โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งค้นหา-ช่วยคนติดตามพื้นที่ต่างๆ ในฟลอริดา จากพายุมิลตัน ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

JS100

อัพเดต 11 ต.ค. 2567 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 04.02 น. • JS100:จส.100
เร่งค้นหา-ช่วยคนติดตามพื้นที่ต่างๆ ในฟลอริดา จากพายุมิลตัน ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

พื้นที่ต่างๆของรัฐฟลอริดา สหรัฐฯ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น หลังจากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากพายุมิลตัน ท่ามกลางข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดี สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ นายรอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา รายงานว่า หลังจากที่พายุพัดผ่าน ทีมกู้ภัย สามารถช่วยประชาชนอย่างน้อย 340 คนและสัตว์เลี้ยง 49 ตัว หน่วยป้องกันแห่งชาติฟลอริดา หน่วยบังคับใช้กฎหมายท้องถิ่น และทีมค้นหาและกู้ภัยในเมืองยังคงปฏิบัติงานทั่วทั้งรัฐ ขอให้ประชาชนเลี่ยงเดินทางออกมานอกบ้าน เนื่องจากจะกระทบการทำงานช่วยเหลือ นายคีธ เพียร์สัน นายอำเภอเทศมณฑลเซนต์ลูซี่ เปิดเผยว่า แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะยังไม่ทราบจำนวนคนที่ต้องการค้นหา แต่เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาตามซากปรักหักพังของบ้านที่พังเสียหาย การค้นหายากลำบาก รายงานการให้ความช่วยเหลือ เช่น ที่เมืองแทมปา กลุ่มไม่แสวงหากำไร ช่วยเด็กน้อยวัย 2 ขวบ พร้อมพ่อและแม่ ออกจากบ้านทางหน้าต่างได้อย่างปลอดดัย นายอำเภอแชด โครนิสเตอร์ จากสำนักงานนายอำเภอฮิลส์โบโรห์เคาน์ตี้และหน่วยนาวิกโยธิน สามารถช่วยเหลือเด็กชายวัย 14 ปีที่ติดอยู่ในน้ำท่วมจากพายุเฮอริเคนมิลตันได้อย่างปลอดภัย ภาพวิดีโอ แสดงให้เห็นทีมกู้ภัย ใช้เรือ เข้าไปช่วยเหลือเด็กชายคนดังกล่าว ที่ลอยอยู่บนเศษซากความเสียหายในน้ำท่วม ประชาชนมากกว่า 500 คนได้รับการช่วยเหลือจากอาคารอพาร์ตเมนต์ในเขตห้ามอพยพ ในเคลียร์วอเตอร์ เนื่องจาก ฝนตกหนัก น้ำท่วมสูง คนกลุ่มนี้ไม่คาดคิดว่า ระดับน้ำท่วมจะสูงมากขึ้น แต่ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักและรวดเร็วมาก จนทำให้น้ำท่วมอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ส่วนยอดผู้เสียชีวิต CNN รายงานว่า จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ พบว่า ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 13 ราย ประกอบด้วยที่เขตเซนต์ลูซี่ 6 ราย โวลูเซียเคาน์ตี้ 4 ราย เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 2 ราย และ ซิตรัสเคาน์ตี้ 1 ราย เรือบรรทุกน้ำมัน หลายล้านแกลลอนมุ่งหน้าไปช่วยรัฐฟลอริดา ด้าน FEMA แนะแยกขอรับความช่วยเหลือจากพายุสองลูก ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุมิลตัน เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ อย่างน้อย 7 ลำ กำลังมุ่งหน้าไปที่รัฐฟลอริดาตอนใต้ ภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า เรือแต่ละลำจะบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 10 ล้านแกลลอน ส่วนใหญ่น่าจะเป็นน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลบ้างเล็กน้อย ช่วยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐฟลอริดา เติมน้ำมันให้สถานีบริการที่น้ำมันหมด เรือบรรทุกน้ำมัน กำลังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกไปยังท่าเรือแทมปาและท่าเรือเอเวอร์เกลดส์ ซึ่งส่งน้ำมันไปยังพื้นที่ไมอามี มีกำหนดเดินทางมาถึงตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี(10 ต.ค.67)ถึงเช้าวันเสาร์(12 ต.ค.67) หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ประกาศว่าท่าเรือเอเวอร์เกลดส์สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งและดำเนินงานได้อย่างเต็มรูปแบบ ความรุนแรงของพายุมิลตัน ทำให้ประชาชนในฟลอริดามากกว่า 2.9 ล้านราย ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ลดลงจากกว่า 3.3 ล้านราย ส่วนมาก ไฟฟ้าดับในเขตต่างๆ ตามแนวชายฝั่งอ่าวฟลอริดา ในเคาน์ตี้ฮิลส์โบโร ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองแทมปา ประชาชนมากกว่า 507,000 รายที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ คิดเป็นร้อยละ 71.6 ของไฟฟ้าทั้งหมดในเคาน์ตี้ และในเขตพินเนลลาสที่อยู่ติดกัน ซึ่งรวมถึงเมืองเคลียร์วอเตอร์และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีลูกค้ามากกว่า 404,000 รายที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ คิดเป็นร้อยละ 71.2 ของไฟฟ้าทั้งหมดในเคาน์ตี้ ในพื้นที่ เคาน์ตี้ไฮแลนด์ส มีประชาชนที่ไม่ได้รับบริการสูงที่สุด ราว 93% ดีแอนน์ คริสเวลล์ ผู้ดูแลสำนักงานบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินระดับสหพันธ์ (FEMA) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี(10 ต.ค.67) ว่ารัฐฟลอริดาเจอทั้งพายุเฮลีน และ พายุมิลตัน ประชาชนที่เดือดร้อนและได้รับความเสียหาย จะต้องยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือด้านพายุเฮอริเคนแยกกันสำหรับพายุแต่ละลูกที่ได้รับผลกระทบ และขอให้ระบุให้ชัดเจนที่สุด เนื่องจากมีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือที่แตกต่างกัน เนื่องจาก ได้รับความเสียหายสองเท่า และเมื่อยื่นคำร้องแล้ว เจ้าหน้าที่ FEMA ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้อยู่อาศัย #พายุมิลตัน #ฟลอริดา #สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...