โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผลสำรวจชี้ เกือบ 50% ของคนไทย “ฐานะการเงินแย่ลง” แต่ยังช็อปของดี ไม่เกี่ยงราคา เน้นความคุ้มค่า

Thairath Money

อัพเดต 20 มิ.ย. 2567 เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2567 เวลา 12.06 น.
ภาพไฮไลต์

นีลเส็นไอคิว (ประเทศไทย) หรือ NIQ เผยผลสำรวจพฤติกรรมการช็อปปิ้งของผู้บริโภคชาวไทยในปี 2567 ที่ช็อปปิ้งสินค้ากลุ่ม FMCG หรือสินค้าอุปโภคบริโภคจากห้าง ร้านสะดวกซื้อ โชห่วย และออนไลน์ ในรายงาน “Thai Shopper Trends 2567” พบว่าคนไทยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เนื่องจากค่าสาธารณูปโภคและค่าอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้หันไปซื้อสินค้าที่ให้ความคุ้มค่ามากขึ้น หรือรอช่วงโปรโมชัน และถึงแม้ว่าสถานะทางการเงินแย่ลงตั้งแต่ต้นปี ผู้บริโภคก็จะเลือกของดีมีคุณภาพก่อน นอกจากนี้ยังพบอีกว่า คนไทยหันมาใช้งานสินค้าแบรนด์ใหม่ๆ มากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจขาดลูกค้าที่ซื่อสัตย์ต่อแบรนด์

เศรษฐกิจแย่ พาพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน

ด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคหลายคนมองว่าเป็นวิกฤติ ส่งผลให้สถานะทางการเงินของผู้ซื้อชาวไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปีที่ผ่านมา จากข้อมูลที่ได้ทำการสำรวจเมื่อเดือนมกราคม 2567 พบว่า 48% ของผู้บริโภคชาวไทยมีสถานะทางการเงินแย่ลง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2566 ที่ตัวเลขอยู่ที่ 39%

สถานะทางการเงินที่ลดลงนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากค่าต้นทุนในสินค้าสาธารณูปโภคและค่าอาหารที่พุ่งสูงขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ส่งผลให้งบประมาณครัวเรือนทั่วประเทศตึงตัว โดยปัจจัยในปี 2567 ที่ผู้บริโภคกังวล มีดังนี้

เรื่องของต้นทุนด้านสาธารณูปโภค และค่าอาหารเป็นข้อกังวลอันดับต้นๆ ของผู้บริโภค โดยต้นทุนของอาหารเพิ่มสูงขึ้นจาก 27% ในเดือนกรกฎาคม 2566 เป็น 30% ในเดือนมกราคม 2567 นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังต้องรับมือกับความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและผลกระทบของภาวะโลกร้อนด้วย เพื่อจัดการกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้ ผู้ซื้อหลายคนจึงวางแผนซื้อสินค้า โดยส่วนใหญ่จะเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็น ไม่ฟุ่มเฟือย บางส่วนซื้อในปริมาณที่ลดลง และสิ่งที่น่าสนใจคือ มักจะซื้อสินค้าในช่วงลดราคา และช่วงที่มีการจัดโปรโมชันพิเศษเพื่อช่วยลดการใช้จ่าย

ผู้ประกอบการควรรับมืออย่างไร?

ผลกระทบจากต้นทุนราคาสินค้าและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปเท่านั้น ฝั่งของผู้ประกอบการในกลุ่มค้าปลีก ก็ต้องหาหนทางในการปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าและบริการเช่นกัน

โดยทัศนคติในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคในปัจจุบัน จะคำนึงถึง 4Ps โดยจะให้ความสำคัญตามลำดับ ดังนี้

  • Place (ร้านค้า): 96% ของผู้บริโภค เลือกที่จะเข้าซื้อสินค้าในร้านที่มีการจัดเรียงอย่างดีและมีบรรยากาศน่าเดิน
  • People (บุคคลผู้ให้บริการ): 92% ของผู้บริโภค เลือกที่จะเข้าร้านที่มีพนักงานบริการดี
  • Product (สินค้า): 90% ของผู้บริโภค เลือกที่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้ามากกว่าราคา เพื่อให้ประหยัดเวลาและคุ้มค่า
  • Price and Promotion (ราคาและโปรโมชัน): 86% ของผู้บริโภค เลือกที่จะซื้อสินค้าที่ให้ส่วนลดพิเศษก่อน โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากเรื่องของการปรับด้านการตลาดแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกหนึ่งเรื่องคือ ผู้บริโภคสมัยใหม่ “เลือกที่จะซื้อสินค้าแบรนด์ใหม่ และเปิดใจรับสินค้าใหม่ๆ ในตลาด” จากรายงานพบว่า 89% ของผู้บริโภคพร้อมที่จะทดลองใช้สินค้าแบรนด์ใหม่ในตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มข้าวสาร และแชมพู-ครีมนวด และมีผู้บริโภคเพียง 19% เท่านั้นที่ยังคงมุ่งมั่นจะซื้อสินค้าแบบเดิมๆ

ด้าน NIQ แนะฝั่งผู้ประกอบการว่า ควรเสนอส่วนลดและเพิ่มตัวเลือกในสินค้า รวมถึงออกแบบสินค้าที่สามารถซื้อได้ปริมาณมากในครั้งเดียว เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในสินค้า อย่างไรก็ตาม ต้องอย่าลืมที่จะเน้นย้ำถึงคุณค่าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อรักษาและดึงดูดลูกค้า นอกจากนี้ ธุรกิจควรใช้กลยุทธ์การขายออนไลน์มากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนหน้าร้าน และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ซื้อที่มองหาข้อเสนอพิเศษทางช่องทางออนไลน์

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผลสำรวจชี้ เกือบ 50% ของคนไทย “ฐานะการเงินแย่ลง” แต่ยังช็อปของดี ไม่เกี่ยงราคา เน้นความคุ้มค่า

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...