โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้ทัน! ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a เช็กอาการ-รักษา หากช้าทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

News In Thailand

เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 06.06 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
รู้ทัน! ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a เช็กอาการ-รักษา หากช้าทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

เรียกได้ว่า ตอนนี้มีหลายคนที่ป่วยเป็นไข้ และบางคนเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ซึ่งเราจะรู้อาการได้อย่างไร วันนี้จะพาไปดูกัน

โรคไข้หวัดใหญ่( Influenza) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ มักจะมีการระบาดมากในช่วงฤดูฝน พบได้ทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กโต วัยผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ

ไข้หวัดใหญ่จะแบ่งเป็น 3 สายพันธุ์หลักคือ สายพันธุ์ A สายพันธุ์ B และ สายพันธุ์ C โดยในบทความนี้จะขอกล่าวถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ซึ่งทำให้เกิดการเจ็บป่วยและเจอภาวะแทรกซ้อนได้รุนแรงกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่น

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จะมีระยะฟักตัวประมาณ 1-3 วัน โดยเชื้อไวรัสจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก และน้ำลาย หากมีการไอ จาม รดกัน หรือไปสัมผัสถูกสารคัดหลั่งเหล่านี้ของผู้ป่วย ก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นการสวมใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ การทำความสะอาดพื้นที่ที่เป็นจุดสัมผัสเสี่ยงสูง เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะ แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะสามารถลดการแพร่กระจายเชื้อได้

อาการที่พบได้หลังติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ ไอ บางรายอาจจะมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย โดยปกติแล้วระยะการหายจากโรคจะอยู่ในช่วง 5- 7 วัน แต่บางรายก็อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หอบ เหนื่อย ปอดอักเสบ ซึ่งทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

**กลุ่มคนที่ต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการเป็นพิเศษจะเป็นคนชราที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบซึ่งมีภูมิต้านทานต่ำ หญิงตั้งครรภ์ คนอ้วนที่มีน้ำหนักตัวเกิน 100 กิโลกรัมขึ้นไป หรือคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หอบหืด ทาลัสซีเมีย เป็นต้น

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A แพทย์จะจ่ายยาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ละลายเสมหะ ผงเกลือแร่สำหรับคนที่มีอาการท้องเสีย กินได้น้อย ร่างกายอ่อนเพลีย หากมีอาการรุนแรง อาจจะพิจารณานอนโรงพยาบาลร่วมกับการรับประทานยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ((oseltamivir)

การป้องกันการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกปีที่ระบาด ดังนั้นเราจึงควรฉีดวัคซีนกระตุ้นทุกปี ปีละ 1 ครั้ง แม้นว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหลังการติดเชื้อได้

ข้อมูลจาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...