วิเคราะห์แนวทาง ไทย ในการร่วม BRICS-OECD การหาจุดยืนที่สมดุลในความเสี่ยง
เปิดการวิเคราะห์แนวทางของ "ไทย" ในการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS และ OECD มุ่งหวังผลประโยชน์ทั้งระยะสั้น และระยะยาว แต่ต้องรักษาจุดยืนที่สมดุล ท่ามกลางความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์
วันที่ 18 กรกฎาคม 14 กรกฎาคม 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า ไทยกำลังเดินหน้าก้าวขึ้นไปมีจุดยืนในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ด้วยการสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS และ OECD โดย BRICS คือกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่นำโดยจีนและรัสเซีย และเริ่มกระบวนการเข้าร่วม OECD ซึ่งมีชาติตะวันตกเป็นแกนนำ
นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนจีนและอินเดียอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสองชาติสมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่ม BRICS เพื่อเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทย นอกจากนี้ ไทยยังได้เปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นแห่งแรกของไทยในตะวันออกกลาง แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานในระดับนานาชาติของไทย
นิกเกอิเอเชียชี้ว่าไทยพยายามวางมองหาจุดยืนที่สมดุลและการวางตัวเป็นการในการเข้าร่วมทั้ง 2 กลุ่ม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อไทย ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ โอกาสทางการค้า และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปยัง OECD และ BRICS
ในปี 2566 มูลค่าการส่งออกของไทยไปยังกลุ่มประเทศ OECD อยู่ที่ 117,622.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่มูลค่าการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ BRICS อยู่ที่ 50,474.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
OCED
- สหรัฐ 48,864.54 ล้านเหรียญสหรัฐ
[* สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร 25,911.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ , * ญี่ปุ่น 24,669.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ , * ออสเตรเลีย 12,106.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ , * เกาหลีใต้ 6,070.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ]
BRICS
- จีน 34,164.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
[* อินเดีย 10,118.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ , * แอฟริกาใต้ 3,539.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ , * บราซิล 1,807.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ , * รัสเซีย 844.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ]
ปฏิกิริยาทางการทูตและความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ
นักการทูตไทยหลายคนรายงานว่าสมาชิก BRICS ทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ได้ตอบรับเป็นอย่างดีต่อการสมัครเข้าร่วมของไทย นอกจากนี้ BRICS ยังมีความสนใจในการเข้าร่วมของอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งมาเลเซียได้ยื่นสมัครเข้าเป็นสมาชิกเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความคืบหน้าดังกล่าว แต่ยังคงมีข้อกังขาและความกังวลในไทย เกี่ยวกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ไทยจะได้รับจากการเป็นสมาชิก BRICS และกังวลท่าทีจากกลุ่ม OECD โดยเฉพาะ เนื่องจาก OECD เป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทย รวมถึงความกังวลในจุดยืนของไทยที่มีต่อรัสเซีย
ความเป็นกลางและเป้าหมาย
ไทยยังคงยืนหยัดถึงความเป็นกลางท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยไทยยังคงรักษาพันธมิตรด้านความมั่นคงกับสหรัฐ ด้วยเข้าร่วมการซ้อมรบประจำปีเรื่อยมา และมุ่งเสริมสร้างความใกล้ชิดกับจีนในด้านเศรษฐกิจมากขึ้น ผ่านการค้าและการลงทุน
การสมัครเป็นสมาชิก OECD คือโอกาสในการปฏิรูปเศรษฐกิจและระบบการกำกับดูแลของไทยในระยะสั้นและระยะกลาง ส่วนการเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS นั้น แม้อาจไม่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน แต่ก็นับเป็นโอกาสในระยะยาวสำหรับไทย
นโยบายเชิงยุทธศาสตร์ของไทยและความเสี่ยง
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติครั้งสำคัญ โดยคาดการณ์ว่าจะมีผลประโยชน์อย่างมากจากจีนและกลุ่ม BRICS ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประเทศปรับตัวให้เข้ากับภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ตาม ดร.ปณิธานเตือนว่า การกำหนดนโยบายต่างประเทศให้เหมาะกับแต่ละฝ่ายก็เป็นดาบสองคม เพราะแม้ว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสองฝ่ายจะมีประโยชน์ หากสอดคล้องกับนโยบายอย่างเป็นทางการ แต่จะกลายเป็นปัญหาหากความสัมพันธ์เหล่านั้นมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจด้านนโยบาย หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งความขัดแย้งดังกล่าวตอกย้ำถึงความสมดุลที่ไทยต้องรักษาไว้ให้ได้ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ
อ้างอิง : asia.nikkei.com