สายช้อปต้องรู้นำเข้าสินค้าเกิน 2 หมื่น ต้องเสียภาษี
สายช้อปต้องรู้นำเข้าสินค้าเกิน 2 หมื่น ต้องเสียภาษี
ช่วงนี้หลายคนไปเที่ยวต่างประเทศ ช้อปปิ้งสินค้ามากมาย ทั้งของที่ระลึก ของฝาก และของที่ซื้อมาใช้เอง โดยเฉพาะของแบรนด์เนมราคาสูงที่เดี๋ยวนี้นิยมกันมาก บางคนซื้อไปฝากเพื่อน บางคนเพื่อนฝากซื้อ ขากลับจึงหอบหิ้วมาหลายใบ ซึ่งของที่เราไปช้อปปิ้งมานั้น แม้ว่าจะไม่ได้นำเข้าเพื่อการค้าก็ตาม หากนำเข้ามาในประเทศ ก็ต้องทำตามกฎระเบียบในการนำของเข้าประเทศให้ถูกต้องด้วยนะคะ บทความนี้จึงอยากนำเสนอข้อมูลเรื่อง การเสียภาษีนำเข้าสินค้ามาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ
กรมศุลกากร ได้ชี้แจ้งเกี่ยวกับสิทธิของผู้โดยสารในการนำของติดตัวเข้ามาทางท่าอากาศยาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้
1. ของไม่เกิน 2 หมื่น
ผู้โดยสารจะได้รับยกเว้นอากรสำหรับของส่วนตัวเพื่อใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท แต่ถ้ามีเจตนานำเข้ามาเพื่อการค้า เช่น ปากกาด้ามละ 50 บาท แต่มีการนำเข้ามา 200 ด้าม ก็ต้องเสียภาษี
2. ประเภทของเกิน 2 หมื่นที่ต้องเสียภาษี
สำหรับเรทภาษีสินค้านำเข้าที่มีราคารวมกันเกิน 20,000 บาท เจ้าหน้าที่จะทำการประเมินราคาจากราคากลางของสินค้ากับราคาอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยอัตราภาษีอากรนำเข้า จะแตกต่างกันตามชนิดและประเภทสินค้า เช่น กระเป๋า 20% นาฬิกา 5% เครื่องสำอาง 30% เข็มขัด 30% เป็นต้น และรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
วิธีการหาอากรขาเข้า คือ
ราคาสินค้า x อัตราภาษีขาเข้า = อากรขาเข้า ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ให้นำ ราคาสินค้า + อากรขาเข้า x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = ภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อได้ตัวเลขทั้ง 2 ส่วนแล้ว จะนำมาหาค่าภาษีทั้งหมด ที่ต้องชำระ = อากรขาเข้า + ภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น
ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้แฟนราคา 60,000 บาท การจ่ายภาษีอากรต่อศุลกากรจะคิดคร่าวๆ แบบนี้ ราคาอากร คือ 60,000 x 20% = 12,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 60,000 + 12,000 x 7% = 5,040 บาทรวมเป็นภาษีอากรที่ต้องจ่าย คือ 12,000 + 5,040 = 17,040 บาท
เพราะฉะนั้น เราจะซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบนี้มาในราคารวม 60,000+17,040 = 77,040 บาท