โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เผย 4 เหตุผล ทำไม "รถไฮบริด" น่าใช้กว่ารถ EV?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 02 ส.ค. 2567 เวลา 01.31 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
เผย 4 เหตุผล ทำไม

ก่อนอื่นเลยเราไปทำความรู้จักกับ รถยนต์ไฮบริด คืออะไร ?

รถยนต์ไฮบริดคือรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ที่ใช้การสันดาปอยู่ภายใน และมีมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยเสริมกำลังในการขับเคลื่อน รวมทั้งสนับสนุนการเบรกแบบผันกลับ เพื่อใช้สำรองพลังงานในรูปแบบไฟฟ้า หรือเรียกง่ายๆ ว่า รถไฮบริดนั้นเป็นรถที่มีการผสมผสานกันระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ที่สูงขึ้น และสิ้นเปลืองพลังงานน้อยกว่ารถยนต์ปกติ โดยรถไฮบริดในประเทศไทยนั้นมีการทำตลาดมาแล้วกว่า 10 ปี และรุ่นแรกที่มีการเปิดตัวในบ้านเราคือรุ่น Toyota Prius ที่เปิดตัวในเดือน พฤศจิกายน ปี 2010

รถพลังงานไฟฟ้า (EV) คือ

อีกหนึ่งประเภทรถยนต์ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยรถไฟฟ้าหรือ รถยนต์ EV นั้นเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนมาตั้งแต่การจุดสตาร์ท เรียกได้ว่าใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่ง EV นั้นย่อมาจาก Electric Vehicle ซึ่งก็คือ ยานพาหนะไฟฟ้า นั่นเอง ทั้งนี้ในการชาร์จพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่รถยนต์ก็สามารถทำได้ทั้งจากการติดตั้งตู้ชาร์จในที่พักอาศัย หรือการขับขี่ไปเติมพลังงานไฟฟ้าที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งหลายแห่งก็มีจุดชาร์จพลังงานไฟฟ้าไว้รองรับการให้บริการแล้ว

4 สาเหตุว่าทำไมรถ Hybrid ยังน่าใช้กว่า EV

1. ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ - รถไฮบริดถือเป็นลูกผสมระหว่างรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า กล่าวคือ เป็นรถที่มีอัตราสิ้นเปลืองต่ำกว่ารถสันดาปล้วน ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จเหมือนกับรถ EV เพราะสามารถสร้างประจุไฟได้ด้วยตัวเอง

2. ไม่ต้องรอชาร์จไฟ - รถยนต์ไฟฟ้ามีความได้เปรียบหากใช้งานจากบ้านไป-กลับที่ทำงานเป็นหลัก เพราะสามารถชาร์จไฟด้วยเครื่องชาร์จภายในบ้านได้ แต่หากจำเป็นต้องเดินทางไกลข้ามจังหวัดแล้วล่ะก็ นอกจากจะต้องวางแผนค้นหาสถานีชาร์จตามเส้นทางแล้วนั้น ยังต้องเสียเวลารอชาร์จร่วมชั่วโมงต่อครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีแบตเตอรี่เพียงพอไปถึงจุดหมาย ขณะที่รถไฮบริดเพียงแค่เติมน้ำมันไม่ต่างจากรถสันดาปทั่วไป

3. ผู้ผลิตมีความน่าเชื่อถือกว่า - ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยคุ้นชินกับค่ายรถยนต์ฝั่งญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกันทางค่ายญี่ปุ่นเองก็มี Ecosystem ที่ครอบคลุมการใช้งานรถยนต์นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริการหลังการขาย การสำรองอะไหล่ จำนวนของศูนย์บริการ ไปจนถึงราคาขายต่อที่ไม่น่ากังวลเท่ากับรถ EV ในปัจจุบัน

4. ราคาขายต่อมีความได้เปรียบ - รถไฮบริดเคยผ่านจุดที่ผู้ใช้มีความกังวลในเรื่องของการใช้งาน จนทำให้ราคาขายต่อเคยดิ่งฮวบมาแล้ว แต่กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่ารถไฮบริดมีการบำรุงรักษาแทบไม่ต่างจากรถน้ำมัน มีความคุ้มค่าในระยะยาว จึงทำให้ราคาขายต่อในปัจจุบันแทบไม่ต่างจากรถสันดาปทั่วไป

รถ EV ในปัจจุบันยังอยู่ท่ามกลางสมรภูมิการตัดราคา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาขายต่อ จนเต๊นท์รถมือสองแทบไม่กล้ารับซื้อรถ EV เลยด้วยซ้ำไป จริงอยู่ที่รถ EV สามารถขายต่อจากเจ้าของเดิมสู่เจ้าของใหม่ได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง แต่ผู้ซื้อก็อาจไม่ได้รับความสะดวกในการจัดไฟแนนซ์ การขายต่อส่วนมากจึงจำกัดอยู่กับผู้ซื้อที่มีเงินก้อนเท่านั้น

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้รถไฮบริดหรือรถพลังงานไฟฟ้า ก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบและความสะดวกของแต่ละคน แต่ก็สามารถสรุปได้ว่า รถยนต์ไฮบริดก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ในยุคน้ำมันแพงในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...