คลิปเสียงนายกฯ สะเทือนเสถียรภาพ – ไทยกำลังสูญพื้นที่อำนาจให้กัมพูชา?
คลิปเสียงนายกฯ สะเทือนเสถียรภาพ – ไทยกำลังสูญพื้นที่อำนาจให้กัมพูชา?
กลางสมรภูมิการเมืองไทยที่ร้อนระอุที่สุดในรอบปี คลิปเสียงหลุดที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ได้เปลี่ยนจาก “ข่าวลือ” เป็น “หลักฐานทางการเมือง” เมื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันต่อหน้าสื่อด้วยน้ำเสียงมั่นคงว่า “เป็นเสียงของตนจริง” – คำยืนยันที่ดูซื่อสัตย์ แต่กลับจุดประกายคำถามใหม่ว่ารัฐบาลนี้กำลังสูญเสียการควบคุมหรือไม่?
เสียงในคลิปที่พูดถึงแรงกดดันจาก “ต่างขั้วอำนาจ” และการจัดสมดุลผลประโยชน์ภายในรัฐบาล ยิ่งทำให้ฝ่ายค้านอย่าง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ออกโรงโจมตีแบบไม่อ้อมค้อม โดยเปรียบเปรยรัฐบาลเพื่อไทยว่า “เหมือนเรือกลางทะเลที่หัวเรือไม่สามารถควบคุมฝีพายได้ ขณะที่ประชาชนต้องเผชิญคลื่นลมเศรษฐกิจโดยไร้ทิศทาง”
แม้คำพูดของนายกฯ จะถูกมองว่าแสดงความกล้าหาญ แต่ก็มาพร้อมเสียงวิจารณ์ที่ไม่อาจปัดตกได้ - รัฐบาลอ่อนแอเกินไปในการควบคุมพรรคร่วม และถูกกลุ่มกดดันทางการเมือง “วางเกม” ตั้งแต่ต้นน้ำ
ที่น่ากังวลกว่าคลื่นเสียงในคลิป คือคลื่นความตึงเครียดบริเวณ ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกลายเป็น “จุดอ่อนยุทธศาสตร์” เพราะรัฐบาลไทยยังไม่สามารถวางแนวนโยบายที่ชัดเจนเพื่อรับมือกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ และผลประโยชน์ทับซ้อนในพื้นที่ทับซ้อน
ในขณะที่ฝ่ายไทยยังวุ่นกับการต่อรองกระทรวงและเก้าอี้ ครม. - ฝั่งกัมพูชากลับ เดินหน้าเต็มสปีด ร่วมทุนกับกลุ่มทุนจีน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและฐานเศรษฐกิจริมพรมแดนอย่างต่อเนื่อง
การเจรจาทวิภาคีระดับสูงที่ควรเกิดในไตรมาสที่ผ่านมา ถูกเลื่อนแบบไม่มีไทม์ไลน์ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงเตือนว่า หากสถานการณ์ยังไร้ผู้นำที่เด็ดขาด ไทยอาจเสียพื้นที่ผลประโยชน์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจร่วมให้กับขั้วอำนาจใหม่ในภูมิภาค
การเมืองไทยวันนี้ไม่ได้เพียงเผชิญกับความขัดแย้งภายใน แต่เริ่มส่งผลให้เรา ตกขอบเกมภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในขณะที่อาเซียนหลายประเทศกำลังปรับตัวสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ ไทยกลับติดกับดัก “การเมืองพันธนาการ” ที่มุ่งแบ่งเค้กมากกว่าขับเคลื่อนประเทศ
“คลิปเสียง” อาจไม่ใช่จุดจบ แต่คือคำเตือนที่ชัดเจนที่สุดว่า ประเทศไทยกำลังเสียเวลา เสียโอกาส และอาจเสียอำนาจ
หากผู้นำยังไม่สามารถรวมเสียงในรัฐบาลให้มั่นคง หรือสร้างทิศทางในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ชัดเจน เราอาจไม่เพียงเสียพื้นที่แผนที่เศรษฐกิจ – แต่ยังเสียความน่าเชื่อถือบนเวทีโลกแบบยาวนาน
เสียงในคลิปอาจไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย แต่ “ความเปราะบางของผู้นำ” ที่เผยออกมา กำลังกลายเป็นจุดอ่อนร้ายแรงที่สุดของรัฐบาล
และเมื่อเสียงจากผู้นำไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นนโยบายที่เด็ดขาด “เสียงของประชาชน” ก็เริ่มดังขึ้นว่านี่อาจถึงเวลา รีเซ็ตทางการเมือง อีกครั้ง