ระบบคะแนนรายได้ไม่สิ้นสุด
ข้อมูลเบื้องต้น
เนื้อเรื่องเกิดในดาวบลูสตาร์ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับโลก70-80% ดังนั้นมีหลายๆส่วนที่แตกต่างจากความเป็นจริงหวังว่านักอ่านทุกท่านจะเข้าใจและอ่านนิยายเรื่องนี้อย่างมีความสุข
เย่เทียน ชายหนุ่มนักศึกษาจบใหม่ชาวจีนที่อยู่ในช่วงกำลังหางานก็ได้พบเข้ากับระบบสุดแสนจะวิเศษซึ่งจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดการ เพราะทุกครั้งที่เขาได้รับเงินมันก็จะถูกแปลเปลี่ยนไปเป็นคะแนนซึ่งสามารถใช้ในการแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆมากมาย
ระบบ
“บ้าเอ้ย สัมภาษณ์กี่บริษัทก็ไม่ผ่านการสัมภาษณ์สักที่เลย”เย่เทียนกล่าวขึ้นด้วยความเหนื่อยใจ ในยุคนี้แค่จบปริญญาตรีก็แทบจะหางานไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตัวเขาที่จบจากมหาวิทยาลัยเล็กๆเลย
“ถ้าเกิดตอนนั้นเราสอบได้คะแนนเพิ่มมากกว่านี้สักนิดนึงนะ คงได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆและไม่มาลำบากแบบนี้หรอก”เย่เทียนพึมพำเบากับตัวเอง แน่นอนว่ารู้อะไรย่อมไม่เท่ารู้งี้
แต่ตัวของเขาก็ได้แต่เพียงคิดเท่านั้นเพราะสุดท้ายแล้วก็คงไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ ตอนนี้ทำได้เพียงแค่กัดฟันและเดินหน้าสู้กับความเป็นจริงต่อไป
เย่เทียนเดินทางกลับห้องพักของตัวเองด้วยความเหนื่อยอ่อน อากาศประเทศไทยก็สุดแสนจะร้อนแถมการสัมภาษณ์งานก็ยังล้มเหลวอีก มันทำให้พลังงานในตัวของเขานั้นถูกใช้จนหมดไปอย่างรวดเร็ว
ฟังไม่ผิดหรอกว่าประเทศที่ตัวของเย่เทียนอยู่นั้นคือประเทศไทย ส่วนถามว่าทำไมถึงมีชื่อจีนนั่นก็ต้องย้อนกลับไปในสมัยก่อนที่พ่อกับแม่ของเขานั้นได้อพยพตามปู่กับย่ามาที่ประเทศไทยทำให้ตัวของเย่เทียนได้เกิดและเติบโตในประเทศไทยนั่นเอง
“เหนื่อยเป็นบ้า”เย่เทียนทิ้งตัวลงนอนที่เตียงของตัวเอง ตอนนี้หากเขาไม่รีบหางานทำเขาก็คงไม่สามารถอยู่พักที่ห้องพักนี้ได้อีกต่อไปเพราะตัวเขาเองก็คงไม่มีตังจ่ายค่าเช่าแล้ว
“หรือว่าเราต้องกลับไปช่วยงานพ่อกับแม่ที่บ้านหล่ะเนี่ย ไม่ได้สิเราต้องพยายามต่อจะเป็นภาระของที่บ้านไม่ได้”เย่เทียนกล่าวกับตัวเอง โดยพ่อกับแม่ของเขานั้นพวกท่านต่างก็ทำงานค้าขายทั่วไปที่ตลาด ซึ่งก่อนหน้าในวัยเด็กของเย่เทียนนั้นฐานะครอบครัวของเขานั้นเรียกได้ว่าค่อนข้างมีตังพอสมควรเลยทีเดียว
ชีวิตในเด็กของเขาเต็มไปด้วยความสวยหรูจนกระทั่งเมื่อเขาได้เข้าเรียนในระดับมัธยมชีวิตของเขาและครอบครัวก็ต้องเปลี่ยนไปเนื่องจากว่าปู่ของเขาหรือพ่อของพ่อเย่เทียนนั้นได้นำเงินไปลงทุนในธุรกิจบางอย่างจนขาดทุนและกลายเป็นหนี้ธนาคารทำให้ทรัพย์สินส่วนใหญ่ถูกขายทอดตลาด
ปู่ของเขาที่เห็นว่าธุรกิจของตัวเองล้มไม่เป็นท่าก็ล้มป่วยในทันที แน่นอนว่าพอธุรกิจล้มลงแต่ก็ยังพอมีทรัพย์สินติดตัวอยู่บ้างแต่พอปู่ล้มป่วยก็ต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆตามมาจนสุดท้ายทั้งบ้านทั้งรถก็ถูกขายทอดตลาดจนหมด ทำให้ครอบครัวของเขานั้นเหมือนเริ่มต้นใหม่จากศูนย์เลยทีเดียว
ส่วนปู่ของเขาหลังจากที่ท่านล้มป่วยไปนั้นก็เหมือนจะทนไม่ไหวจนเสียชีวิตไปหลังจากนั้นไม่กี่เดือนส่วนย่าของเขานั้นหลังจากที่ปู่จากไปท่านก็ตอมใจตายตามไปด้วยทำให้ครอบครัวเหลือแค่เพียงเย่เทียนและพ่อกับแม่เท่านั้น
ระบบกำลังทำการติดตั้ง 10% 20% ….. 99% 100%
ติ้ง ระบบคะแนนรายได้ไม่สิ้นสุดติดตั้งเสร็จสิ้น
“นี่เราคิดมากจนเพ้อเจ้อไปแล้วหรอเนี่ย”เย่เทียนขยี้ตาของตัวเองเล็กน้อยหลังจากที่เห็นหน้าต่างแปลกๆปรากฏขึ้นมาบนหน้าของเขา แต่ไม่ว่าจะขยี้ตาเท่าไหร่แต่หน้าต่างดังกล่าวก็ยังคงอยู่แบบนั้นเหมือนเดิม
“เราคงไม่ได้บ้าไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย”เย่เทียนกล่าวขึ้นด้วยความหวาดกลัว งานก็ยังไม่ได้ทำนี่เขาจะกลายเป็นบ้าไปแล้วจริงๆหรอเนี่ย แต่เมื่อพยายามตั้งสติดีๆเขาก็พบว่าระบบดังกล่าวนั้นมีความคล้ายคลึงกับระบบที่เขาเคยได้อ่านผ่านนิยายหรือการ์ตูน
“อย่าบอกนะว่าเราได้ระบบมาจริงๆ ”เย่เทียนกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้นก่อนที่เขาจะเริ่มสำรวจหน้าต่างของระบบว่ามันเป็นอย่างไรและมีความสามารถอะไรบ้างเพราะเขารู้สึกว่าระบบนี้มันต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาได้อย่างแน่นอน
ระบบคะแนนรายได้ไม่สิ้นสุด
โฮสต์:เย่เทียน
คะแนน: 1,502 คะแนน (อัตราแลกเปลี่ยน100บาทต่อ1คะแนน)
วงล้อระดับ1 สุ่ม: 500คะแนน/ครั้ง
ร้านค้า
“คะแนนงั้นหรอ แถมมีระบบสุ่มกับร้านค้าด้วย”เย่เทียนตรวจสอบรายละเอียดต่างๆบนหน้าจอระบบ ซึ่งเมื่อกดเข้าไปดูที่คะแนนก็จะปรากฏอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นมา
“เราจะได้คะแนนจากรายได้ทุกๆ100บาทสินะ”เย่เทียนพึมพำเบาๆซึ่ง1,502คะแนนที่เขามีน่าจะเป็นรายได้ในช่วง4ปีที่ผ่านมาที่เขาเรียนมหาวิทยาลัยเนื่องจากว่าเขานั้นต้องออกไปทำงานพาร์ทไทม์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเขานั่นเอง เพราะพ่อกับแม่ออกในส่วนของค่าเทอมให้กับเขาแล้ว
1,502คะแนนนั้นก็เทียบเท่ากับรายได้150,200บาท เย่เทียนเริ่มสำรวจในส่วนของร้านค้าซึ่งในร้านค้านั้นมีสินค้าขายอยู่เพียงแค่2อย่างเท่านั้น 1คือ ยาอัพเกรดร่างกายที่มีราคามากถึง10,000คะแนน และสามารถซื้อได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น 2คือ ยาเสน่ห์ที่ราคา10,000คะแนนเช่นกันและก็ซื้อได้ครั้งเดียว
“ตอนนี้คงทำได้แค่สุ่มวงล้อสินะ”เย่เทียนกล่าวขึ้นและเลิกให้ความสนใจกับยาทั้ง2ชนิดในร้านค้าเพราะราคามันเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงในตอนนี้
“ไหนดูหน่อยสิ ว่ามีอะไรบ้างในวงล้อสุ่ม”เย่เทียนกล่าวก่อนที่จะกดไปที่วงล้อสุ่มระดับ1 ซึ่งภายในนั้นก็ได้มีแทบแบ่งเป็นส่วนๆเอาไว้แต่ไม่ได้มีชื่อหรือคำที่เขียนกำกับเอาไว้ แต่มันเพียงแค่แบ่งโซนสีเท่านั้น
โดยไล่จากช่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กินพื้นที่ของวงล้อไปประมาณ64% ซึ่งมีสีเขียว ส่วนถัดมาก็คือสีน้ำเงินที่กินพื้นที่ประมาณ25% และตามมาด้วยสีม่วง ที่กินพื้นที่เพียง10%เท่านั้น และสีสุดท้ายที่เป็นสีส้มนั้นกินพื้นที่เพียงแค่1%เท่านั้นเอง
“สีส้มน่าจะได้ของดีที่สุดสินะ”เย่เทียนกล่าวขึ้น ในใจของเขาเองก็หวังอยากให้ได้สีส้มเช่นเดียวกันแต่หากคิดตามความเป็นจริงแค่ได้สีม่วงก็ถือว่าดีเยี่ยมมากๆแล้ว
“มีโอกาส3ครั้งขอให้ได้ของดีๆด้วยเถอะสาธุ”เย่เทียนกล่าวภาวนากับตัวเองเบาๆก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปกดตรงหน้าจอของระบบเพื่อเริ่มหมุนวงล้อมูลค่า500คะแนน
วงล้อหมุนอย่างรวดเร็วก่อนที่จะค่อยๆช้าลงซึ่งตาของเย่เทียนนั้นจดจ้องมองโดยไม่กระพริบและกล่าวในใจของตัวเองซ้ำๆว่าให้มันไปตกลงในช่องสีม่วงหรือสีส้ม แต่เหมือนจะไม่เป็นไปตามหวังเท่าไหร่นักเพราะวงล้อนั้นไปหยุดอยู่ตรงช่องสีน้ำเงิน
“อย่างน้อยก็ยังเป็นสีน้ำเงินหล่ะนะ”เย่เทียนปลอบใจตัวเอง เอาจริงๆเขาก็ยังไม่รู้เลยว่าสิ่งของที่ได้รับจากวงล้อแต่ละสีแตกต่างกันแค่ไหนแต่เขาเพียงรู้สึกว่าโอกาสน้อยย่อมต้องได้ของดีมากกว่าอยู่แล้ว
ติ้ง ท่านได้รับตั๋วสุ่มนิยายระดับหายาก
“ตั๋วสุ่มหรอ ว่าแต่เราจะสุ่มเอานิยายไปทำไมกันหล่ะเนี่ย”เย่เทียนอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาเพราะเขาไม่ได้มีความรู้สึกที่อยากจะอ่านนิยายหรืออะไรพวกนี้อยู่แล้ว เขานึกว่าจะได้ของที่ทำให้เขาทำเงินได้เสียอีก
จบ
ประโยชน์
“เอาเถอะมันก็เป็นแค่ของระดับสีน้ำเงินเท่านั้น รอบหน้าคงได้ของที่ดีกว่านี้แน่นอน”เย่เทียนพึมพำเบาๆกับตัวเองพร้อมกับตัดสินใจกดหมุนวงล้ออีกครั้งหนึ่ง
วงล้อค่อยๆหยุดหมุนก่อนที่จะไปตกในช่องสีเขียวซึ่งแย่กว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด ขนาดครั้งก่อนยังได้เป็นตั๋วสุ่มนิยายเลยดังนั้นครั้งนี้ไม่ต้องพูดถึงว่ามันเป็นเพียงสีเขียวเท่านั้นของที่ได้คงไม่ได้ดีไปกว่าครั้งก่อนอยู่แล้ว
ติ้ง ได้รับตั๋วสุ่มเพลงระดับทั่วไป
“สุ่มเพลงหรอ ถ้าฉันอยากฟังเองก็ค้นหาในเน็ตเอาก็ได้ ไร้ประโยชน์จังเลยแหะ”เย่เทียนพึมพำเบาๆก่อนที่เขาจะเหลือบตาไปมองที่ระบบสุ่มวงล้ออีกครั้งหนึ่งและตัดสินใจที่จะกดสุ่มอีกครั้งโดยครั้งนี้เขาภาวนาให้มันออกสีม่วงหรือสีส้มเพื่อที่เขาจะได้รับสิ่งดีๆกลับมา
“สีม่วง สีม่วง”เย่เทียนร้องออกมาด้วยความยินดีเมื่อวงล้อนั้นเลื่อนไปหยุดตรงบริเวณสีม่วงซึ่งมีโอกาสเพียงแค่10%เท่านั้นแต่เขากลับโชคดีที่มันตกในช่องสีม่วง ตอนนี้ตัวของเย่เทียนรู้สึกเหมือนว่าเขานั้นใช้ดวงที่สะสมมาทั้งชีวิตไปกับการหมุนวงล้อครั้งนี้เลย
ติ้ง ได้รับตั๋วสุ่มบทภาพยนต์ระดับสุดยอด
“หะ ทำไมได้แต่ของพวกนี้กันหล่ะเนี่ย”เย่เทียนอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาหรือจริงๆแล้วระบบที่เขาได้รับมานั้นจะเป็นระบบขยะที่ใช้การไม่ได้กัน
เย่เทียนทิ้งตัวลงนอนที่เตียงของตัวเองด้วยความห่อเหี่ยวอีกครั้ง ทั้งๆที่ได้ระบบมาแต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นระบบขยะไร้ประโยชน์ที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย
หลังจากที่นอนไปสักพักเย่เทียนก็ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นนั่งพร้อมกับตรวจสอบสิ่งของที่เขาได้มาทั้ง3อย่างซึ่งเขาตัดสินใจใช้พวกมันทั้งหมดรวดเดียวเลย
ติ้ง ได้รับนิยายเรื่องกระบี่เหนือโลก
ติ้ง ได้รับเพลงจำนน
ติ้ง ได้รับบทภาพยนต์เรื่องInterstellar
ในตอนนั้นเองข้อมูลจำนวนมากก็ไหลเข้าสู่สมองของเขาในทันที ซึ่งข้อมูลดังกล่าวก็คือข้อมูลของทั้ง3สิ่งที่เขาสุ่มได้นั่นเองไม่ว่าจะเป็นเนื้อเพลงทำนอง หรือแม้แต่เนื้อหานิยายที่มีครบไม่ตกหลุ่น ในส่วนของบทภาพยนต์ก็เช่นกันที่มีรายละเอีดยต่างๆมากมายทั้งเกณฑ์ในการคัดเลือกนักแสดง เนื้อเรื่อง และโลเคชั่นที่เหมาะสม
“ไม่เห็นรู้จักเลยแหะทั้งภาพยนต์ทั้งนิยายทั้งเพลง”เย่เทียนกล่าวกับตัวเองด้วยความสับสนเพราะทั้ง3สิ่งที่เขาได้มานั้นเขาไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะคิดเท่าไหร่เขาก็หาข้อมูลเกี่ยวกับทั้ง3สิ่งที่ได้มาไม่ได้เลย
“ในอินเตอร์เน็ตน่าจะมีอยู่หล่ะมั้ง”เย่เทียนพึมพำเบาๆก่อนที่เขาจะเริ่มพิมพ์ค้นหาข้อมูลของเพลงและภาพยนต์รวมถึงนิยายลงในอินเตอร์ซึ่งไม่ว่าเขาจะค้นหาเท่าไหร่คำตอบทีได้ก็คือว่างเปล่า ไม่มีชื่อไหนเลยที่ตรงกับทั้ง3สิ่งที่เขาได้รับมา ซึ่งมันน่าแปลกมากๆ
“อย่าบอกนะว่าพวกนี้ไม่ใช่นิยาย เพลง ภาพยนต์ ในโลกของเรา”เย่เทียนที่คิดมาถึงตรงนี้ก็เบิกตากว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะแปลเปลี่ยนกลายเป็นความตื่นเต้น
ตอนนี้ระบบของเขาดูเหมือนจะไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างที่คิดเอาไว้ หากเขาใช้งานสิ่งของที่ได้รับมาอย่างดีมันย่อมเปลี่ยนชีวิตของเขาได้อย่างแน่นอน
“ตอนนี้การทำภาพยนต์กับเพลงคงต้องตัดไปก่อนเพราะเราไม่มีเงินและความสามารถมากขนาดนั้น”เย่เทียนกล่าวกับตัวเองตอนนี้สิ่งเดียวที่พอจะทำได้นั่นก็คือนิยายนั่นเอง
“ถ้าเขียนแล้วเอาไปตีพิมพ์น่าจะทำเงินได้ไม่น้อยเลย”เนื้อหานิยายทั้งหมดอยู่ในหัวของเขาแล้วดังนั้นแล้วเขาจึงรู้ว่านิยายเรื่องนี้นั้นมีเนื้อหาที่ค่อนข้างสนุกและแปลกใหม่แตกต่างจากนิยายในปัจจุบันเป็นอย่างมาก
เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็วก่อนที่จะหยิบกระเป๋าตังของตัวเองและออกจากห้องพักเพื่อตรงไปยังร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ซึ่งเป็นร้านประจำที่เขามักจะไปทำรายงานตอนที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยนั่นเอง
เมื่อไปถึงเขาก็ไม่รอช้าจ่ายตังและไปนั่งที่หน้าคอมพิวเตอร์ทันทีก่อนที่จะทำการเปิดเว็บไซต์นิยายออนไลน์ขึ้นมาพร้อมกับสมัครบัญชีของตัวเองและเริ่มลงมือเขียนนิยายลงไปในทันที
ตอนแรกเขาก็คิดที่จะตีพิมพ์นิยายเป็นเล่มอยู่หรอกแต่เขาคิดว่าการเขียนนิยายลงไปในเว็บนิยายออนไลน์น่าจะทำให้หารายได้ง่ายกว่าปกติอยู่แล้วแถมขั้นตอนมันไม่ได้ซับซ้อนวุ่นวายเหมือนการตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ซึ่งคงมีขั้นตอนวุ่นวายหลายอย่างและกว่าจะตีพิมพ์และวางจำหน่ายเขาคงได้ถูกไล่ออกจากหอพักไปแล้ว
นิยายที่เขาได้มานั้นมันมีความยาวประมาณ100,000คำ ซึ่งเป็นความยาวในระดับปานกลางสำหรับนิยายเรื่องหนึ่ง ด้วยความเร็วในการพิมพ์ของเขานั้นกว่าจะเขียนนิยายเรื่องนี้จนจบน่าจะใช้เวลา7-8วันเลยทีเดียว
หากเป็นนักเขียนคนอื่นคงไม่สามารถทำความเร็วได้มากขนาดนี้ แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่มีความจำเป็นต้องคิดเนื้อเรื่องของนิยายเพียงแค่พิมพ์ตามเนื้อหาที่มีอยู่ในหัวก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นแล้วหากเขาพิมพ์ได้เร็วเท่าไหร่นิยายของเขาย่อมต้องเสร็จไวขึ้นเท่านั้นนั่นเอง
วันแรกเย่เทียนนั้นใช้เวลาไปกับการเขียนนิยายเป็นระยะเวลา5-6ชั่วโมงเลยทีเดียวซึ่งตอนนี้ก็ได้มีการปล่อยนิยายบางส่วนให้คนได้อ่านบ้างแล้ว ผลตอบรับที่ได้นั้นก็ไปในแง่บวกไม่น้อยเลย
//สุดยอดเลยติดตามอยู่นะครับ//
//นิยายเรื่องนี้แปลกใหม่มาก สนุกสุดๆ//
//ลงเพิ่มอีก10ตอนเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะตามไปเตะตูดนักเขียนถึงบ้านเลย//
//อ๊ากกก รีบลงได้มั้ยจะลงแดงอยู่แล้ว//
คอมเม้นต์จำนวนมากถูกเย่เทียนอ่านผ่านๆด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้นี่จะไม่ใช่ผลงานที่เขาคิดขึ้นมาเองแต่มันก็เป็นนิยายของเขาอยู่ดีเพราะมันไม่เคยมีใครเขียนนิยายเรื่องนี้มาก่อนในโลกใบนี้นั่นเอง ดังนั้นเวลามีคนชื่นชมเขาย่อมต้องรู้สึกดีเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปนิยายเรื่องนี้น่าจะทำเงินให้กับเราไม่น้อยเลย”เย่เทียนกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม
วันต่อมาเย่เทียนนั้นก็ล้มเลิกที่จะไปหางานทำแล้วเขาเลือกที่จะไปร้านอินเตอร์เน็ตเพื่อเขียนนิยายของตัวเองต่อแทนเพราะเขามองเห็นโอกาสในการทำเงินมากกว่าการไปหางานทำข้างนอกเสียอีก
เพียงแค่2วันเขาก็ลงนิยายไปมากกว่า30,000คำแล้วทำให้จำนวนคนที่ติดตามนั้นเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพียงแค่พริบตาเดียวยอดติดตามนิยายของเขาก็ทะลุ5,000คนเข้าไปแล้วและยังคงเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ
“จริงสิตอนนี้น่าจะเปิดขายนิยายได้แล้วสินะ”เย่เทียนพึมพำเบาๆโดยรูปแบบในการเก็บเงินของเขานั้นเย่เทียนเลือกเป็นการจ่ายตังเพื่ออ่านล่วงหน้า หากมีใครอยากอ่านล่วงหน้าก็ต้องเสียตังจ่ายเงินให้กับเขานั่นเอง
จบ
รายได้จำนวนมาก
เพียงแค่พริบตาเดียวที่เขาเปิดขายนิยายแบบอ่านล่วงหน้าจำนวนคนที่กดซื้อนิยายก็เพิ่มขึ้นจาก0คนไปเป็นหลักสิบคนและหลักร้อยคนอย่างรวดเร็ว
โดยเย่เทียนเปิดให้อ่านล่วงหน้าทั้งหมด10ตอนโดยแต่ละตอนจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่3บาท ซึ่งหากแบ่งส่วนกับทางเว็บไซต์50%เขาก็จะได้รับเงินจำนวน1.5บาทต่อตอนและต่อการซื้อ1ครั้งนั่นเอง
นั่นหมายความว่าหากทั้ง10ตอนนั้นมีคนซื้อแต่ละตอนอยู่ที่100คนหรือรวมกัน10ตอน1,000คน เขาก็จะทำเงินได้มากถึง1,500บาทเลยทีเดียว แต่จำนวนคนที่ซื้ออ่านล่วงหน้านั้นไม่ได้มีแค่ร้อยคนหน่ะสิแต่มีมากกว่านั้น
“รวยแล้วเราจะรวยแล้ว”เย่เทียนกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้นหลังจากที่เห็นจำนวนเงินที่เขาได้รับโดยการจ่ายของเว็บไซต์นั้นจะเป็นในรูปแบบรายเดือนดังนั้นแล้วยอดเงินทั้งหมดที่เขาได้รับจะถูกรวบรวมและคิดคำนวณโดยเว็บไซต์นั่นเอง แค่วันเดียวก็ทำเงินได้หลายพันบาทแล้วกว่าจะถึงสิ้นเดือนยอดเงินของเขาย่อมต้องเกินหมื่นแน่นอน
3วันผ่านไปอย่างรวดเร็วอาจจะเพราะด้วยแรงใจหลังจากที่เห็นยอดเงินที่ได้ในที่สุดเย่เทียนก็เขียนนิยายเรื่องกระบี่เหนือโลกเสร็จและก็ได้อัพนิยายทั้งหมดลงไปโดยเปิดให้อ่านตอนล่วงหน้าทั้งหมด120ตอน ซึ่งทำให้เพียงพริบตาเดียวยอดเงินในเว็บไซต์ก็เด้งขึ้นไปเป็นหลักแสนทันที
125,120 บาทนี่คือยอดเงินในตอนนี้ของเขาและยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆอีก กว่าจะถึงสิ้นเดือนก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำเงินได้3-4แสนบาท เพราะเหลือเวลาอีกเพียงแค่1อาทิตย์ก็จะสิ้นเดือนแล้วนั่นเอง
“อ่าเราจะเอาเงินไปทำอะไรดีนะ ซื้อรถขับสักคันดีมั้ยหรือว่าเราควรที่จะย้ายไปยังหอพักที่ดีกว่านี้”ตอนนี้ในสมองของเย่เทียนนั้นเต็มไปด้วยเรื่องของการใช้เงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เกิดมาตัวเขาไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าตัวเองจะทำเงินได้มากมายขนาดนี้
ติ๊ดๆๆ
“ฮัลโหลครับแม่ แม่มีอะไรรึเปล่า”เย่เทียนที่กำลังคิดอะไรบนเตียงก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนที่จะรับสายหลังจากที่รู้ว่าเป็นแม่ของเขาโทรมา
“เป็นยังไงบ้างลูกหางานได้รึยัง ถ้ายังหาไม่ได้ก็กลับมาช่วยพ่อกับแม่ขายของก่อนก็ได้ แล้วระหว่างนั้นลูกค่อยหางานทำ”แม่ของเย่เทียนหรือก็คือมู่หลินกล่าวถามลูกชายของเธอด้วยความเป็นห่วง
“แม่ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ตอนนี้ผมหางานได้แล้วแถมยังเป็นงานที่รายได้ดีมากๆอีกด้วย”เย่เทียนกล่าวบอกแม่ของเขาขึ้นเพื่อไม่ให้พ่อกับแม่ของเขากังวล
“งั้นหรอก็ดีแล้ว แต่ถ้าลูกรู้สึกว่างานที่นั่นไม่เหมาะก็ไม่ต้องห่วงนะลูกลาออกมาช่วยพ่อกับแม่ได้”มู่หลินกล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกโล่งอกที่ลูกชายของเธอสามารถหางานทำได้สำเร็จ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหางานทำได้ในยุคสมัยนี้
เย่เทียนที่ได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกอบอุ่นที่หัวใจของเขาไม่น้อยเลย ซึ่งเขาก็ตั้งเป้าหมายของตัวเองขึ้นมานั่นก็คือเมื่อไหร่ที่เขาประสบความสำเร็จเขาจะไม่ทำให้พ่อกับแม่ของตัวเองลำบากอีกต่อไป
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็มาถึงช่วงที่เขารอคอยและคาดหวังมากที่สุดนั่นก็คือช่วงเวลาที่เงินออกนั่นเอง ซึ่งพูดกันตามตรงตัวของเย่เทียนนั้นตื่นเต้นจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยทีเดียวเพราะรู้ว่าตัวเองจะได้รับเงินจำนวนมากจากการขายนิยาย
550,200 นี่คือจำนวนเงินทั้งหมดที่เขาจะได้รับจากการขายนิยายของเขาซึ่งมันเป็นจำนวนเงินที่มากกว่าที่เขาคิดคำนวณเอาไว้เป็นอย่างมาก แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีใครบ้างหล่ะจะไม่ชอบเงินเยอะๆแบบนี้
ทันทีที่เงินถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของเขาเย่เทียนก็ทำการตรวจสอบในทันทีซึ่งยอดเงินก็ตรงตามที่เว็บไซต์แจ้งเอาไว้ เขาจึงไม่รอช้าเปิดหน้าจอระบบขึ้นมาตรวจสอบ
โฮสต์:เย่เทียน
คะแนน: 5,504 คะแนน (อัตราแลกเปลี่ยน100บาทต่อ1คะแนน)
วงล้อระดับ1 สุ่ม: 500คะแนน/ครั้ง
ร้านค้า
“5,504คะแนนน่าจะทำให้เราสุ่มได้11รอบสินะ”เย่เทียนพึมพำเบาๆกับตัวเองเขาตัดสินใจที่จะพักเรื่องสุ่มวงล้อเอาไว้ก่อนและตัดสินใจที่จะออกจากหอพักของตัวเองตรงไปยังห้างสรรพสินค้าในทันที
เมื่อไปถึงเขาก็ตรงไปยังโซนอิเล็กทรอนิกส์ทันที โดยเขาเลือกที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ของตัวเองพร้อมกับซื้อโน๊ตบุ๊คสเปคดีๆให้กับตัวเองเพื่อใช้สำหรับทำงานในอนาคต เผื่อเขาโชคดีสุ่มได้นิยายอีกจะได้ไม่ต้องไปที่ร้านอินเตอร์เน็ตเพื่อเขียนนิยาย
หลังจากจ่ายเงินไปจำนวน50,000บาทสำหรับโทรศัพท์และโน๊ตบุ๊คของเขาเย่เทียนก็ยังเหลือเงินติดบัญชีอีก500,000บาทซึ่งเขาก็ตัดสินใจโอนเงินให้กับแม่ของเขาจำนวน100,000บาททันที และเหลือเอาไว้ให้ตัวเอง400,000บาทเพราะเขาเชื่อว่าตัวเองคงได้มีโอกาสใช้เงินนี้อย่างแน่นอน
พอจัดการเรื่องมือถือและโน๊ตบุ๊คใหม่เสร็จเย่เทียนก็ตัดสินใจที่จะย้ายไปเช่าที่อื่นแทนเนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ของห้องเช่าเดิมนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก มันเป็นห้องขนาด25ตารางเมตรเท่านั้นซึ่งเล็กมากๆ มีห้องน้ำในตัวก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว
เขาใช้เวลาทั้งวันในการดำเนินเรื่องเพื่อย้ายไปยังหอพักแห่งใหม่ซึ่งอยู่ใกล้กับย้านการค้าโดยมีค่าเช่าต่อเดือนอยู่ที่20,000บาทไม่รวมค่าน้ำค่าไฟและค่าอินเตอร์เน็ต โดยตัวห้องมีขนาด80ตารางเมตร มีห้องนอน2ห้อง ห้องนั่งเล่นและห้องครัว
หลังจากย้ายข้าวของจากห้องพักเก่ามายังห้องพักใหม่เสร็จเย่เทียนก็ทำการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยและกลับมาที่เตียงของตัวเองพร้อมกับทิ้งตัวนอนด้วยความสบายใจ
“เหมือนฝันเลยแหะ”เย่เทียนพึมพำเบาๆชีวิตของเขานั้นพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในช่วงเวลาไม่ถึง1อาทิตย์ด้วยซ้ำไป จากคนที่มีเงินติดบัญชีหลักร้อยกลายเป็นคนที่มีเงินติดบัญชีหลักแสนไปแล้ว หากมันเป็นความฝันจริงๆตัวของเย่เทียนก็ไม่รู้อยากจะตื่นเลยและอยากฝันแบบนี้ไปตลอด
พอนอนไปสักพักเย่เทียนก็ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงของตัวเองพร้อมกับเริ่มตรวจสอบที่หน้าจอระบบเนื่องจากเขายังไม่ได้ใช้คะแนนที่ได้รับมาแม้แต่น้อย และนี่ก็น่าจะถึงเวลาอันเหมาะสมแล้วที่เขาจะใช้คะแนนดังกล่าว
“หวังว่าจะได้ของดีๆมาอีกนะ”เย่เทียนกล่าวขึ้นด้วยความคาดหวัง ในส่วนของเพลงกับภาพยนต์ที่เขามีอยู่นั้นตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ เพลงเขาก็ร้องเองไม่ได้ ส่วนภาพยนต์เขาก็ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองดังนั้นจึงได้แต่หวังว่าระบบจะให้อะไรกับเขาที่สามารถนำไปสร้างเงินได้ง่ายๆแบบนิยายอีก
จบ