โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หัวหน้าทีมกลยุทธ์ ‘ไทยวา’ คาดอีก 3-5 ปี ‘สายงานยั่งยืน’ เติบโตแน่ ต้องรีบปรับตัวให้ทัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 ก.ย 2567 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2567 เวลา 09.27 น.

หัวหน้าทีมกลยุทธ์ ‘ไทยวา’ คาดอีก 3-5 ปี สายงาน ‘ยั่งยืน’ เติบโตแน่ แนะปรับตัวตามทัน ‘ข้อบังคับโลก’

เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 5 องค์กรธุรกิจต้นแบบด้านความยั่งยืนระดับโลก ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), เอสซีจี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมทั้งเครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) และพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ร่วมจัดงานSustainability Expo 2024 (SX 2024) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวลา 10.00 น. พบว่าประชาชนหลากหลายช่วงวัยทั้งนักเรียน นักศึกษาจากหลากหลายสถาบัน พนักงานองค์กรของรัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ทยอยหลั่งไหลเข้ามากันภายในงานอย่างล้นหลาม เพื่อเข้าชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรมต่างที่อัดแน่นภายในงาน

ต่อมาเวลา 13.30 น. เข้าสู่กิจกรรม SX Talk Stage ในหัวข้อ“เรื่องราวของคนตัวเล็ก สู่อาชีพตลาดความยั่งยืนในตลาดทุนไทย” นำโดย นายนิราวัฒน์ นารอด นักวิเคราะห์กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล, น.ส.สสินี ปานสายลม หัวหน้าหน่วยความยั่งยืน ฝ่ายกลยุทธ์ ความยั่งยืน นวัตกรรม บมจ.ไทยวา และนายชนฉัตร ตันตระกูล บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิช และนายศุภกร เอกชัยไพบูลย์ รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาบริการด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ

น.ส.สสินี หัวหน้าหน่วยความยั่งยืน ฝ่ายกลยุทธ์ ความยั่งยืน นวัตกรรม บมจ.ไทยวา กล่าวว่า ตนเริ่มจากความชอบตั้งแต่เด็ก สมัยมัธยมก็เป็นคนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว และตัดสินใจเรียนวิทยาศาสตร์เคมี พอเรียบจบมาก็ทำงานในบริษัทเครื่องสำอางแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเนื้องานยังไม่ได้มีความยั่งยืนหรือสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัวเรารู้จัก ‘ความยั่งยืน’

“เราได้ยินประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม และข้อกังวล ที่บริษัทและธุรกิจควรมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อันนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราหันมาสนใจสิ่งแวดล้อม เรื่องความยั่งยืนมากขึ้น เรารู้สึกว่ายังมีความสนใจในด้านนี้อยู่ เลยตัดสินใจเรียนต่อด้าน Bioeconomy (เศรษฐกิจชีวภาพ) ซึ่งจะเป็นด้านหนึ่งของ Sustainability แม้จะไม่ได้เป็นความยั่งยืนแบบเต็มตัว แต่มันทำให้เราเห็นภาพกว้างขึ้น ไม่ได้มองแค่สิ่งแวดล้อมแล้ว แต่การทำธุรกิจต้องมองให้เห็นผลกระทบจากสิ่งหนึ่งไปถึงอีกสิ่งหนึ่ง” น.ส.สสินีเผย

เมื่อถามว่าหลังจากทำงานด้านความยั่งยืนมาแล้ว คิดว่าต้องมีทักษะสำคัญอะไรในการทำอาชีพนี้?

น.ส.สสินีกล่าวว่า ตนขอแบ่งทักษะสำคัญออกเป็น 2 อย่าง คือ 1. ฮาร์ดสกิล (Hard skills) คือ ความรู้ในหลักการในการทำงาน ซึ่งตอนนี้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs) มีมาตรฐานในการทำงานและรีพอร์ตมากมายที่เราต้องมีความรู้ในเรื่องนี้ ส่วนอีกทักษะ คือ ซอฟต์สกิล (Soft Skills) คือ การสื่อสารและทำงานร่วมกัน เพราะงานความยั่งยืนไม่สามารถด้วยตัวคนเดียว หรือ ไม่สามารถทำด้วยทีมความยั่งยืนอย่างเดียวได้ มันก็ต้องมีความร่วมมือจากคนอื่น ทั้งผู้มีส่วนได้เสียภายในและภายนอกที่ต้องสื่อสารกัน

“เช่น ไทยวา เราเป็นอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เราก็จะได้คุยกับเกษตรกรค่อนข้างเยอะ เราก็จะมีทีมฟาร์มที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรมากที่สุดโดยที่ทีมความยั่งยืนก็ต้องสื่อสารกันกับทีมฟาร์มแล้วว่า เรามองเห็นภาพอะไร ความยั่งยืนคืออะไร แต่เราก็ต้องรับฟังเขาด้วยว่าฝั่งฟาร์มของมองเห็นอะไร แล้วการที่จะส่งต่อแรงกระเพื่อมไปถึงเกษตรกรได้ เราต้องทำอย่างไร มันจึงเป็นเรื่องที่เราต้องสื่อสารกัน และหาทางออกให้ดีที่สุด” น.ส.สสินีชี้

เมื่อถามว่า คนทำงานด้านนี้ค่าตอบแทนน้อยและไม่สามารถเติบโตในสายงานได้?

น.ส.สสินีกล่าวว่า เรื่องค่าตอบแทนมันอยู่ที่ประสบการณ์ในการทำงานและความรู้ความสามารถ ซึ่งเรื่องทักษะมันก็เป็นหนึ่งที่บริษัทจะเอามาพิจารณาในการให้ค่าตอบแทนให้กับพนักงาน ส่วนถ้าเป็นเรื่องการเติบโตในสายอาชีพ (Career path) ค่อนข้างมันใจว่ามันเติบโตได้ในสายงานนี้แน่นอน

“มาตรฐานอะไรมันเปลี่ยนไปตลอด มันมีอะไรมาเพิ่มตลอด มันเริ่มมีแรงกดดันจากลูกค้าแล้วว่า เรามีไหม ทำไมเราถึงไม่ทำ เราวางแผนที่จะทำเมื่อไหร่ ถึงแม้บริษัทที่ยังไม่ทำ เขาก็จะต้องเริ่มคิดแล้วว่าเขาจะทำเรื่องนี้ได้อย่างไร พอเขาเริ่มจะทำแล้ว เขาก็จะต้องหาทรัพยากรแล้วที่สามารถช่วยเขาผลักดันเรื่องนี้ได้

เราว่าทุกคนสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวทักษะนี้ได้ สมมุติว่าคนที่ไม่ได้ทำงานในด้านนี้เลย รอบตัวเรามีข่าวอะไรบางอย่าง เช่น ข่าวภัยพิบัติ เขาก็จะเริ่มเชื่อมโยงแล้วว่ามันเกี่ยวกับความยั่งยืนอย่างไร ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างไร เราอาจจะต้องเริ่มคิดวิเคราะห์จากข่าวและเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น แล้วนำมาปรับใช้กับงานในปัจจุบันของเรา” น.ส.สสินีเผย

เมื่อถามว่า ตอนแรกเริ่มเข้าสู่สายงานความยั่งยืนมองว่าขอบข่ายเนื้องานทำเกี่ยวกับอะไร?

น.ส.สสินีกล่าวว่า ตอนแรกที่เริ่มเข้ามาทำงาน เราเข้าใจว่างานนี้มันเป็นงานซัพพอร์ตฝ่ายงานหลักอื่นๆ เน้นเรื่องการทำรายงาน เหมือนเป็นการรายงานสิ่งที่ทำไปแล้ว หรือ ทำรายงานย้อนหลัง ซึ่งช่วงเริ่มแรกที่เข้ามาทำเรื่องนี้ก็เป็นการเรียนรู้จากการทำรีพอร์ต

“เวลาที่เราทำงานกับบริษัทชั้นนำเล่น GRI (Global Reporting Initiative) หรือ บริษัทชั้นนำหลายที่เขาใช้รีพอร์ตนี้ แสดงว่ามันมีอะไรสำคัญ เพราะมันมีตัวชี้วัด หัวข้อมากมายที่สามารถเอามาเปิดเผยได้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเรียนรู้จากมาตรฐานนี้ เช่น อุตสาหกรรมสายงานของเราเขาสนใจเรื่องอะไรกัน เขาสนใจเรื่องความยั่งยืนข้อไหน แล้วในนั้นก็มีหัวข้อย่อยลงไปอีกเยอะมากที่เราสามารถให้ความสำคัญ และเอาไปพัฒนาได้

รวมถึง GRI มีความละเอียดมาก จนแทบจะสามารถเอาไปบูรณาการกับกลยุทธ์ หรือ ธุรกิจแต่ละส่วนได้ ซึ่งมันมีความสำคัญตรงที่ว่าเราสามารถเอามันไปบูรณาการกับทั้งองค์กร อย่างไรได้บ้าง” น.ส.สสินีระบุ

เมื่อถามว่าอีก 3-5 ปีข้างหน้า ตำแหน่งงานความยั่งยืน จะยังเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่ไหม?

น.ส.สสินีกล่าวว่า คิดว่ายังเป็นอยู่ เห็นจากงานที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ เชื่อว่าจะต้องการคนมาช่วยทำงานงานมากขึ้น หรือ ถ้าตอบแบบจริงจังคือตอนนี้มีมาตรฐานและข้อกำหนดต่างประเทศมากขึ้น อย่างของไทยก็เริ่มมีข้อบังคับให้บริษัทให้ประเทศเริ่มปรับตัว ซึ่งการที่บริษัทจะปรับตัวได้ เขาก็ต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้และพร้อมที่จะปรับตัว

“บางองค์เขาอาจจะไม่ได้จ้าง Sustainability officer แต่เขาอาจจะมอบหมายให้คนหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุด บางทีอาจจะเป็นคนจากชุมชน หน่วยงานสิ่งแวดล้อม หน่วยงานวิศกร อยากให้ช่วยหาข้อมูลด้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และคนในองค์กรก็จะสามารถปรับตัวได้ หาองค์ความรู้ อัพเดตกฎหมายต่างๆ เชื่อว่าจะมีผู้หยิบยื่นช่วยเหลือเราแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นทักษะหรือสกิลในเรื่องนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของทุกคน เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทั้งหมดได้ด้วยแค่ตัวเองอยู่แล้ว” น.ส.สสินีระบุ

เมื่อถามว่า ในอนาคตสายงานนี้จะมีความสำคัญมากขึ้นหรือไม่?

น.ส.สสินีกล่าวว่า ตอนนี้สายงานนี้เป็นที่ต้องการของตลาด ไทยอาจจะยังไม่มีการเรียนอย่างตรงสาย แต่ทุกสายงานหรือสายงานที่ใกล้เคียง ถ้าเราลองหาความรู้ อ่านมาตรฐานความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องแนะนำของ SET Academy ดีมาก และ UN SDGs เขาจะมีเว็บเพื่อการศึกษาเรื่องความยั่งยืนว่า เรามองเรื่องอะไรได้อย่างไรบ้าง

“เราอาจจะลองหาบทความอ่าน หรือ ข่าวสายสิ่งแวดล้อมที่มีมากขึ้น ซึ่งเขาเขียนวิเคราะห์สิ่งนี้ได้ดี เราอาจจะลองอ่านแล้วคิดวิเคราะห์ตามว่า ถ้าเป็นเราจะคิดแบบนี้ไหม ทำไมเขาถึงคิดอย่างนี้ จุดเชื่อมโยงของสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลมันเกี่ยวกันอย่างไร ถ้าเป็นสายอาชีพของเรา จะหยิบเรื่องนี้มาปรับใช้ได้อย่างไรได้บ้าง คนที่อยากจะเข้ามาในสายงานนี้ อาจจะเริ่มต้นที่ตรงนี้ก่อน” น.ส.สสินีทิ้งท้าย

สำหรับงาน Sustainability Expo (SX2024) สามารถเข้าร่วมได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน – 6 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และ Line OA @sxofficial

อ่านข่าว : เตรียมเจอพี่เลี้ยง ‘หมูเด้ง’! ไฮไลต์จัดเต็ม ‘SX2024’ วันที่2 – ฟรีคอนเสิร์ตฟื้น ร.ร.น้ำท่วม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หัวหน้าทีมกลยุทธ์ ‘ไทยวา’ คาดอีก 3-5 ปี ‘สายงานยั่งยืน’ เติบโตแน่ ต้องรีบปรับตัวให้ทัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...