โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

女配不摻和 กี่ภพกี่ชาติก็ยังเป็นเธอ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 10.30 น. • Baanarun_editor
ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติ ไม่ว่าจะพบเจออะไร หลินตั้นก็ยังคงเป็นหลินตั้นเปี่ยมความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมทุกภพทุกชาติ

ข้อมูลเบื้องต้น

女配不摻和
กี่ภพกี่ชาติก็ยังเป็นเธอ

เฟิงหลิวซูไต 风流书呆 : เขียน
littleell.: แปล
Leila: วาด
Zinlin Xin: Typography

-โปรย-

สำหรับคนอื่นการทะลุมิติข้ามไปมาระหว่างโลกใบเล็กหลายใบโดยไม่ดับสูญ
อาจถือเป็นความโชคดีอันใหญ่หลวง แต่มีเพียง หลินตั้น เท่านั้น
ที่รู้ดีว่านั่นเป็นประสบการณ์ที่ทั้งเจ็บปวดทั้งสิ้นหวังอย่างไร

เมื่อมีประสบการณ์มากเข้า ความทรงจำนับไม่ถ้วนที่บันทึกไว้ในสมอง
จะเป็นเสมือนมือคู่ใหญ่ที่ลากเธอดำดิ่งลงสู่เหวลึก
ความรัก ความเกลียดชังมากมาย การจากลามากมาย
ทั้งยังมีความรู้สึกจนปัญญา ความขุ่นเคือง ความเจ็บปวด
ความสิ้นหวังที่มากมายยิ่งกว่า…ล้วนอัดแน่นอยู่ในใจ


ติดตามการวางจำหน่ายหนังสือได้ทาง
Facebook บ้านอรุณ
Twitter บ้านอรุณ
Tiktok Sister_Nak

บทนำ กาลเวลาผันผวน (1)

ท่ามกลางสายฟ้าสีม่วงนับพันนับหมื่นสายที่คำรามกึกก้องฟาดลงมาไม่ขาดสาย ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงผมยาวสยายแทงกระบี่แหลมคมเข้าบริเวณท้องของผู้บำเพ็ญเพียรชาย เลือดสดนองเต็มโพรงปากเขา ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างคล้ายเหลือเชื่อ ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงเพียงหลุบตาลงมองเขาท่าทางเฉยชา จากนั้นชักกระบี่ออกช้า ๆ

อสนีบาตเต็มฟากฟ้าสาดสะท้อนผืนฟ้ายามราตรีให้สว่างไสวเฉกเช่นทิวากาล ใบหน้าของผู้บำเพ็ญเพียรชายขาวซีดยิ่งนักภายใต้แสงอสนีบาตวูบวาบ “หลินตั้น ข้าเอง…”

นัยน์ตาไร้ริ้วคลื่นของผู้บำเพ็ญเพียรหญิงเปล่งประกายเล็กน้อยชั่วขณะก่อนพึมพำเสียงแผ่วว่า “เจ้า…มิใช่จินตนาการของข้าหรือ”

ใช่แล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงกำลังเผชิญกับด่านเคราะห์ เดิมนางคิดว่าเขาเป็นเพียงภาพลวงตาจากมารในใจเท่านั้น คาดไม่ถึงว่ากลับเป็นตัวจริงในที่สุดผู้บำเพ็ญเพียรหญิงหรือหลินตั้นก็เงยหน้ามองฟากฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยสายอสนี มองผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหลายที่บ้างลอยตัว บ้างขี่กระบี่ จึงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นงานมงคลผูกคู่บำเพ็ญเพียรของตน ผู้บำเพ็ญเพียรชายเบื้องหน้าคือคู่บำเพ็ญเพียรที่ตนไล่ตามมากว่าพันปีและอยู่เคียงข้างมากว่าพันปี

แต่แล้วอย่างไรเล่า ต่อให้รอคอยอย่างยึดมั่นถือมั่น ไขว่คว้าอย่างบ้าคลั่ง เคียงข้างมาเนิ่นนานเพียงใด ท้ายที่สุดก็หาสู้แววตาที่มองตอบกลับมาโดยไม่ตั้งใจเพียงหนเดียวของปีศาจสาวผู้นั้นได้ไม่ แม้ใกล้ทำพันธสัญญา ทว่าทันทีที่ปีศาจสาวปรากฏกาย เปล่งนํ้าเสียงกึ่งหัวเราะกึ่งร้องไห้แผ่วเบาผ่านริมฝีปากบางแดงสด ก็ทำให้บุรุษตรงหน้าสูญเสียสติสัมปชัญญะโดยพลัน

ย้อนไปเมื่อหนึ่งชั่วยาม1 ก่อน

เมื่อคู่บำเพ็ญเพียรตรงหน้าลังเลไม่ยอมกรีดปลายนิ้วทำพันธสัญญากับตน ยังมีสิ่งใดที่หลินตั้นไม่เข้าใจอีก ชั่วขณะนั้นเมื่อมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาที่เปี่ยมล้นด้วยความเสียใจและพยายามดิ้นรนของคู่บำเพ็ญเพียรหลินตั้นพลันปล่อยวางทุกอย่าง นางดึงผ้าแดงที่คลุมร่างออก ถอดเครื่องประดับงดงามหรูหราและหนักอึ้งบนศีรษะ หมุนตัวจากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

แขกเหรื่อที่มาร่วมงานยังมิทันฮือฮา ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายยังมิทันติเตียน ท้องฟ้าที่เดิมประดับประดาด้วยดวงดาราก็ถูกพยับเมฆดำทมิฬเป็นก้อน ๆ และแสงอสนีบาตเป็นชั้น ๆ กลืนกินจนหมดสิ้น พายุเสียดหูพลันโหมกระหนํ่า เป็นช่วงเวลาที่อยู่ภายใต้พลานุภาพอันน่ากริ่งเกรงของกฎสวรรค์ดุจมีดเหล็กที่กรีดหน้าของผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหลาย ทำให้พวกเขาตัวสั่นเทิ้มนี่คือด่านเคราะห์เมฆาและด่านเคราะห์อสนีบาต ขณะนี้เวลานี้และยังเป็นโอกาสสุดแสนพิเศษเช่นนี้ กลับมีผู้ที่ต้องผ่านด่านเคราะห์อย่างนั้นหรือ

ผู้ที่ต้องผ่านด่านเคราะห์มิใช่ใครอื่น คือหลินตั้นนั่นเอง วิชาที่นางฝึกฝนคือวิชาบำเพ็ญเซียนอู๋จี๋แห่งลัทธิอู๋จี๋ กล่าวกันว่าวิถีบำเพ็ญตนสามพันสาย ล้วนน่าพิศวง ลัทธิอู๋จี๋นี้เป็นหนึ่งในหนทางที่ยากจะก้าวเดินมากที่สุดสายหนึ่ง เน้นยํ้าเรื่อง “วิถีธรรมไร้ที่สิ้นสุด จิตใจไร้มลทิน กายหยาบไร้ปรารถนา” ขอเพียงปฏิบัติได้ทั้งสามประการนี้ จึงจะสัมผัสวิถีที่เป็นแก่นได้อย่างแท้จริง

ในใจของหลินตั้นมีผู้ที่นางมิอาจปล่อยวาง มิอาจละทิ้งอยู่ผู้หนึ่งเสมอมา ดังนั้นจะปฏิบัติถึงขั้นที่ไร้ปรารถนาได้อย่างไร แม้ร่างกายของนางเป็นกายเก้าอิน2 ทั้งยังเป็นรากปราณสวรรค์เดี่ยวที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดฝีมือหายากในโลกบำเพ็ญเพียร ก็ยังติดด่านเคราะห์อยู่นานถึงหกร้อยกว่าปี

ทว่านางไม่รีบร้อนแม้แต่น้อย บันไดสู่สวรรค์ของโลกใบนี้ถูกทำลายอย่างไม่ทราบสาเหตุ ต่อให้ผ่านด่านเคราะห์อย่างราบรื่น สุดท้ายก็ดับสลายอยู่บนโลก การบรรลุและความตายแทบจะมีความหมายเดียวกัน การที่นางไม่รีบร้อนหาใช่เพราะกลัวตาย แต่เป็นกังวลว่าจะอยู่เคียงข้างคนผู้นั้นไม่ได้อีก

นางทราบดีว่าในหัวใจของคนผู้นั้นยังเป็นห่วงเป็นใยใครอีกคนอย่างลึกซึ้ง แต่ไม่เป็นอันใด ขณะที่เขาเผชิญหน้ากับด่านเคราะห์อันยากลำบากนางไม่เคยทอดทิ้งเขา ขณะที่เขาดำดิ่งสู่ก้นเหวลึกก็มีนางคอยอยู่เคียงข้างหากหัวใจของเขาคือธารนํ้าแข็งที่ไม่หลอมละลายเป็นพันปี เช่นนั้นนางก็คือดวงตะวันอันร้อนแรงที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะหลอมละลายเขา

นางเชื่ออย่างแน่วแน่มาตลอดว่าสุดท้ายตนจะสามารถเปลี่ยนสายตาจับจ้องและความทุ่มเทใจของเขาได้ กระทั่งบัดนี้…

ดังนั้นทุกอย่างจึงเปลี่ยนแปลงไป และจืดจางลง

เมื่อปล่อยมือจากสิ่งที่กุมแน่นซึ่งไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็มิอาจคว้าไว้ได้อย่างมั่นคง สิ่งที่สูญเสียมีเพียงปณิธานและมารในใจเท่านั้น ทว่าสิ่งที่ได้มากลับเป็นโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล หลินตั้นคืนคู่บำเพ็ญเพียรให้ปีศาจสาวที่รีบรุดมา จากนั้นก็ก้าวออกจากโถงใหญ่ทีละก้าว เดินไปใต้ด่านเคราะห์เมฆาดำทมิฬ ด่านเคราะห์รักที่มิอาจก้าวข้ามตลอดหลายร้อยปีกลับพังทลายในชั่วพริบตา นางจะฝ่าด่านเคราะห์เพื่อบรรลุ

มารในใจยังคงดิ้นรน สร้างภาพลวงตาหวานชื่นแต่กลับเคลือบยาพิษไว้มากมาย และพยายามหยุดยั้งฝีเท้าของหลินตั้น แต่นางหวดกระบี่ตัดขาดสะบั้น บันไดสู่สวรรค์ถูกทำลาย หากนางผ่านด่านเคราะห์ไม่สำเร็จก็เท่ากับตาย ถ้าผ่านด่านเคราะห์สำเร็จก็เท่ากับตาย ท้ายที่สุดก็หนีจุดจบเพียงหนึ่งเดียวนี้ไม่พ้น แต่แล้วอย่างไรเล่า นางไม่อยากพัวพันกับคนเหล่านี้อีกโลกช่างโสมม กฎสวรรค์ช่างยิ่งใหญ่ แม้สูญสลายกลายเป็นสายลมเย็นนางก็จะท่องไปให้ทั่วขอบฟ้า

แต่นางไม่เข้าใจว่าคู่บำเพ็ญเพียรคิดอย่างไรถึงได้ฝ่าเข้ามาในด่านเคราะห์อสนีบาต เข้าสู่ภาพลวงตา พุ่งใส่ปลายกระบี่ของนางกะทันหันต้องทราบว่าอีกฝ่ายคือยอดฝีมือในการฝ่าด่านเคราะห์เช่นกัน ทั้งยังเป็นผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่อันดับหนึ่งของดินแดนหนานหัว ไม่มีทางที่จะหลบการจู่โจมของนางไม่พ้น

“หลินตั้น” เขาไม่มีเวลาสนใจโลหิตชุ่มโชกบริเวณท้อง กำปลายกระบี่ของหลินตั้นแน่น ขอร้องอย่างยากลำบาก “อย่าไป”

“ไม่ไป” หลินตั้นชักกระบี่ออกจากฝ่ามือเขาช้า ๆ นํ้าเสียงล่องลอย“แล้วข้าจะไปที่ใดได้อีกเล่า” ใช่ ไม่จากไปแล้วข้าจะไปที่ใดได้อีก จะให้วิ่งไล่ตามฝีเท้าเจ้า ตามเงาเจ้าสุดชีวิตเหมือนกาลก่อนหรือ ข้าล้มลุกคลุกคลานฟันฝ่าเคียงข้างเจ้ามาหลายพันปี กระทั่งยามนี้จึงพบว่า ท้ายที่สุดแล้วคนเรายังคงต้องเดินบนเส้นทางของตนเอง

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินตั้นก็ไม่ต้องการแม้แต่กระบี่ในมืออีก นางโยนมันทิ้งอย่างไม่ใส่ใจแล้วทะยานขึ้นไปยังบันไดสวรรค์ที่แตกร้าว ผู้บำเพ็ญเพียรชายรีบไล่ตามไป แต่เพราะบาดเจ็บสาหัสจึงช้าไปก้าวหนึ่ง เห็นเพียงบนฟากฟ้ามีหลุมขนาดใหญ่กลืนกินด่านเคราะห์อสนีบาตและหลินตั้นเข้าไปเมื่อเขาตามไปถึงขอบฟ้าก็ไม่หลงเหลือสิ่งใดอยู่อีก ด่านเคราะห์เมฆาด่านเคราะห์อสนีบาต แสงสว่าง หญิงงาม ล้วนสลายหายไปราวกับฟองอากาศ

“หลินตั้น!” เสียงร้องตะโกนแหบแห้งอย่างร้าวรานของผู้บำเพ็ญเพียรชายดังกึกก้องอยู่ในราตรีอันกว้างใหญ่ เนิ่นนานไม่จางหายไป…

1 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

2 กายเนื้อชั้นยอดที่เหมาะแก่การฝึกฝนวิชา

บทนำ กาลเวลาผันผวน (2)

“ยินดีต้อนรับโฮสต์กลับมา” หลินตั้นเพิ่งลืมตาก็ได้ยินเสียงหุ่นยนต์ดังข้างหู“โฮสต์ได้เข้าสู่โลกระดับ S และได้รับของพิเศษอย่าง ‘หัวใจอู๋จี๋’ อย่างราบรื่นโฮสต์ต้องการแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนทันทีไหม”

“แลกเปลี่ยน แล้วเปิดพื้นที่ส่วนตัว” หลินตั้นเอ่ยอย่างเชื่องช้า

เพียงชั่วพริบตาเธอก็เข้าสู่พื้นที่ขาวสะอาดแห่งหนึ่ง รอบด้านเป็นผนังโลหะเรียบ ตรงกลางมีเตียงตั้งอยู่หลังหนึ่ง ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้นอีก

“โฮสต์ ภารกิจครั้งนี้คุณได้รับคะแนนรวมเก้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นคะแนน ระบบเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เรียนแจ้งให้คุณทราบว่า คะแนนสะสมของคุณถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว ระบบมีตัวเลือกให้คุณสองตัวเลือก หนึ่งปลดพันธนาการกลับสู่โลกเดิม สองหลังปลดพันธนาการ โอนย้ายสู่ระดับที่สูงกว่า ไม่ทราบว่าความต้องการของคุณคืออะไร” นํ้าเสียงเย็นชาของหุ่นยนต์ดังขึ้นในสมองของหลินตั้น

หลังหลินตั้นเสียชีวิตก็ผูกติดกับระบบช่วยเหลือนี้อย่างน่าประหลาดถูกบังคับให้ทำภารกิจซํ้าไปซํ้ามาในโลกใบเล็ก ๆ นับไม่ถ้วน นอกจากได้คะแนนสะสมจนครบจำนวนหนึ่งจึงจะสามารถปลดพันธนาการ จากนั้นค่อยเลือกไปที่ไหนก็ได้อย่างอิสระ หลินตั้นวางแผนเอาไว้เรียบร้อยนานแล้ว แต่ขณะนี้กลับลังเล เธอขมวดคิ้วคิดทบทวนครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยพึมพำเสียงแผ่ว“ถ้าโอนย้าย…”

“ขออภัยโฮสต์” เสียงระบบเอ่ยขัดเธอ “ผู้แนะนำของคุณได้ยกเลิกคำแนะนำในโลกภารกิจที่ผ่านมา หากคุณต้องการโอนย้าย กรุณาเลือกผู้แนะนำคนใหม่โดยเร็ว”

ยกเลิกแล้วจริง ๆ ด้วย…หลินตั้นส่ายศีรษะไปมา ยิ้มสมเพชตนเอง

หากต้องการโอนย้ายไปยังระดับขั้นที่สูงขึ้น แค่ระบบอนุญาตยังไม่พอยังต้องหาผู้แนะนำจากระดับที่สูงกว่าด้วยหนึ่งคน ผู้แนะนำของหลินตั้นไม่ใช่ใครอื่น คือผู้บำเพ็ญเพียรชายที่ถูกเธอแทงเข้าที่ท้องคนนั้นนั่นเองอีกฝ่ายชื่อแซ่อะไร ภูมิหลังเป็นอย่างไร หลินตั้นไม่รู้อะไรทั้งสิ้น รู้เพียงว่าเขามาจากระดับสูงกว่า มีอำนาจมากกว่าระบบมาก อาจถึงขั้นเป็นระบบหลัก

สำหรับคนอื่น การทะลุมิติข้ามไปมาระหว่างโลกใบเล็กหลายใบโดยไม่ดับสูญอาจถือเป็นความโชคดีใหญ่หลวง แต่มีเพียงหลินตั้นเท่านั้นที่รู้ดีว่านั่นเป็นประสบการณ์ที่ทั้งเจ็บปวดทั้งสิ้นหวังอย่างไร เมื่อมีประสบการณ์มากเข้า ความทรงจำนับไม่ถ้วนที่บันทึกไว้ในสมองจะเป็นเสมือนมือคู่ใหญ่ที่ลากเธอดำดิ่งลงสู่เหวลึก ความรักความเกลียดชังมากมาย การจากลามากมาย ทั้งยังมีความรู้สึกจนปัญญา ความขุ่นเคือง ความเจ็บปวดความสิ้นหวังมากมายยิ่งกว่า…ล้วนอัดแน่นอยู่ในใจ พาให้เธอสูญเสียความเป็นตัวตนช้า ๆ

มีช่วงเวลายาวนานระยะหนึ่งที่เธอไม่รู้เลยว่าตนเองเป็นใคร มาจากไหนในขณะที่เธอรู้สึกใกล้จะพังทลายกลับพบผู้ชายคนนั้นในโลกภารกิจใบหนึ่งอีกฝ่ายช่วยเธอออกจากคุกมืดไร้แสงสว่าง สอนเธอว่าควรทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นจากสถานการณ์อันเลวร้าย เอาชนะศัตรูอย่างไร ทำอย่างไรให้ได้คะแนนสะสม หลินตั้นค่อย ๆ ค้นพบตนเองอีกครั้งท่ามกลางความช่วยเหลือของเขา จากนั้นก็เต็มใจเป็นผู้ติดตามของเขา ไล่ตามรอยเท้าเขาในโลกใบเล็กต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

เดิมทีหลินตั้นคิดว่าการได้พบชายหนุ่มถือเป็นการไถ่ถอนตนเองแต่สุดท้ายกลับพบว่านี่เป็นเพียงการดิ้นรนที่ไร้ประโยชน์อีกครั้งเท่านั้นยังดีที่คำแนะนำของชายหนุ่มไม่ถือว่าไร้ประโยชน์ทั้งหมด สุดท้ายเธอก็เรียนรู้ที่จะเข้มแข็งยืนหยัดด้วยตนเอง นับถือตนเอง รักตนเอง และเรียนรู้ที่จะปล่อยวางทุกสิ่ง

ว่ากันว่าการตกหลุมรักคนดี แม้ไม่ได้ครอบครองอีกฝ่าย แต่สุดท้ายก็ยังเป็นตนเองที่พัฒนาขึ้นกว่าเดิม สำหรับหลินตั้นแล้วคำพูดนี้ไม่ผิดเลยเธอไม่เสียดายความพยายามและความอดทนของตนเอง เพราะหากไม่มีการติดตามนับพันปีนี้ คงไม่เข้าใจความหมายของคำว่าดอกไม้มีแบ่งบานมีโรยรา ท้องฟ้าสดใสจิตใจเงียบสงบเฉกเช่นตอนนี้

แม้แลกเปลี่ยน “หัวใจอู๋จี๋” เป็นคะแนนไปแล้ว แต่ความรู้สึกพวกนั้นยังตราตรึงในหัวใจเธอ เธอหัวเราะราวกับปลดเปลื้องพันธนาการหนักอึ้งส่ายศีรษะเอ่ยว่า “เขาคงอยากเป็นผู้แนะนำให้ผู้หญิงคนนั้นสินะ”

ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ผู้ปฏิบัติภารกิจ แต่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ชายหนุ่มพบหล่อนในโลกภารกิจใบหนึ่ง จากนั้นก็ควบคุมตนเองไม่ได้อีก ติดตามไขว่คว้าอีกฝ่ายไปยังโลกหลายใบคล้ายหลินตั้นติดตามเขา ก่อนหน้านี้ปีศาจสาวในโลกบำเพ็ญเพียรก็เป็นหนึ่งในการกลับชาติมาเกิดของหญิงสาวคนนั้น ดังนั้นชายหนุ่มจึงคิดถึงคำนึงหาหล่อน รักลุ่มหลงหล่อน กระทั่งยอมเป็นศัตรูกับโลกบำเพ็ญเพียรทั้งหมดโดยไม่เสียใจ

ไม่ว่าหญิงสาวจะไปเกิดที่ไหน ชายหนุ่มก็มักใช้พลังที่น่าอัศจรรย์ของตนเองหาอีกฝ่ายจนพบเสมอ และปกป้องดูแลต่อไป จะว่าไปแล้วชายหนุ่มก็เหมือนหลินตั้น เป็นเพียงผู้ติดตามที่ต้อยตํ่าเท่านั้น แม้หลังจากหญิงสาวกลับชาติมาเกิดจะไม่มีความทรงจำก่อนหน้าหลงเหลืออยู่เลยก็ตามชายหนุ่มก็ยังยินยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อหล่อน อีกทั้งพาหล่อนมายังโลกของเขาเองด้วย

หลินตั้นอิจฉาผู้หญิงคนนั้นมากจนถึงขั้นริษยา แต่บัดนี้พอตรองดูแล้วกลับไม่มีความรู้สึกอะไรอีก

ระดับเสียงของระบบลดลงครึ่งหน่วย ฟังแล้วให้ความรู้สึกขมขื่นอยู่บ้าง “หากโฮสต์อยากรู้ ระบบช่วยโฮสต์ตรวจสอบได้นะ แต่อีกฝ่ายมีอำนาจมากกว่าระบบ ระบบเองก็ไม่แน่ใจว่าจะตรวจพบ ขอโทษนะโฮสต์ ระบบเป็นแค่ระบบช่วยเหลือ สิ่งที่แจกจ่ายให้ได้ก็มีแค่ภารกิจช่วยเหลือเท่านั้นหลายปีมานี้ทำให้โฮสต์ลำบากแล้ว”

ระบบช่วยเหลือรับหน้าที่เดินหน้าพัฒนาและซ่อมแซมบั๊ก3 ในโลกใบเล็กเท่านั้น และโฮสต์ที่พวกเขาเลือกก็เป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ละทิ้งได้ในยามคับขัน ยกตัวอย่างที่ไม่ค่อยน่าฟังนักก็คือ หากหม้อใบหนึ่งมีรูรั่วจำต้องใช้เศษเหล็กซ่อมแซม ถ้าอย่างนั้นหลินตั้นก็คือเศษเหล็กชิ้นนั้นนอกจากโยนตนเองเข้าไปหลอมในทะเลเพลิงก็ไม่มีประโยชน์อย่างอื่นอีก

ภารกิจส่วนใหญ่ที่เธอได้รับล้วนเป็นการเสียสละตนเองเพื่อผลประโยชน์ของผู้อื่น บางภารกิจถึงขั้นไร้เหตุผล แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ ทันทีที่ภารกิจล้มเหลว เธอจะถูกระบบกำจัด เพราะผู้ปฏิบัติภารกิจที่ผูกมัดกับระบบช่วยเหลือส่วนมากไม่สามารถทนได้จนถึงช่วงสุดท้าย ไม่ฆ่าตัวตายระหว่างทางก็ตกอยู่ในภาวะคลุ้มคลั่ง สำหรับผู้ปฏิบัติภารกิจที่ทำภารกิจผ่านอย่างราบรื่นทั้งยังได้คะแนนสูงอย่างหลินตั้นถือว่ามีน้อยคนนักนี่ต้องยกความดีความชอบให้แก่ความช่วยเหลือของชายหนุ่ม แต่ก็เกี่ยวข้องกับนิสัยเข้มแข็งอดทนของหลินตั้นเหมือนกัน

ขณะนี้หลินตั้นปล่อยวางทุกอย่างแล้ว ไม่มีความปรารถนาใด ๆจะไปไหนย่อมไม่เป็นปัญหา เธอกดเปิดกล่องภารกิจ เอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยวว่า“ไม่ต้องตรวจสอบแล้ว ยกเลิกคำขอโอนย้าย ส่งฉันกลับโลกเดิมก็แล้วกัน”

“ได้เลยโฮสต์ ยังมีข่าวดีจะแจ้งให้โฮสต์ทราบอีกเรื่องหนึ่ง เนื่องจากคุณคือผู้ทำภารกิจช่วยเหลือคนแรกที่ได้รับคะแนนสูงสุด ดังนั้นทางระบบหลักจึงตัดสินใจมอบรางวัลให้คุณหนึ่งร้อยล้านคะแนน หนึ่งร้อยล้านคะแนนนี้สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราในโลกของคุณได้ในอัตราหนึ่งต่อหนึ่ง ไม่ทราบว่าโฮสต์ต้องการแลกเปลี่ยนไหม”

“แลกเปลี่ยน” หลินตั้นพยักหน้าโดยไม่ลังเล แล้วหัวเราะเยาะตนเอง“ผู้ทำภารกิจช่วยเหลือ” อะไรกัน สุดท้ายก็แค่ตัวประกอบที่มีหรือไม่มีก็ได้เท่านั้น แต่หลังจากนี้จะไม่ใช่อีกแล้ว เธอจะเป็นตัวของตัวเอง และจะใช้ชีวิตให้เต็มที่

“รับทราบโฮสต์ ระบบกำลังทำการแลกเปลี่ยนให้คุณ กรุณารอสักครู่”

ระบบใช้เวลาประมาณหนึ่งนาทีจัดการกับคะแนนสะสมและเงินฝากของโฮสต์ หลังระบบปลดพันธนาการก็เปิดเครื่องนำส่ง เตรียมส่งตัวหลินตั้นกลับโลกเดิม เดิมหลินตั้นคิดว่าครั้งนี้จะเกษียณได้อย่างสบายใจแต่คาดไม่ถึงว่าจะมีขุมพลังขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่สายพานของเครื่องนำส่งทำให้การไหลของเวลาปั่นป่วน…

3 ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโปรแกรมหรือจุดบกพร่องที่ทำให้การทำงานของโปรแกรมผิดพลาดหรือไม่ราบรื่น

บทที่ 1 แม่ครัว 1 (1)

หลินตั้นในตอนนี้รู้สึกสับสนงุนงงเล็กน้อย ตะโกนเรียกระบบในสมองหนหนึ่งตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็นิ่งอึ้ง…ระบบคือสิ่งใด ขณะที่ในมือนางถือช้อนตักนํ้าแกงคันหนึ่ง ในช้อนมีนํ้าแกงบาง ๆ สีขาวนม ดมแล้วหอมกรุ่น สดชื่น กลิ่นหอมโชยเตะจมูก ในปากยังมีรสชาติจาง ๆ หลงเหลืออยู่เห็นได้ชัดว่านางเพิ่งดื่มไปอึกหนึ่ง แต่ปัญหาคือหลินตั้นไม่รู้ว่าตนเป็นใครกำลังทำสิ่งใด เหตุใดอยู่ดี ๆ จึงปรากฏตัวที่นี่

นางจับจ้องสองมือแห้งกรังมีหนังด้านเต็มไปหมดของตน รู้สึกคล้ายมือทั้งสองนี้เป็นของตนคล้ายมิใช่ของตน นางยืนอยู่ตรงนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้ ดุจแขกที่ข้ามมาจากโลกใบอื่นกะทันหัน ไม่เข้ากับทุกอย่างที่อยู่รอบกาย นางถึงขั้นไม่เข้าใจว่าขณะนี้อยู่ในสถานการณ์อย่างไร

ทว่าผู้คนรอบข้างกลับไม่รู้สึกว่าหลินตั้นในยามนี้มิใช่หลินตั้นคนเดิมคนหนึ่งในนั้นชี้อาหารชามหนึ่งที่วางตรงหน้านางแล้วกล่าวว่า “อย่างไรก็ยังขาดรสชาติบางอย่างไป” แต่ขาดรสชาติใดนั้นท้ายที่สุดแล้วเขากลับมิอาจบอกได้อย่างชัดเจน อย่างไรเสียเขาก็มิใช่พ่อครัวใหญ่ผู้เชี่ยวชาญ เพียงมีประสาทรับรสที่เฉียบไวกว่าคนทั่วไปเท่านั้น

หลินตั้นตกใจได้สติเพราะคำพูดนี้ เมื่อเงยหน้ามองจึงพบว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กหนุ่มสวมชุดผ้าไหมหรูหรางดงามผู้หนึ่ง เขามีร่างกายผอมเพรียวผิวพรรณขาวผ่อง ดวงหน้าหล่อเหลา หากไม่เปิดปากพูดดูคล้ายแม่นางน้อยเขาเองก็ถือช้อนตักนํ้าแกงในมือ กำลังชิมอาหารเหมือนหลินตั้น ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ท่าทางเคร่งขรึมยิ่งนัก

“ขาดกำลังไฟไปจริง ๆ” อีกคนกล่าวอย่างเชื่องช้า

หลินตั้นผินหน้าไปมองก็พบว่าครั้งนี้ผู้กล่าวคือผู้เฒ่าหนวดเคราขาวผู้หนึ่ง เขาขยับริมฝีปากลิ้มรสเบา ๆ คล้ายกำลังแยกแยะรสชาติที่หลงเหลืออยู่ของนํ้าแกง

หลินตั้นรีบละสายตามองไปรอบทิศอย่างรวดเร็ว ต่อให้ไม่เข้าใจอะไรแม้แต่น้อย กลับไม่แสดงสีหน้าร้อนรน ราวกับนางคุ้นชินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันเช่นนี้เสียแล้ว

“ขาดกำลังไฟอะไรกัน ข้าว่าพอ ๆ กัน ไม่แตกต่าง” ครั้งนี้ผู้พูดคือชายวัยกลางคนที่มีรูปลักษณ์ภายนอกน่าเกรงขาม สวมชุดปักลายเมฆมงคลและกิเลนสีนํ้าเงินทั้งตัว ดูมีศักดิ์ฐานะสูงส่งไม่น้อย เพราะทันทีที่เขากล่าวจบผู้คนที่ยืนอยู่รอบด้านเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย ใบหน้ายังเผยรอยยิ้มประจบสอพลอเล็กน้อย

ทว่าความสนใจของหลินตั้นไม่ได้อยู่ที่เขา นางเหลียวมองทางด้านหนึ่งบริเวณที่ห่างจากนางเจ็ดถึงแปดเมตรมีแม่นางน้อยผู้หนึ่งยืนอยู่ อายุราวสิบสามสิบสี่ปีเท่านั้น ตรงหน้ามีโต๊ะสี่เหลี่ยม บนโต๊ะมีอาหารชามหนึ่งวางอยู่เช่นกัน หากมองเพียงสี กลิ่น รสก็ไม่ต่างจากอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าหลินตั้นนี้แต่อย่างใด

เมื่อรวบรวมข้อมูลสภาพแวดล้อม ผู้คน บทสนทนาเข้าด้วยกันหลินตั้นจึงได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว…ดูคล้ายว่าตนกำลังแข่งขันทำอาหารกับใครบางคนอยู่

เมื่อแม่นางน้อยผู้นั้นได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่มและผู้เฒ่าเคราขาวบนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มเบาบาง แต่พอเห็นชายวัยกลางคนไม่สนับสนุนตนพลันขมวดคิ้ว ดูดื้อรั้นอยู่บ้าง “เชิญท่านโหว1 ลิ้มรสอย่างละเอียดอีกคราเจ้าค่ะ”

ท่านโหวรึ หลินตั้นที่กำลังเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างสุดความสามารถมองชายวัยกลางคนอย่างรวดเร็วผาดหนึ่ง

ชายวัยกลางคนกำลังจะกล่าว เด็กหนุ่มรูปงามก็กล่าวอย่างอดรนทนไม่ไหวว่า “เจ้าชิมเองไม่รู้รสหรือว่าอาหารรสชาติดีหรือไม่ เช่นนั้นจะเป็นแม่ครัวไปไย” เห็นได้ชัดว่าคำพูดนี้กล่าวกับหลินตั้น เพราะดวงตาที่ตาดำกับตาขาวแยกกันชัดเจนคู่นั้นกำลังจ้องตรงมาที่หลินตั้น แม่นางน้อยดีใจก้มหน้าลง เม้มริมฝีปากยิ้มเขินอาย

หลินตั้นคนก่อนชิมอาหารที่ตนทำไปแล้วคำหนึ่ง กลับไม่ยอมแพ้ แต่จะกล่าวว่า “ไม่ยอมแพ้” คงไม่เหมาะสม สมควรกล่าวว่านางไม่ทราบด้วยซํ้าว่าอาหารของตนยํ่าแย่ที่ใด หรือขาดรสชาติใดไป เด็กหนุ่มที่คิดว่านางพ่ายแพ้แล้วจึงไม่พอใจอย่างยิ่ง

ในเมื่อเข้าใจสถานการณ์แล้ว หลินตั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวอีก นางต้องแสดงละครฉากนี้เหมือนปฏิกิริยาของคนทั่วไปให้จบ ดังนั้นจึงส่งนํ้าแกงในช้อนเข้าปากลิ้มรสเงียบ ๆ แล้วเดินไปข้างกายแม่นางน้อยที่กำลังขุ่นเคืองผู้นั้น ตักนํ้าแกงในชามของนางมาชิม

อาหารทั้งสองชามนี้ล้วนเป็นผักกาดขาวไก่ปูข้น2 มองดูคล้ายแค่นำผักกาดขาวสองสามใบมาต้มจนสุก แต่หากคิดจะทำออกมาให้ดีกลับต้องใช้ทักษะมากเป็นพิเศษ การทำอาหารมักเป็นเช่นนี้ อาหารที่ดูแล้วเหมือนทำง่ายมากเท่าใดกลับยิ่งทำยากมากเท่านั้น

เดิมหลินตั้นต้องการลิ้มรสแล้วกล่าวยอมแพ้ เช่นนี้นางจึงจะปลีกตัวออกไปได้โดยเร็ว จากนั้นค่อยหาสถานที่สงบ ๆ ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ แต่เมื่อชิมอาหารทั้งสองชาม ต่อมรับรสและสมองของนางกลับให้คำตัดสินขึ้นเอง นางจึงค้นพบด้วยความตกใจว่า ดูคล้ายต่อมรับรสของนางจะเฉียบไวกว่าคนปกติมาก ความแตกต่างเพียงน้อยนิดลิ้นของนางกลับขยายความได้หลายเท่าตัว และนี่คือสิ่งที่หลินตั้นคนเดิมขาด

“ข้าแพ้แล้ว” หลังวางช้อนตักนํ้าแกงลง นางกล่าวอย่างจริงใจว่า“ก้านผักของข้าขมเล็กน้อย” รสขมเช่นนี้คนปกติไม่รู้รสด้วยซํ้า มีเพียงนักกินที่มีต่อมรับรสเฉียบไวมากเป็นพิเศษเท่านั้นจึงจะแยกแยะออก

ผู้เฒ่าเคราขาวจ้องหลินตั้นเขม็ง ชี้แนะว่า “ใช่แล้ว เจ้าเทแป้งมันแล้วเคี่ยวให้ข้น3 โดยไม่รอให้ก้านผักสุกได้ที่เสียก่อน ทำให้แป้งมันได้รับความร้อนนานเกินไป จึงไหม้และมีรสขม รสชาติไม่ลื่นคอ จุดเด่นของผักกาดขาวไก่ปูข้นอยู่ที่สองคำนี้พอดี หนึ่งคือสดหวาน สองคือลื่นคออาหารของเจ้าดูงดงาม แต่สุดท้ายกลับขาดรสชาติบางอย่างไป”

หลินตั้นพยักหน้า กล่าวอีกครั้งว่า “ข้าแพ้แล้ว”

เมื่อเห็นนางมีท่าทีตรงไปตรงมา ไม่โกรธเคืองที่ตนเองต้องพ่ายแพ้อย่างราบคาบ ผู้เฒ่าเคราขาวจึงพยักหน้านิด ๆ ชายวัยกลางคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เผยสีหน้าเวทนา สตรีผู้หนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังกุมหน้าอกล้มลง ทำทุกคนแตกตื่น

“แย่แล้ว ฉีซื่อ4 เป็นลม! หลินตั้นรีบมาดูมารดาเจ้าเร็ว!” ทันใดนั้นมีหญิงสาวสองคนประคองสตรีคนหนึ่งขึ้นมา ทั้งยังกวักมือเรียกหลินตั้นไม่ขาด

หลินตั้นที่รวบรวมข้อมูลจากบทสนทนาเพื่อให้ทราบถึงตัวตนของตนอยู่พุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล กล่าวเสียงดังว่า “รบกวนทุกท่านตามหมอให้ที ข้าจะส่งท่านแม่ข้ากลับไปก่อน” กล่าวจบก็ตรงเข้าไปประคองร่างมารดาเอาไว้แทนหญิงสาวหนึ่งในนั้น หญิงสาวที่ผละออกมาไม่รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติใด รีบร้อนนำทางอยู่ด้านหน้า พาหลินตั้นกลับเรือนของนางอย่างรวดเร็ว

1 บรรดาศักดิ์ที่ได้รับพระราชทานจากจักรพรรดิ เรียงจากสูงไปตํ่า คือ กง โหว ปั๋ว จื่อและหนาน ตามลำดับ

2 อาหารของมณฑลเหลียวหนิง มีเนื้อปู เนื้อไก่ ผักกาดขาวเป็นส่วนประกอบหลัก

3 หนึ่งในวิธีการทำอาหารที่สำคัญของจีนคือ การใส่แป้งมันละลายนํ้าให้นํ้าแกงเหนียวข้น

4 ซื่อ แปลว่า แซ่ ใส่ท้ายแซ่เดิมของสตรีที่แต่งงานแล้ว เป็นคำเรียกแทนชื่อ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...