ชวนรู้จัก Microburst, Heat burst, Cloudburst และ Rain bomb ให้ชัดเจน
ช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึงคำว่า rain bomb บ่อยครั้งผ่านสื่อต่างๆ อย่างไรก็ดี ผมพบว่าความหมายของคำนี้มีทั้งที่ถูกต้องและคลาดเคลื่อนไปจากความหมายที่ใช้ในทางอุตุนิยมวิทยา
ผมจึงขอถือโอกาสขยายความประเด็นนี้ให้ชัดเจน ทั้งนี้ ขอใช้รูปแบบถามตอบเพื่อให้ประเด็นคมชัด และไล่เรียงคำสำคัญที่จำเป็นต้องรู้จักไว้ ดังนี้ครับ
1) ‘อัพดราฟต์’ และ ‘ดาวน์ดราฟต์’ คืออะไร?
ตอบ : ระยะต่างๆ ของพายุฝนฟ้าคะนองแสดงไว้ในภาพที่ 1
ภาพที่ 1 ซ้ายสุด ระยะเมฆคิวมูลัสแบบก่อตัวสูงคล้ายหอคอย (Towering Cumulus Stage) แสดงเมฆก้อนคิวมูลัสซึ่งกำลังก่อตัวสูงขึ้นในแนวดิ่ง (เรียกว่า towering cumulus หรือ cumulus congestus)
ลูกศรชี้ขึ้นแสดงอัพดราฟต์ (updraft) ซึ่งเป็นกระแสอากาศอุ่นและชื้นซึ่งไหลขึ้น เมื่อไอน้ำในกระแสอัพดราฟต์นี้เคลื่อนที่ขึ้นสูงขึ้นและมีอุณหภูมิลดลง ก็จะกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำขนาดเล็กจิ๋วจำนวนมาก ซึ่งก็คือเมฆนั่นเอง
ภาพที่ 1 ตรงกลาง ระยะเติบโตเต็มที่ (Mature Stage) แสดงเมฆฝนฟ้าคะนอง (thundercloud หรือ cumulonimbus) ช่วงนี้รุนแรงที่สุด มีลักษณะเด่นคือฝนตกหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และบางครั้งก็มีลูกเห็บ ยังมีอัพดราฟต์อยู่ และขณะเดียวกับเกิดดาวน์ดราฟต์ (downdraft) ซึ่งเป็นกระแสอากาศเย็นไหลลง
ตามปกติแล้ว กระแสอากาศในดาวน์ดราฟต์พุ่งลงเร็วในช่วง 5-40 เมตรต่อวินาที หรือ 18-144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาพที่ 1 ขวาสุด ระยะสลายตัว (Dissipating Stage) อัพดราฟต์อ่อนกำลังลงมาก เหลือดาวน์ดราฟต์เป็นหลัก
2) ‘ดาวน์เบิร์สต์’ คืออะไร?
ตอบ : หากดาวน์ดราฟต์พุ่งลงอย่างรวดเร็วมากและสร้างความเสียหายต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่ที่พื้นผิวโลก หรือใกล้พื้นผิวโลก จะเรียกว่า ดาวน์เบิร์สต์ (downburst)
เกณฑ์ที่ใช้ในการระบุดาวน์เบิร์สต์มีตายตัว แต่เกณฑ์หนึ่งคือ ดาวน์เบิร์สต์มีอัตราเร็วอย่างต่ำราว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
หากใช้เกณฑ์ปริมาณหยาดน้ำฟ้า ดาวน์เบิร์สต์อาจแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ ดาวน์เบิร์สต์แบบแห้ง (dry downburst) ซึ่งมีหยาดน้ำฟ้าตกลงมาน้อยหรือไม่มี กับดาวเบิร์สต์แบบเปียก (wet downburst) ซึ่งมีหยาดน้ำฟ้าตกลงมาด้วยในปริมาณมาก
หากใช้เกณฑ์ขนาด ดาวน์เบิร์สต์อาจแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ แม็กโครเบิร์สต์ (macroburst) ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางในช่วง 4-10 กิโลเมตร กับไมโครเบิร์สต์ (microburst) ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางต่ำกว่า 4 กิโลเมตร
3) ‘แม็กโครเบิร์สต์’ กับ ‘ไมโครเบิร์สต์’ มีแง่มุมแตกต่างที่สำคัญอย่างไร?
ตอบ : แม็กโครเบิร์สต์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าไมโครเบิร์สต์ แต่โดยส่วนใหญ่มีกำลังแรงน้อยกว่าไมโครเบิร์สต์ แต่ถึงกระนั้นก็สามารถทำให้เกิดลมที่ผิวพื้นเร็วถึง 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมอาจพัดได้นานถึง 5-20 นาที หากลมแรงระดับนี้ก็จะเทียบระดับความเสียหายพอๆ กับทอร์นาโดระดับสเกล EF-3
ไมโครเบิร์สต์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าแม็กโครเบิร์สต์ แต่สามารถทำให้เกิดลมที่ผิวพื้นเร็วถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (แรงกว่าแม็กโครเบิร์สต์) แต่ลมอาจพัดได้นานราว 2-5 นาที (สั้นกว่าแม็กโครเบิร์สต์)
ข้อมูลที่ให้ไว้ อ้างอิงมาจาก https://www.noaa.gov/jetstream/wind_damage
4) ‘เรนบอลล์ (rain ball)’ คืออะไร?
ตอบ : เว็บ National Weather Service ของ NOAA ที่https://www.weather.gov/spotterguide/downbursts ระบุว่า ดาวน์เบิร์สต์แบบเปียกซึ่งมีลักษณะเหมือนลูกกลมๆ ที่กำลังตกลงมาอย่างรวดเร็ว เรียกว่า เรนบอลล์ (Rain Ball) ฝนลูกกลมๆ นี้ดูทึบแสงและใต้ลูกกลมๆ มีลักษณะโปร่งแสงบางส่วน ดูภาพที่ 2
5) ‘เรนบอมบ์ (rain bomb)’ คืออะไร?
ตอบ : เว็บของ GZA และ GKTODAY ระบุว่า เรนบอมบ์ (rain bomb) คือ ไมโครเบิร์สต์แบบเปียก (wet microburst) ตามข้อมูลดังนี้
เว็บของ GZA ที่ https://www.gza.com/insights/sheltering-storm-rain-bombs-and-developing-mitigation-approaches ระบุว่า “A rain bomb is usually associated with the weather phenomenon known more properly as a ‘wet microburst.'”
ในทำนองเดียวกัน เว็บของ GKTODAY ที่ https://www.gktoday.in/rain-bomb-phenomenon/ ระบุว่า “Rain bombs are also known as Wet Microbursts.”
6) ‘ฮีตเบิร์สต์ (heat burst)’ คืออะไร?
ตอบ : ดาวน์เบิร์สต์แบบแห้งยังเป็นสาเหตุของปรากฏการณ์ฝนฟ้าอากาศที่หายากที่เรียกว่า “ฮีตเบิร์สต์ (Heat Bursts)”
ฮีตเบิร์สต์มักเกิดขึ้นในเวลากลางคืนและเกี่ยวข้องกับพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังสลายตัว ฮีตเบิร์สต์มีลักษณะเด่นคือ ลมกระโชกแรงและบางครั้งก็ก่อความเสียหาย รวมถึงอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และจุดน้ำค้างที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
กระบวนการเกิดฮีตเบิร์สต์เริ่มต้นขึ้นในบรรยากาศระดับสูงมากกว่าดาวน์เบิร์สต์แบบอื่น ก้อนอากาศเย็นที่ระดับสูงก่อตัวขึ้นระหว่างกระบวนการระเหยเช่นเดียวกับดาวน์เบิร์สต์อื่นๆ แต่หยดน้ำตกไม่ถึงพื้นเนื่องจากระเหยหมดไปก่อน ส่วนอากาศเย็นโดยรอบซึ่งหนาแน่นจะถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงมา แต่เนื่องจากไม่มีหยดน้ำฝนคอยดูดซับความร้อน อากาศจึงอุ่นขึ้นเนื่องจากถูกบีบอัด
อากาศจะค่อนข้างร้อนและแห้งมาก อุณหภูมิโดยทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 6 ถึง 12 องศาเซลเซียส ภายในไม่กี่นาที (และเคยมีสถิติว่าอุณหภูมิเพิ่งขึ้นสูงถึงกว่า 49 องศาเซลเซียส) และระดับอุณหภูมิยังคงตัวนานหลายชั่วโมงก่อนกลับสู่ปกติ ครั้งหนึ่งเคยเกิดฮีตเบิร์สต์ทีเมืองวิชิตา (Wichita) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ.2011
7) ‘ชาวเวอร์ (shower)’ คืออะไร?
ตอบ : ชาวเวอร์ (shower) ในวิชาอุตุนิยมวิทยา หมายถึง หยาดน้ำฟ้าในรูปของเหลวหรือของแข็งที่มาจากเมฆที่เกิดจากการพาความร้อน (convective clouds) อันได้แก่ คิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) และคิวมูลัส คอนเจสตัส (Cumulus congestus)
เอกสารอ้างอิงขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ได้แก่ International Cloud Atlas Volume I (Revised edition 1975) Manual on the Observation of Clouds and other Meteors อธิบายชาวเวอร์ไว้ในหน้า 4 ไว้ว่า “ชาวเวอร์มีลักษณะเด่นคือ เกิดขึ้นกับหยุดลงอย่างฉับพลัน และโดยทั่วไปความแรงของการที่หยาดน้ำฟ้าตกลงมามักเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และบางครั้งอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง โดยทั่วไป ขนาดของหยดน้ำและน้ำในสภาพของแข็งที่ตกลงมาจากชาวเวอร์จะมีขนาดใหญ่กว่าหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาในรูปแบบที่ไม่ใช่ชาวเวอร์”
น่ารู้ด้วยว่า หากชาวเวอร์เป็นฝน (rain) ก็จะเรียกว่า “rain shower” ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาบัญญัติให้เรียกว่า “ฝนซู่”
ชาวเวอร์ไม่ได้เกิดจากเมฆที่มีลักษณะเป็นแผ่น (stratiform clouds) อันได้แก่ นิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) และสเตรตัส (Stratus)
8) ‘ชาวเวอร์’ มีระดับความรุนแรงอย่างไรบ้าง?
ตอบ : ในรายงานแบบไซนอปติก (synoptic reports) มีการจัดแบ่งประเภทของชาวเวอร์ตามอัตราปริมาณของหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมา ดังนี้ (สเกลขนาดไซนอปติกคือระดับหลายพันกิโลเมตร)
เล็กน้อย (slight) : 0-2 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง
ปานกลาง (moderate) : 2-10 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง
หนัก (heavy) : 10-50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง
รุนแรง (violent) : เกินกว่า 50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง
9) ‘คลาวด์เบิร์สต์ (cloudburst)’ คืออะไร?
ตอบ : หนังสือ Oxford Dictionary of Weather พิมพ์ครั้งที่ 2 (ค.ศ.2008) เขียนโดย Storm Dunlop หน้า 57 ระบุว่า
คลาวด์เบิร์สต์ คำที่นิยมใช้เรียก ชาวเวอร์ (shower) ที่ตกหนักอย่างมาก ซึ่งอาจมีลูกเห็บหรือฟ้าผ่าร่วมด้วย และมีอัตราการตกของฝนในปริมาณสูงในช่วงเวลาสั้นๆ
อาจมีคำถามว่า หยาดน้ำฟ้าในคลาวด์เบิร์สต์ต้องตกหนักแค่ไหน?
บทความ What is a cloudburst? ที่ https://in.rediff.com/news/2005/aug/01gi1.htm ให้ตัวเลขว่าปริมาณน้ำฝนในคลาวด์เบิร์สต์ต้องมีต้องมีอัตราไม่ต่ำกว่า 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง น่าสังเกตว่าตัวเลขนี้ก็สอดคล้องกับกรณีชาวเวอร์แบบรุนแรง (violent) ซึ่งระบุว่าหยาดน้ำฟ้าต้องตกลงมาเกินกว่า 50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง
10) ‘เรนชาฟต์’ และ ‘เรนฟุต’ คืออะไร?
ตอบ : หากสายฝนที่ตกลงมามีลักษณะเป็นลำในแนวดิ่งโดยประมาณเมื่อมองจากระยะไกล จะเรียกว่า เรนชาฟต์ (rain shaft) โดยเมื่อตกถึงพื้นแล้วจะกระจายออกไปในแนวระดับ ส่วนที่ดูแผ่ออกในแนวระดับนี้ เรียกว่า เรนฟุต (rain foot) ดูภาพที่ 3
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชวนรู้จัก Microburst, Heat burst, Cloudburst และ Rain bomb ให้ชัดเจน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com