อะไรทำให้แมมมอธสูญพันธุ์? นักวิทย์เชื่อเพราะ 'เหตุการณ์สุ่ม' ไม่งั้นเราอาจยังมีแมมมอธอยู่
‘อะไรที่ฆ่าแมมมอธขนยาว?’ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นเหตุการณ์สุ่มทางธรรมชาติบางอย่างที่ทำให้พวกมันสูญพันธุ์ เชื่อหากไม่เกิดเหตุการณ์นั้น โลกอาจยังมีแมมมอธขนยาวอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว แมมมอธกลุ่มเล็ก ๆ ได้หลงเหลืออยู่บนเกาะนอกชายฝั่งไซบีเรียเป็นกลุ่มสุดท้าย เนื่องจากเพื่อน ๆ ของมันบนแผ่นดินใหญ่ได้ล้มหายตายจากไปหมดแล้ว ด้วยจำนวนที่น้อยนิด นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกมันต้องสูญพันธุ์
การมีความหลากหลายทางพันธุกรรมต่ำ ทำให้สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่เหล่านี้ต้องทุกข์ทรมานกับโรคภัยไข้เจ็บ และมีความอ่อนแอต่อโรคทางพันธุกรรมอื่น ๆ แต่งานวิจัยใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่โดยพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งสวีเดน และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม ระบุว่าเป็นสาเหตุอื่นมากกว่า
“ตอนนี้เราสามารถปฏิเสธความคิดที่เชื่อว่าประชากรมีจำนวนน้อยเกินไป ได้อยางมั่นใจ” Love Dalén นักพันธุศาสตร์วิวัฒนาการ กล่าว “นี่หมายความว่ามันเป็นเพียงเหตุการณ์แบบสุ่มที่คร่าชีวิตพวกเขาไป และหากเหตุการณ์สุ่มนั้นไม่เกิดขึ้น เราก็คงจะมีแมมมอธอยู่จนถึงทุกวันนี้”
ทีมวิจัยได้ข้อสรุปดังกล่าวจากการวิเคราะห์ DNA โบราณของแมมมอธ 14 ตัวสุดท้ายที่อาศัยอยู่บนเกาะซึ่งได้มาจากฟอสซิลที่ค้นพบ โดยมีอายุระหว่าง 4,333 ถึง 9,219 ปีก่อน จากนั้นก็นำข้อมูลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับพันธุกรรมของแมมมอธ 7 ตัวที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินใหญ่ของไซบีเรียเมื่อราว 12,158 ปีก่อน
โดยรวมแล้วมันให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางพันธุกรรมย้อนกลับไปถึงกว่า 50,000 ปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแม้แมมมอธบนเกาะจะมีประชากรน้อย แต่ความผิดปกติทางพันธุกรรมก็ไม่ได้สร้างอันตรายให้กับพวกมันมาก ความผิดปกติใด ๆ ที่อาจเป็นปัญหาจะค่อย ๆ ถูกกำจัดออกไป กล่าวอย่างง่าย ๆ พวกมันไม่มีปัญหาด้านพันธุกรรม
“โดยทั่วไปแล้วหากแมมมอธตัวใดมีการกลายพันธุ์ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง มันจะไม่สามารถผสมพันธุ์ได้ ดังนั้นการกลายพันธุ์เหล่านั้นจึงค่อย ๆ หายไปจากประชากรเมื่อเวลาผ่านไป” Marianne Dehasque ผู้เขียนคนแรก กล่าว
แล้วอะไรที่ฆ่าแมมมอธเหล่านั้น? นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่แน่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่มนุษย์เนื่องจากยังมาไม่ถึงเกาะนี้จนกระทั่ง 400 ปีต่อมา ทีมงานคาดเดาว่าอาจเป็นเพราะไวรัสชนิดใหม่ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติเช่น ภูเขาไฟระเบิดหรือไฟป่าขนาดใหญ่ หรืออะไรอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกระทันหัน
“จากผลลัพธ์ของเรา การสูญพันธุ์ต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว” Dalén กล่าว
ขั้นตอนต่อไปคือทีมงานวางแผนที่จะตรวจสอบตัวอย่างพันธุกรรมจากแมมมอธขนยาวบางตัวโดยเฉพาะ โดยหวังว่าจะได้เบาะแสถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยังไงก็ดีทีมวิจัยเน้นย้ำว่าการอนุรักษ์ในปัจจุบันยังคงต้องให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางพันธุกรรมเป็นอันดับแรก
“แมมมอธเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทำความเข้าใจวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพที่กำลังดำเนินอยู่ รวมถึงสิ่งที่ขึ้นจากมุมมองทางพันธุกรรมเมื่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ต้องเผชิญกับปัญหาคอขวดของประชากร เพราะมันสะท้อนชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตจำนวนในปัจจุบัน” Dehasque กล่าว
ที่มา
https://www.cell.com/cell/fulltext/S0092-8674(24)00577-4…
https://www.theguardian.com/…/last-woolly-mammoths…
https://www.newscientist.com/…/2437264-the-last-woolly…/
https://www.smithsonianmag.com/…/what-killed-the-last…/
https://www.popsci.com/science/woolly-mammoth-inbred/
Photo : Marianne Dehasque