ตลท. ยันไม่จำเป็นออกมาตรการระยะสั้น รับมือตลาดหุ้นผันผวนสูง เกาะติดการเมืองใกล้ชิด
ตลท. ยันไม่จำเป็นออกมาตรการระยะสั้น รับมือตลาดหุ้นผันผวนสูง เกาะติดการเมืองใกล้ชิด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 มิ.ย. 68 15:55 น.
ตลท. ชี้ตลาดหุ้นไทยผันผวนสูง แต่ยังไม่มีมาตรการระยะสั้นออกมาดูแล แนะนักลงทุนใจเย็นและพิจารณาข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมติดตามสถานการณ์การเมืองใกล้ชิด มองหุ้นกลุ่มธนาคาร การเงิน และกลุ่มเฮลแคร์ยังเติบโต
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวยอมรับว่าสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันมีความผันผวนค่อนข้างมาก เพราะมีแรงกดดันทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ จึงมองว่านักลงทุนควรต้องกลับมาดูที่ปัจจัยพื้นฐาน หรือพิจารณาข้อมูลให้ครบถ้วน
ทั้งนี้ขอให้นักลงทุนใจเย็น เพราะว่าในจังหวะที่ผันผวนทั้ง ราคาหุ้นและสินทรัพย์อื่น เช่น ราคาทองคำ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง และราคาน้ำมันก็ปรับตัวขึ้นลงตามสภาวะสงครามในต่างประเทศ จึงทำให้มีข้อมูลให้ตัดสินใจค่อนข้างมาก รวมถึงพิจารณาอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน
ทั้งนี้ หากพิจารณาตาม P/E หรือราคาหุ้นแล้ว พบว่าเจ้าของธุรกิจเริ่มมีการซื้อหุ้นคืนค่อนข้างมากเพื่อสร้างความเชื่อมั่น หุ้นของบริษัทมี P/E ต่ำแล้วเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน รวมถึงมีการจ่ายปันผล ซึ่งจะมีข้อมูลหลากหลายที่ ตลท.จะพยายามเป็นคนสื่อสารให้เร็วที่สุดเพื่อให้นักลงทุนตัดสินใจอย่างรอบคอบ
ขณะที่ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมากลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติสนใจค่อนข้างมาก ซึ่งยังมีอัตราการเติบโตแม้ไม่ได้สูงมาก คือ กลุ่มธนาคาร,การเงิน และกลุ่มเฮลแคร์ที่มีการปรับธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐฯต้องดูว่าจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไหนบ้าง แต่บางทีมองว่าอาจเป็นอัพไซด์ก็ได้ เพราะต้องดูว่าคู่แข่งของประเทศไทย เช่น ประเทศเวียดนาม ถูกจัดเก็บภาษีมากกว่าหรือน้อยกว่าไทย ซึ่งไทยอาจได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้านหรือคู่แข่งทางการค้าก็ได้ โดยยังคงเป็นข้อมูลที่ต้องจับตาดูและวิเคราะห์ในการตัดสินใจ
สำหรับประเด็นสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ยอมรับว่ามีการมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดและประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยมองว่าการเมืองภายในประเทศถ้าประเมินดูแล้วไม่มีผลต่อรายได้หรือการดำเนินการในเชิงพื้นฐาน ซึ่งสิ่งที่นักลงทุนเฝ้าระวังคือนโยบายของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงมองว่ายังไม่ได้หนักพอที่จะออกมาตรการระยะสั้นออกมา
"วันนี้เราจับตาดูว่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ตลาดผันผวนที่รุนแรงกว่าปกติ ซึ่งการออกมาตรการต้องรอบคอบ เพราะการออกมาตรการที่ออกมาแล้วทำให้คนตกใจมากกว่าที่ควรก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ซึ่งเรื่องนี้เรากำลังวิเคราะห์กันอยู่ ซึ่งหลายๆเคสในประเทศที่กำลังจับตาดูกันอยู่ส่วนใหญ่ไม่เห็นว่ากระทบกับธุรกิจในเชิงพื้นฐาน ซึ่งธุรกิจยังเดินต่อไปทั้งการผลิตและการส่งออก" นายอัสสเดช กล่าว
เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย อนุมัติ โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
ดูข่าวต้นฉบับ