โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

21 มิ.ย. วันครีษมายัน กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.30 น.
วันที่ 21 มิถุนายนของปีนี้ คือวันครีษมายัน หรือวันที่กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนผ่านฤดูกาลอย่างเป็นทางการของซีกโลกเหนือ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความยาวของแสงอาทิตย์ในแต่ละวัน แต่ยังสะท้อนความเชื่อ วัฒนธรรม และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกอีกด้วย

ในวันที่ 21 มิถุนายนของปีนี้ โลกจะเข้าสู่ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เรียกว่า “วันครีษมายัน” (Summer Solstice) ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาล โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่อยู่ในซีกโลกเหนือ รวมถึงประเทศไทยด้วย วันดังกล่าวเป็นวันที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้านานที่สุดของปี ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืนอย่างชัดเจน

ในเชิงดาราศาสตร์ วันครีษมายันคือช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์โคจรขึ้นไปถึงตำแหน่งเหนือสุดของทรงกลมฟ้า หรือเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ (Tropic of Cancer) ซึ่งอยู่ที่ละติจูดประมาณ 23.5 องศาเหนือ โดยนับจากช่วงเดือนมีนาคม (วันวิษุวัตฤดูใบไม้ผลิ) ดวงอาทิตย์จะค่อย ๆ เคลื่อนตัวจากซีกโลกใต้ขึ้นเหนือเรื่อย ๆ และไปถึงจุดสูงสุดในวันที่ 21 มิถุนายน จากนั้นจึงเริ่มเคลื่อนกลับลงใต้ ซึ่งการเคลื่อนตัวนี้เกิดจากความเอียงของแกนโลกที่ทำมุมประมาณ 23.5 องศา

ในวันครีษมายัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกลงทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุดเช่นกัน ส่งผลให้เส้นทางของดวงอาทิตย์ที่พาดผ่านท้องฟ้ามีระยะทางยาวและสูงที่สุดในรอบปี ซึ่งหมายความว่าแสงแดดจะส่องถึงพื้นโลกในซีกโลกเหนือนานที่สุด

วันครีษมายันถือเป็นวันเริ่มต้นของฤดูร้อนอย่างเป็นทางการในซีกโลกเหนือ ในทางกลับกัน ประเทศในซีกโลกใต้ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือประเทศในทวีปอเมริกาใต้ จะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการในวันเดียวกันนี้

ในบางประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้วงกลมอาร์กติก เช่น นอร์เวย์ สวีเดน หรือฟินแลนด์ จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “พระอาทิตย์เที่ยงคืน” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ไม่ตกดินเลยตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถมองเห็นแสงสว่างได้แม้ในช่วงเที่ยงคืน

ในรอบหนึ่งปี ปรากฏการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้น 2 ครั้งที่มีความสำคัญ คือ:

  • วันครีษมายัน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน): ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุด
  • วันเหมายัน (21–22 ธันวาคม): ช่วงเวลากลางคืนยาวนานที่สุด

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 วันสำคัญคือ:

  • วันวิษุวัต (ประมาณ 21 มีนาคม): กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน เป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ
  • วันศารทวิษุวัต (ประมาณ 23 กันยายน): กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน เป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วง

นอกจากความสำคัญทางวิทยาศาสตร์แล้ว วันครีษมายันยังมีความหมายในเชิงวัฒนธรรมและจิตวิญญาณในหลายภูมิภาคทั่วโลก หลายประเทศมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในวันนี้มาอย่างยาวนาน เช่นที่อังกฤษ ผู้คนจำนวนมากเดินทางไปยังแหล่งโบราณสถานอย่างสโตนเฮนจ์ เพื่อเฝ้าดูพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งในวันครีษมายัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นพาดตรงผ่านเสาหินสำคัญพอดี หรือในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย มีการเฉลิมฉลองที่เรียกว่า “Midsummer” ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญของปี ผู้คนจะจัดงานเลี้ยง รำวง และทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ส่วนในวัฒนธรรมของชาวมายาและอินคาในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ วันครีษมายันเคยถูกใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับการบูชาดวงอาทิตย์ และเป็นตัวกำหนดฤดูกาลเกษตรกรรม

ส่วนประเทศไทย แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในแนวละติจูดที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์เที่ยงคืนหรือกลางวันยาวนานสุดโต่งเหมือนประเทศแถบใกล้ขั้วโลกเหนือ แต่วันครีษมายันก็ยังส่งผลต่อรูปแบบของแสงแดดและอุณหภูมิภายในประเทศอย่างชัดเจน โดยในวันนี้ ประเทศไทยจะมีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดของปี โดยดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วและตกช้ากว่าปกติ เช่น ในกรุงเทพมหานคร ดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. และตกเวลาประมาณ 18:47 น. ซึ่งรวมแล้วทำให้มีช่วงเวลากลางวันนานถึงเกือบ 13 ชั่วโมง นานกว่าช่วงอื่นของปีประมาณ 1 ชั่วโมง

วันครีษมายันเป็นวันที่มีความสำคัญทั้งทางวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม โดยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ซึ่งส่งผลต่อสภาพอากาศ ฤดูกาล และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก แม้ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก ความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติเหล่านี้ยังคงมีอิทธิพลต่อจังหวะชีวิตและการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...