โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มรณกรรมของ “โกรสกือแร็ง” ฟางเส้นสุดท้ายสู่วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 20.11 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 20.11 น.
ภาพจากหนังสือพิมพ์ Le Petit Parisien สื่อชั้นนำของฝรั่งเศสยุคสาธารณรัฐที่ 3, เป็นภาพเรือรบฝรั่งเศสขณะมุ่งสู่ปากน้ำเจ้าพระยาพร้อมเล็งปืนใหญ่เข้าหาพระสมุทรเจดีย์

“โกรสกือแร็ง”ชาวฝรั่งเศสผู้ถูกสังหารในเหตุวิวาทกับ “พระยอดเมืองขวาง”ข้าราชการสยาม ความตายของเขาคือจุดสิ้นสุดการเจรจาเรื่องเขตแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงระหว่างฝรั่งเศสกับสยาม และเป็นชนวนเหตุสำคัญให้ฝรั่งเศสเผยความก้าวร้าวในนโยบายล่าอาณานิคม จนนำไปสู่วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112

แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เป็นช่วงเวลาที่สยามผจญกับนโยบายล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ฝรั่งเศสแสดงเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ที่จะผนวกดินแดนลาวให้เป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมอินโดจีน หลังจากพวกเขาประสบความสำเร็จในการยึดครองเวียดนาม (อันนัมกับตังเกี๋ย) และกัมพูชาไปแล้วบางส่วน

ดินแดนลาวอยู่ภายใต้อิทธิพลของสยามมานาน หลังสิ้นสุดสงครามเจ้าอนุวงศ์ หัวเมืองสำคัญที่คอยกำกับดูแลดินแดนต่าง ๆ คือหลวงพระบาง แต่ฝรั่งเศสต้องการลาวทั้งหมด ซึ่งหมายถึงดินแดน 2 ฝั่งโขง ที่ปัจจุบันฝั่งซ้ายคือ สปป. ลาว และฝั่งขวาคือ แขวงไชยบุรี จำปาศักดิ์ และภาคอีสานของไทย แผนของฝรั่งเศสคือเริ่มจากต้องเอาฝั่งซ้ายก่อน โดยเรียกร้องดินแดนดังกล่าวจากสยามในนามของเวียดนาม หรือรัฐบาลที่กรุงเว้

ในขั้นต้น ฝรั่งเศสประสบความสำเร็จในการผลักดันกองทัพสยามออกจากดินแดนสิบสองจุไทย แม้รัฐบาลกรุงเทพฯ จะอ้างว่าหลวงพระบาง (ภายใต้กำกับกรุงเทพฯ) เป็นเจ้าอธิราชของหัวเมืองสิบสองจุไทยก็ตาม

ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสยามกับฝรั่งเศสค่อย ๆ ทวีความระอุเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1893 (พ.ศ. 2436) รัฐบาลฝรั่งเศสมีมติเป็นเอกฉันท์ในการปฏิเสธความพยายามในการพูดคุยเพื่อปักปันเขตแดนลาวซึ่งสยามถือไพ่เหนือกว่าเวียดนามในด้านประวัติศาสตร์ ทหารฝรั่งเศสจากตังเกี๋ยได้รับบัญชาให้ผลักดันกำลังฝ่ายสยามออกจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง โดยมีการปะทะกันเล็กน้อยตลอดแนวชายแดน

ด้านฝ่ายสยามค่อย ๆ ถอยร่นมาริมฝั่งแม่น้ำโขง สถานการณ์ส่วนใหญ่เป็นการคุมเชิงกัน กระทั่ง “พระยอดเมืองขวาง” สังหาร “โกรสกือแร็ง” ที่แก่งเกียก (Keng Kiet) ท่าทีของฝรั่งเศสจึงเปลี่ยนแปลงไป

ฝรั่งเศสอ้างความตาย “โกรสกือแร็ง” รุกฆาตสยาม สู่วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112

ประวัติของ โกรสกือแร็ง(Grosgurin) ไม่มีบันทึกไว้มากนัก ทราบเพียงเขาเป็นผู้ตรวจการตำรวจชาวฝรั่งเศสและผู้บัญชาการกองทหารญวน ในปฏิบัติการผลักดันฝ่ายสยามให้ยอมสละที่มั่นในดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง

ด้าน พระยอดเมืองขวาง(ขำ ยอดเพ็ชร์) เป็นขุนนางสยาม เกิดที่นครสวรรค์ ภายหลังได้รับราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย จึงถูกส่งไปเป็นเจ้าเมืองเชียงม่วน ในพื้นที่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ซึ่งติดต่อกับดินแดนอันนัมของเวียดนาม

ระหว่างการผลักดันสยามให้ออกจากบริเวณฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง พระยอดเมืองขวางพาผู้ติดตามเป็นทหารสยาม 18 นาย ไปเจรจากับผู้นำฝ่ายฝรั่งเศส เพื่อขอให้ปล่อยตัว “ขุนอนุรักษ์” ผู้ช่วยของตนที่ถูกทางการฝรั่งเศสคุมขังจากเหตุการณ์ความขัดแย้งเรื่องเส้นเขตแดน แต่โกรสกือแร็ง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ณ ที่นั่น ไม่อนุมัติคำขอดังกล่าว ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง

มีการลั่นไกปืนในเหตุวิวาทคราวนั้น มีทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย ขุนวังของพระยอดเมืองขวางอีกราย ทั้ง 2 ฝ่ายยิงตอบโต้กันอุตลุด มีไฟไหม้อาคารที่พัก สุดท้ายทหารไทยเสียชีวิต 6 นาย บาดเจ็บ 5 นาย ฝ่ายฝรั่งเศสและญวนในอาคารนั้นเสียชีวิต 11 คน และถูกฝ่ายไทยจับเป็นเชลย 5 คน

โกรสกือแร็งถูกสังหารในที่เกิดเหตุ

ฝรั่งเศสไม่พอใจอย่างมากต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าสยามลบลู่เกียรติและศักดิ์ศรีของพวกเขาอย่างรุนแรง จากนั้นใช้มรณกรรมของผู้ตรวจการตำรวจนายนี้เป็นข้ออ้าง ส่ง “เรือปืน” ล่วงล้ำเข้ามาในลำน้ำเจ้าพระยา หันปากกระบอกจ่อมาที่พระบรมมหาราชวังในกรุงเทพฯ เพื่อบีบบังคับให้สยามเพิกถอนการอ้างสิทธิเหนือฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงทั้งหมด รวมทั้งเมืองหลวงพระบาง

แม้อังกฤษโต้แย้งพฤติกรรมดังกล่าว ด้วยการสนับสนุนหลักฐานของฝ่ายสยามที่ว่า หลวงพระบางเป็นดินแดนของสยามมากว่าศตวรรษ จะมาละเมิดอย่างโจ่งแจ้งอย่างที่ฝรั่งเศสกระทำอยู่มิได้

แต่ฝรั่งเศสชี้แจงว่า ปัญหามาจากทางการสยามไม่รับฟังเหตุผล และยังสังหารนายตำรวจฝรั่งเศสอย่างเลือดเย็น พวกเขาต้องได้รับความยุติธรรมจาก“ข้อเรียกร้องอันชอบธรรมนี้”และ “ถ้าไม่ได้ก็ต้องบังคับเอา”

สถานการณ์ได้เปรียบของสยามระหว่างการเจรจา (โต้เถียง) เรื่องสิทธิเหนือดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงจึงกลับตาลปัตรทันที เมื่อฝรั่งเศสล้มโต๊ะเจรจา และใช้เรือรบจบข้อพิพาท

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1893 ฝรั่งเศสยื่นคำขาดว่าเวียดนามกับกัมพูชามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง หากไม่ตอบภายใน 48 ชั่วโมง จะปิดปากอ่าวสยาม รัฐบาลสยามจึงยอดรับคำขาดนั้นเพื่อไม่ให้เกิดสงคราม และเพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของชาวสยาม ตลอดจนชาวต่างประเทศในกรุงเทพฯ

วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 จึงจบลงด้วยการที่สยามสละสิทธิและอำนาจเหนือฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงแก่เวียดนาม (ฝรั่งเศส) ส่วนวีรกรรมการต่อสู้ของพระยอดเมืองขวางได้รับการยกย่องจากรัฐไทย ดังจะเห็นอนุสาวรีย์พระยอดเมืองขวาง ณ ค่ายพระยอดเมืองขวาง จังหวัดนครพนม

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ฐนพงศ์ ลือขจรชัย. (2567). ชิงแดนแม่น้ำโขง : ประวัติศาสตร์เสียดินแดน ฉบับวิวาท(กรรม). กรุงเทพฯ : มติชน.

นิพัทธ์ ทองเล็ก, พลเอก. ภาพเก่าเล่าตำนาน : ยอดนักกฎหมายในคดีพระยอดเมืองขวาง. มติชนออนไลน์ วันที่ 21 สิงหาคม 2566. (ออนไลน์)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กรกฎาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มรณกรรมของ “โกรสกือแร็ง” ฟางเส้นสุดท้ายสู่วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...