สรุปกรณี Diddy กับการทำร้ายร่างกายและบังคับขืนใจอดีตแฟนสาว ที่ถึงแม้หลักฐานจะมัดตัว แต่อาจไม่สามารถเอาผิดได้ด้วยเงื่อนไขทางกฎหมาย
*บทความนี้กล่าวถึงความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย และการข่มขืน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฌอน คอมส์ (Sean Combs) หรือ ‘Diddy’ แร็ปเปอร์วัย 54 ออกมาขอโทษผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวยอมรับว่าเขาทำร้ายร่างกายแฟนสาวอย่าง เคสซี เวนทูรา (Cassie Ventura) ในปี 2016 จริง หลังจากให้การปฏิเสธมาตลอดหลายปี แต่ล่าสุดต้องยอมจำนนต่อหลักฐานที่มัดตัวเขาชนิดดิ้นไม่หลุด
เมื่อสื่อ CNN เปิดเผยภาพความรุนแรงจากกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งภายในโรงแรม InterContinental ในเมืองเซนจูรี ซิตี้ ลอสแอนเจลิส เป็นเหตุการณ์ของวันที่ 5 มีนาคม ปี 2016 ที่แสดงให้เห็นชัดว่าแร็ปเปอร์-โปรดิวเซอร์ ชาวอเมริกัน ลงมือตบตี ฉุดกระชากลากถู พร้อมกับเหวี่ยงอดีตแฟนสาว เคสซี เวนทูรา ลงไปกองกับพื้น และเตะเธอหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งการกระทำทั้งหมดตรงกับคำให้การของเวนทูราก่อนหน้านี้
ในการสารภาพผ่านอินสตาแกรม Diddy ยอมรับผ่านคลิปว่าการกระทำของเขาเป็นเรื่องให้อภัยไม่ได้เลย และเขาพร้อมรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น “ผมรู้สึกทุเรศตัวเองตอนที่ทำ ตอนนี้ก็ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่” Diddy กล่าว “มันทำให้ผมต้องขอความช่วยเหลือ ผมต้องไปเข้ารับการบำบัด ผมร้องขอความเมตตาจากพระเจ้า ผมเสียใจจริงๆ และไม่ได้ขอให้ให้อภัยในสิ่งที่ผมทำ แต่ผมก็ให้สัญญาว่าผมจะเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน”
ก่อนหน้านี้ แร็ปเปอร์-โปรดิวเซอร์ ควบตำแหน่งนักธุรกิจค่ายเพลงวัย 54 ปฏิเสธข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายนางแบบและนักร้องสาว เคสซี เวนทูรา มาโดยตลอด หลังเวนทูราตัดสินใจออกมาฟ้องร้องกรณีนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
ซึ่งหลังจาก Diddy ออกมาขอโทษต่อการกระทำของเขาผ่านโซเชียลฯ ทนายความที่ดูแลเคสของเวนทูรากลับมองว่าการขอโทษของแร็ปเปอร์คนดังไม่ได้มีความจริงใจเลยสักนิดเดียว เหมือนเป็นการสารภาพ ‘เพื่อตัวเอง’ มากกว่าเพื่อแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจต่อเหยื่อหลายต่อหลายรายที่เขาเคยทำร้าย เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่ผู้หญิงหลายคนพร้อมใจกันกล้าเปิดปากบอกเล่าเรื่องของตัวเอง เขาเองก็ยังยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แถม Diddy ยังเคยบอกด้วยว่าผู้หญิงพวกนั้นก็แค่อยากเรียกร้องค่าเสียหายจากเขา การออกมาขอโทษของ Diddy จึงเป็นแค่การที่เขาถูกบีบคั้นจากสังคมเท่านั้น
“คำปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเขาถูกพิสูจน์แล้วจากหลักฐานว่าทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องจริง และจะไม่มีใครเชื่อคำพูดที่ไม่จริงใจพวกนั้นหรอกค่ะ” เมเรอดิธ ไฟร์ท็อก (Meredith Firetog) ทนายความผู้ดูแลเคสของอดีตแฟนสาว เคสซี เวนทูรา กล่าวในสเตทเมนต์ของเธอ
ด้านศาลรัฐลอสแอนเจลิส ก็ได้กล่าวถึงกรณีนี้ในแถลงการณ์ว่าพวกเขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่ปรากฏในคลิปกล้องวงจรปิดนั้นมันทั้งรบกวนจิตใจ และเป็นอะไรที่ยากต่อการทำใจดูได้ แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2016 พวกเขาจึงไม่สามารถเข้าจับกุม Diddy ซึ่งเป็นผู้กระทำผิดได้เนื่องจากเงื่อนไขทางข้อกฎหมายที่ว่าข้อกล่าวหานี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ผ่านมานานหลายปีแล้วแต่
“ถึงแม้ว่าในวันนี้ ด้วยเงื่อนไขของข้อกฎหมายจะไม่สามารถเอาผิดการกระทำของ Diddy ตามที่เขาได้กระทำในคลิปนั้นได้ แต่เราอยากบอกใครก็ตามที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น หรือสามารถเป็นพยานมาให้การต่อเราได้เพื่อเอาผิดเขา และสนับสนุนหน่วยงานซึ่งดูแลเหยื่ออย่าง Bureau of Victims Services” ศาลรัฐลอสแอนเจลิส กล่าว เช่นเดียวกับรีแอ็กชันของสำนักงานตำรวจลอสแอนเจลิส (LAPD) ที่หลังจากคลิปอื้อฉาวถูกเปิดเผย จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการสืบสวนกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด
Diddy และเวนทูรา คบหากันมาตั้งแต่ปี 2007 จนถึงราวปี 2018 โดยเหตุการณ์การทำร้ายร่างกายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคลิป เป็นช่วงเวลาระหว่างทั้งคู่กำลังเดินทางเพื่อไปเปิดตัวหนังรอบพรีเมียร์เรื่อง A Perfect Match ในปี 2016 ที่ลอสแอนเจลิส ตามคำให้การของเวนทูรา บอกว่าเธอถูก Diddy ทำร้ายร่างกายระหว่างพักอยู่ที่โรงแรม InterContinental และเธอมีความพยายามที่จะหลบหนีออกจากโรงแรม แต่ Diddy เกิดควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จนนำมาสู่เหตุการณ์ชุลมุน และตามมาด้วยการทำร้ายร่างกายเธอ ซึ่งครั้งนั้นเขาต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับโรงแรมไปถึง $50,000 เลยทีเดียว
ต่อมาในปี 2018 เวนทูราวัย 19 ผู้เคยเซ็นสัญญาเป็นหนึ่งในศิลปินภายใต้สังกัดของ Diddy วัย 37 ร้องเรียนว่าเธอถูกเขาข่มขืน และเป็นเวลาหลายปีที่ถูกเขาทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่อง แต่เธอกลับไม่สามารถพูดอะไรได้เลย เพราะ ‘อิทธิพล’ ของ Diddy ในอุตสาหกรรมดนตรี ณ ขณะนั้นช่างมากมายเหลือเกิน บวกกับความเข้าใจของสังคมที่มองว่าพวกเขาคือคู่รักที่ทำธุรกิจร่วมกัน นั่นยิ่งทำให้เวนทูรายิ่งปริปากบอกเรื่องที่เธอถูกทำร้ายกับใครไม่ได้ จนกระทั่งทั้งคู่แยกทางกัน ซึ่งภายหลัง เวนทูราได้เปิดเผยว่า นอกจากเขาจำทำร้ายร่างกายแล้ว เธอยังถูกเขาบังคับให้มีเซ็กซ์กับผู้ชายมากหน้าหลายตาตลอดเวลาที่ทั้งคู่คบกันอีกด้วย
ไม่ได้มีเพียงแค่กรณีของเคสซี เวนทูรา เท่านั้น เรื่องราวความฉาวของ Diddy เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เมื่อแร็ปเปอร์คนดังได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาว่าเขากระทำความผิดทางเพศต่อผู้หญิงอย่างน้อยๆ 5 เคส โดยร่วมกันข่มขืน รุมโทรม และค้าประเวณี หนึ่งในนั้นคือกรณีเมื่อปี 2003 ที่ผู้หญิงคนหนึ่งถูก ฮาร์วี ปิแอร์ (Harve Pierre) ประธานบริษัท Bad Boy Records ของ Diddy พาขึ้นเรื่องบินเจ็ตส่วนตัวจากดีทรอยต์ ไปนิวยอร์ก ที่ซึ่งทั้ง Diddy ปิแอร์ และผู้ชายนิรนามอีก 3 คนรอเธออยู่แล้ว โดยพวกเขาได้ลงมือข่มขืนเธอในขณะนั้นที่เธออายุเพียง 17 ปี
เท่านั้นไม่พอ Diddy ยังถูกตำรวจ ค้นบ้านพักส่วนตัวในไมอามี และลอสแอนเจลิส เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง เพื่อสืบสวนข้อกล่าวหาค้าประเวณี กระทำความรุนแรงในครอบครัว ฉ้อโกง รวมถึงยาเสพติดด้วย ซึ่งแน่นอนว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดถูกเจ้าตัวรวมถึงทนายความของเขาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และการสืบสวนจึงยังคงต้องดำเนินต่อไป ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายกับจำนวนหลักฐานที่ยังไม่มากพอจนยังไม่สามารถเอาผิด Diddy ได้ และนั่นทำให้เขายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ แต่ไม่แน่ว่าหลังจากนี้ ภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นในคลิปก็อาจเป็นตัวช่วยยืนยันความจริง และเป็นตัวจุดชนวนให้ใครอีกหลายคนที่เคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงของเขา กล้าลุกขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรมได้บ้างไม่มากก็น้อย
อ้างอิง
https://edition.cnn.com/2024/05/17/entertainment/sean-combs-cassie-ventura/index.html
https://www.glamourmagazine.co.uk/article/p-diddy-allegations-timeline
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ก้าวถอยหลังในปี 2024 เมื่อ ‘ธง Pride’ ถูกมองว่า ‘เป็นภัย’ จนถึงขั้นมีคนเรียกร้องให้ปลดหรือออกกฎแบน ทั้งใน UK และ USA
- Michael & Hushi แบรนด์หัวก้าวหน้าจากนิวยอร์ก ผู้อยู่เบื้องหลังเดรสวินเทจของ Bella Hadid ที่คานส์ กับความพยายามส่งเมสเสจต่อต้านสงครามและความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์
- ผู้หญิงมีรอยสักยังคงถูกตัดสิน เมื่อฮันโซฮีโดนติว่า “ดูไม่แพง” หลังเธอเลือกสวมชุดเดรสที่เผยรอยสัก ในอีเวนต์ของ Dior
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com