โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

คนแห่เที่ยวอยุธยาชมช้างแฝดต่างเพศคู่แรกของโลก

77kaoded

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2567 เวลา 10.12 น. • 77 ข่าวเด็ด

พระนครศรีอยุธยา-ช้างแฝดเพศผู้เมียเชือกแรกของโลก สร้างความดีใจตื่นเต้นทั้งคนไทยและต่างชาติพากันเดินทางไปเยือนกรุงเก่าเพื่อชมและให้กำลังใจน้องช้าง ปลุกกระสเพนียดคล้องช้าง เจ้าคุณธงชัยมอบสายสิญจน์จัดบายศรีรับขวัญ

คืนวันที่ 7 มิ.ย.ที่บริเวณหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง หมู่ 3 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา ช้างพังจามจุรี อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นช้างเพศเมียของวังช้างอยุธยาแลเพนียด ได้ตกลูกออกมาเป็นช้างเพศผู้ สภาพแข็งแรงสมบูรณ์ สามารถลุกขึ้นเดินได้ภายในไม่กี่นาที ท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจของควาญช้างและอาสาสมัครเลี้ยงช้างชาวต่างประเทศที่มาเฝ้ารอการตกลูก และขณะเดียวกันห่างออกไปประมาณ 18 นาที ช้างพังจามจุรี ก็ได้ตกลูกออกมาเป็นลูกช้างเพศเมีย มีสภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ทันทีที่ตกออกมา แม่ช้างมีอาการตกใจพยายามที่จะใช้งวดกดลูกช้าง นายเรียวควาญช้างเข้าไปขวางถูกกระแทกจนได้รับบาดเจ็บที่ขาต้องนำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ทำให้นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ เจ้าของวังช้างอยุธยาแลเพนียด และสัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ มีพันธ์ พร้อมด้วยบรรดาเพื่อนๆควาญต้องเข้าไปช่วยกันดึงลูกช้างที่เกิดใหม่ออกมาจากบริเวณดังกล่าว เนื่องจากอาจจะถูกทำร้ายได้

นายลายทองเหรียญ กล่าวทั้งน้ำตาด้วยความดีใจว่า ตนรู้สึกดีใจและปลาบปลื้มมาก เนื่องจากเป็นช้างเชือกแรกที่ตกลูกแฝดออกมา ที่สำคัญไม่เคยปรากฏการเกิดของช้างแฝดที่จะออกมาเป็นเพศผู้และเพศเมีย เท่าที่ทราบที่เคยมีบันทึกเคยมีช้างแฝดเป็นเพศผู้ทั้งสองตัว และเพศเมียทั้งสองตัว ซึ่งครั้งนี้เป็นเพศเมียและเพศผู้ โดยเพศผู้ซึ่งเป็นตัวพี่ออกมาก่อน และเพศเมียออกห่างกันเพียง 18 นาที ซึ่งระหว่างการตกลูกเชือกแรก ทุกคนพยายามแยกลูกช้างออกจากแม่ช้าง ไม่คิดว่าจะมีลูกช้างตกลงมาอีกเป็นตัวที่สอง ซึ่งพ่อของลูกช้างคือพลายสยาม และพังจามจุรีตกลูกมาเป็นครั้งที่ 5 แล้ว จากที่เคยมีช้างตกลูกมาได้รอบ 27 ปี และช้างคู่นี้ก็เป็นลำดับที่ 94 ในรอบ 27 ปี

เช้าวันรุ่งขึ้น 8 มิถุนายน ช้างพังจามจุรี อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นช้างเพศเมียของวังช้างอยุธยาแลเพนียด ถูกนำมาอยู่บริเวณสถานที่เลี้ยงด้านนอก เพื่อให้ประชาชนเข้ามาชื่นชม จากนั้นนายลายทองเหรียญ มีพันธ์ ผู้อำนวยการวังช้างอยุธยาแลเพนียด นางร่มทองทราย มีพันธ์ หมอพลอย สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ มีพันธ์ นายเรียงทองบาท มีพันธ์ พร้อมด้วยควาญช้าง ได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายแม่ช้างพังจามจุรี และลูกช้างแฝดทั้งสองเข้าสู้โรงช้างซึ่งเป็นสถานที่อนุบาลช้างเกิดใหม่และแม่ช้าง และสะดวกต่อการให้ควาญช้างนอนเฝ้าดูแลได้ 24 ชั่วโมง ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมทั้งสื่อมวลชนเดินทางมาเยี่ยมชมแม่ช้างและลูกช้างตลอดทั้งวัน

นายชรินทร์ สมหวัง ควาญช้างที่เข้าไปขวางแม่ช้างก่อนจะช่วยดึงลูกช้างออกจากแม่ช้างได้ แล ได้รับบาดเจ็บกระดูกข้อเท้าร้าวเดินทางกลับจากโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ตรงเข้าไปดูช้างแม่ลูกทันที โดยนายเรียว หรือนายชรินทร์ เปิดเผยว่าตนและควาญช้างได้เฝ้าสังเกตอาการของแม่ช้างหลังจากที่ตกลูกตัวแรกออกมา แต่แม่ช้างยังมีอาการไม่ปกติ ก่อนที่จะตกลูกตัวที่สอง และตามสัญชาตญาน เมื่อตกลูกแม่ช้างจะใช้เท้ากดและเขี่ย เพื่อกระตุ้นให้ลูกลุกขึ้น แต่ลูกช้างตัวที่สองมีอาการไม่แข็งแรง และตนเกรงว่าจะทำให้ลูกช้างตาย จึงได้เอาตัวไปขวางไม่ให้แม่ช้างกดลูกจึงได้รับบาดเจ็บ และในวันนี้ตนออกจากโรงพยาบาลเมือมาเห็นว่าลูกช้างปลอดภัยตนรู้สึกดีใจมาก โดยทางเพนียดคล้องช้างได้ทำการเคลื่อนย้ายแม่ช้างจามจุรี และลูกช้างแฝดเข้าไปในคลอกใหญ่ โดยมีประชาชนเมื่อรับทราบว่ามีช้างตกลูกเป็นช้างแฝดต่างพาครอบครัวมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก

นายเรียงทองบาท มีพันธุ์ ผู้จัดการวังช้างอยุธยาแลเพนียด เปิดเผยว่าขณะนี้ลูกช้างทั้งสองเชือกยังไม่ตั้งชื่อ ต้องเฝ้าสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะช้างเพศเมีย ที่ตกลูกมาเป็นตัวที่ 2 ยังไม่ค่อยแข็งแรงต้องป้อนนมทุก 2.30 ชม. ส่วนการตั้งชื่อจะรอเฝ้าให้ลูกช้างแข็งแรงก่อน จะมีการตั้งชื่อภายหลัง และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาเที่ยวชมความน่ารักของช้างฝาแฝดและบรรดาช้างกว่า 90 เชือก ภายในเพนียดคล้องช้างได้ทุกวัน

เช้าวันที่ 10 มิถุนายน สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ได้เมตตาอธิษฐานจิตสายสิญจน์มงคล เพื่อนำมาคล้องคอรับขวัญลูกช้างพังจามจุรี ซึ่งตกลูกช้างแฝด เป็นเพศผู้และเพศเมีย มอบหมายให้ พระครูนิรุตติบริหาร นำสายสิญจน์มงคลมาผูกรับขวัญให้ลูกช้างฝาแฝด โดย พระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร พระพิศาลวิหารกิจ รองเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดหน้าพระเมรุราชิการาม วรวิหาร และพระครูเกษมจันทวิมล เจ้าคณะตำบลท่าวาสุกรีเขต 3 เจ้าอาวาสวัดป้อมรามัญ พร้อมคณะ 10 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ รับขวัญช้างแฝดมีนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คุณภราไดย สุวรรณรัฐ เขาทราย แกแล็กซี่ ซึ่งเป็นแชมป์มวยโลก และเป็นคู่แฝด, ตู้-ดิเรก อมตยกุล มาร่วมพิธี เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล

หมอพลอย สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ มีพันธ์ ตนได้เฝ้าดูอาการของพังจามจุรีมาตั้งแต่แรก ใช้เวลาตั้งท้องมาเป็นเวลา 1 ปีเศษ และเป็นท้องที่ 4 ที่ 5 แล้ว โดยพ่อพันธุ์คือพลายสยาม ซึ่งเป็นช้างงาม โดยระหว่างตั้งท้อง ไม่คิดว่าจะเป็นแฝด แต่ก็ผิดสังเกตว่าทำไมสารอาหารบางอย่างขาดหายไปอย่างรวดเร็ว จึงทำการเสริมสารอาหารบางตัวอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันตกลูกจากตัวแรกลงมาเป็นตัวผู้ และตามด้วยตัวเมีย ซึ่งถือว่าเป็นแฝดชายหญิงคู่แรกของไทยและของโลก และเป็นการตกช้างแฝดคู่ที่ 3 ของไทย

จากบันทึกการเกิดของช้างแฝดในประเทศไทย เมื่อเดือนมีนาคม 2553 ช้างแฝดเพศผู้คู่แรกของโลก จากแม่ช้างชื่อพังทองคูณ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นช้างของนายประไพ โมกหอม บ้านเลขที่ 152 หมู่ 3 บ้านท่าลาด ตำบลศรีณรงค์ อำเภอชุมพลบุรี ช้างแฝดเพศผู้คู่นี้เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2553 แฝดพี่ชื่อพลายทองคำ เกิดเวลา 03.09 น. และแฝดน้องชื่อพลายทองแท่ง เกิดเวลา 01.09 น. โดยแฝดน้องคลอดออกมาก่อน ปัจจุบันได้มาอาศัยอยู่ที่ศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์

สำหรับจังหวัดสุรินทร์เคยมีช้างแฝดมาแล้วเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา เป็นช้างเพศเมียชื่อ พังจุ๋ม และพังจิ๋ม เจ้าของชื่อป้าเหลือง (คนที่เดินทางไปกับรถบรรทุกช้างชื่อพังกำไลที่รถพลิกคว่ำจนป้าเหลืองเสีย ชีวิต และพังจุ๋มตาย ส่วนพังจิ๋มยังไม่ตาย ปัจจุบันอยู่ที่สวนสัตว์เขาเขียว และพังจิ๋มก็ตกลูกแล้ว และล่าสุดก็เป็นช้างพังจามจุรี ที่ตกลูกมาเป็นเพศผู้และเมีย ถือเป็นคู่แรกของไทยและของโลกด้วย ซึ่งกระแสการเกิดของน้องช้างทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมที่เพนียดคล้องช้างจำนวนมาก ซึ่งมีจุดน่าสนใจมากมายเช่นกราบไหว้ศาลประกำ ดูความเป็นอยู่ของช้าง ดูช้างอาบน้ำ ให้อาหารช้าง หรือไปให้อาหารช้างที่วังช้างอยุธยาแลเพนียดใกล้ศาลหลักเมืองก็ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...