ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มความอ่อนเยาว์ เรียบเนียน ดั่งใจ
ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
เติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก บริเวณร่องแก้มให้ดูตื้นขึ้น
กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวหน้าเรียบเนียน เต่งตึง อิ่มฟู
ยกกระชับใบหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
ปรับรูปหน้าให้ดู V-shape มากขึ้น
เห็นผลลัพธ์ชัดเจน รวดเร็วหลังฉีดทันที
ฟื้นตัวเร็ว ใช้เวลาเพียง 30 นาที – 1 ชั่วโมง
ไม่ต้องพักฟื้นนาน
ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และสภาพผิวของแต่ละบุคคลข้อควรระวังก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการที่มีประสบการณ์
เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตประกอบการ
แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่ทาน อาหารเสริมให้แพทย์ทราบก่อนฉีด
หลีกเลี่ยงการสัมผัส รบกวนบริเวณที่ฉีด
ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมแดงหลังฉีด
งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารแสลง
หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หรือกิจกรรมหนัก รวมถึงการอบไอน้ำ ซาวน่าหลังฉีดการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะกับใคร
ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากชัดเจน
ผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ
ผู้ที่มีริ้วรอยร่องแก้มจากการแสดงสีหน้า
ผู้ที่ต้องการเติมเต็มความอิ่มฟูให้แก่ใบหน้า
ผู้ที่ต้องการดูอ่อนเยาว์ขึ้น
ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดู V-shapeการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มในแต่ละช่วงวัย
วัย 30 ปี : เริ่มมีริ้วรอยร่องแก้ม จากการแสดงสีหน้า ควรฉีดฟิลเลอร์ชนิดเนื้อบาง ปริมาณน้อย เพื่อเติมเต็มร่องลึก และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยชะลอวัย
วัย 40 ปี : ร่องแก้มเริ่มลึกขึ้น ผิวหย่อนคล้อย ต้องการการเติมเต็มมากกว่าวัย 30 ควรฉีดฟิลเลอร์ชนิดเนื้อปานกลางเพื่อเติมเต็มร่องลึกและยกกระชับใบหน้า
วัย 50 ปี : ร่องแก้มลึกมาก ผิวหย่อนคล้อยมาก ควรฉีดฟิลเลอร์ชนิดเนื้อหนาเพื่อเติมเต็มร่องลึก ยกกระชับใบหน้า และปรับรูปหน้า อาจต้องทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ เช่น การยกกระชับใบหน้า
วัย 60 ปี : ผิวหน้าหย่อนคล้อยมาก วรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นหัตถการประเภทอื่น ๆ
ทั้งนี้ ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ เทคนิคการฉีด และผลลัพธ์หลังฉีด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม และการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นเพียงวิธีการแก้ไขปัญหาผิวหน้าชั่วคราว จึงควรดูแลผิวหน้าด้วยการทาครีมกันแดด ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อชะลอริ้วรอยและคงความอ่อนเยาว์ให้กับผิวหน้าได้อย่างยาวนาน