุรกิจบริการ และก่อสร้าง ซึ่งใช้แรงงานเป็นต้นทุนหลัก จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และโครงการที่มีราคาสัญญาตายตัว ไม่สามารถปรับราคาได้ทันที ทำให้ขาดทุนหรือถูกบีบให้ทิ้งงาน

อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นค่าแรงในกรุงเทพฯ กว่า 7.2% ถือว่า สูงมาก โดย กลุ่มแรงงานขั้นต่ำจำนวนมากยังขาดทักษะหรือประสบการณ์ที่สอดคล้องกับค่าแรงวันละ 400 บาท ไม่มีโรดแมป หรือหลักการที่ชัดเจนในการกำหนดนโยบายค่าแรง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และแนวโน้มที่ผู้ประกอบการจะลดขนาดแรงงานประจำ หันไปจ้างงานนอกระบบ เสี่ยงต่อเสถียรภาพแรงงานในระยะยาว

นอกจากนี้ มติที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ พื้นที่กรุงเทพมหานคร ปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน ทั่วพื้นที่ ต่างจังหวัด ปรับค่าแรง 400 บาท เฉพาะบางกิจการ ได้แก่ โรงแรมตั้งแต่ระดับ 2 ดาวขึ้นไป หรือโรงแรมที่มีห้องพัก 50 ห้องขึ้นไป กิจการที่มีห้องอาหารในโรงแรม สถานบริการ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ เช่น คาราโอเกะ ค็อกเทลเลานจ์ การปรับขึ้นครั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 68 เป็นต้นไป และจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของครม.อีกครั้ง คาดว่า จะมีแรงงานได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้ประมาณกว่า 700,000 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...