โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จัก Microburst, Heat burst, Cloudburst และ Rain bomb ให้ชัดเจน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 16 ต.ค. 2567 เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 02.08 น.

ช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึงคำว่า rain bomb บ่อยครั้งผ่านสื่อต่างๆ อย่างไรก็ดี ผมพบว่าความหมายของคำนี้มีทั้งที่ถูกต้องและคลาดเคลื่อนไปจากความหมายที่ใช้ในทางอุตุนิยมวิทยา

ผมจึงขอถือโอกาสขยายความประเด็นนี้ให้ชัดเจน ทั้งนี้ ขอใช้รูปแบบถามตอบเพื่อให้ประเด็นคมชัด และไล่เรียงคำสำคัญที่จำเป็นต้องรู้จักไว้ ดังนี้ครับ

1) ‘อัพดราฟต์’ และ ‘ดาวน์ดราฟต์’ คืออะไร?

ตอบ : ระยะต่างๆ ของพายุฝนฟ้าคะนองแสดงไว้ในภาพที่ 1

ภาพที่ 1 ซ้ายสุด ระยะเมฆคิวมูลัสแบบก่อตัวสูงคล้ายหอคอย (Towering Cumulus Stage) แสดงเมฆก้อนคิวมูลัสซึ่งกำลังก่อตัวสูงขึ้นในแนวดิ่ง (เรียกว่า towering cumulus หรือ cumulus congestus)

ลูกศรชี้ขึ้นแสดงอัพดราฟต์ (updraft) ซึ่งเป็นกระแสอากาศอุ่นและชื้นซึ่งไหลขึ้น เมื่อไอน้ำในกระแสอัพดราฟต์นี้เคลื่อนที่ขึ้นสูงขึ้นและมีอุณหภูมิลดลง ก็จะกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำขนาดเล็กจิ๋วจำนวนมาก ซึ่งก็คือเมฆนั่นเอง

ภาพที่ 1 ตรงกลาง ระยะเติบโตเต็มที่ (Mature Stage) แสดงเมฆฝนฟ้าคะนอง (thundercloud หรือ cumulonimbus) ช่วงนี้รุนแรงที่สุด มีลักษณะเด่นคือฝนตกหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และบางครั้งก็มีลูกเห็บ ยังมีอัพดราฟต์อยู่ และขณะเดียวกับเกิดดาวน์ดราฟต์ (downdraft) ซึ่งเป็นกระแสอากาศเย็นไหลลง

ตามปกติแล้ว กระแสอากาศในดาวน์ดราฟต์พุ่งลงเร็วในช่วง 5-40 เมตรต่อวินาที หรือ 18-144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาพที่ 1 ขวาสุด ระยะสลายตัว (Dissipating Stage) อัพดราฟต์อ่อนกำลังลงมาก เหลือดาวน์ดราฟต์เป็นหลัก

2) ‘ดาวน์เบิร์สต์’ คืออะไร?

ตอบ : หากดาวน์ดราฟต์พุ่งลงอย่างรวดเร็วมากและสร้างความเสียหายต่อสิ่งต่างๆ ที่อยู่ที่พื้นผิวโลก หรือใกล้พื้นผิวโลก จะเรียกว่า ดาวน์เบิร์สต์ (downburst)

เกณฑ์ที่ใช้ในการระบุดาวน์เบิร์สต์มีตายตัว แต่เกณฑ์หนึ่งคือ ดาวน์เบิร์สต์มีอัตราเร็วอย่างต่ำราว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หากใช้เกณฑ์ปริมาณหยาดน้ำฟ้า ดาวน์เบิร์สต์อาจแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ ดาวน์เบิร์สต์แบบแห้ง (dry downburst) ซึ่งมีหยาดน้ำฟ้าตกลงมาน้อยหรือไม่มี กับดาวเบิร์สต์แบบเปียก (wet downburst) ซึ่งมีหยาดน้ำฟ้าตกลงมาด้วยในปริมาณมาก

หากใช้เกณฑ์ขนาด ดาวน์เบิร์สต์อาจแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ แม็กโครเบิร์สต์ (macroburst) ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางในช่วง 4-10 กิโลเมตร กับไมโครเบิร์สต์ (microburst) ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางต่ำกว่า 4 กิโลเมตร

3) ‘แม็กโครเบิร์สต์’ กับ ‘ไมโครเบิร์สต์’ มีแง่มุมแตกต่างที่สำคัญอย่างไร?

ตอบ : แม็กโครเบิร์สต์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าไมโครเบิร์สต์ แต่โดยส่วนใหญ่มีกำลังแรงน้อยกว่าไมโครเบิร์สต์ แต่ถึงกระนั้นก็สามารถทำให้เกิดลมที่ผิวพื้นเร็วถึง 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมอาจพัดได้นานถึง 5-20 นาที หากลมแรงระดับนี้ก็จะเทียบระดับความเสียหายพอๆ กับทอร์นาโดระดับสเกล EF-3

ไมโครเบิร์สต์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าแม็กโครเบิร์สต์ แต่สามารถทำให้เกิดลมที่ผิวพื้นเร็วถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (แรงกว่าแม็กโครเบิร์สต์) แต่ลมอาจพัดได้นานราว 2-5 นาที (สั้นกว่าแม็กโครเบิร์สต์)

ข้อมูลที่ให้ไว้ อ้างอิงมาจาก https://www.noaa.gov/jetstream/wind_damage

4) ‘เรนบอลล์ (rain ball)’ คืออะไร?

ตอบ : เว็บ National Weather Service ของ NOAA ที่https://www.weather.gov/spotterguide/downbursts ระบุว่า ดาวน์เบิร์สต์แบบเปียกซึ่งมีลักษณะเหมือนลูกกลมๆ ที่กำลังตกลงมาอย่างรวดเร็ว เรียกว่า เรนบอลล์ (Rain Ball) ฝนลูกกลมๆ นี้ดูทึบแสงและใต้ลูกกลมๆ มีลักษณะโปร่งแสงบางส่วน ดูภาพที่ 2

5) ‘เรนบอมบ์ (rain bomb)’ คืออะไร?

ตอบ : เว็บของ GZA และ GKTODAY ระบุว่า เรนบอมบ์ (rain bomb) คือ ไมโครเบิร์สต์แบบเปียก (wet microburst) ตามข้อมูลดังนี้

เว็บของ GZA ที่ https://www.gza.com/insights/sheltering-storm-rain-bombs-and-developing-mitigation-approaches ระบุว่า “A rain bomb is usually associated with the weather phenomenon known more properly as a ‘wet microburst.'”

ในทำนองเดียวกัน เว็บของ GKTODAY ที่ https://www.gktoday.in/rain-bomb-phenomenon/ ระบุว่า “Rain bombs are also known as Wet Microbursts.”

6) ‘ฮีตเบิร์สต์ (heat burst)’ คืออะไร?

ตอบ : ดาวน์เบิร์สต์แบบแห้งยังเป็นสาเหตุของปรากฏการณ์ฝนฟ้าอากาศที่หายากที่เรียกว่า “ฮีตเบิร์สต์ (Heat Bursts)”

ฮีตเบิร์สต์มักเกิดขึ้นในเวลากลางคืนและเกี่ยวข้องกับพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังสลายตัว ฮีตเบิร์สต์มีลักษณะเด่นคือ ลมกระโชกแรงและบางครั้งก็ก่อความเสียหาย รวมถึงอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และจุดน้ำค้างที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

กระบวนการเกิดฮีตเบิร์สต์เริ่มต้นขึ้นในบรรยากาศระดับสูงมากกว่าดาวน์เบิร์สต์แบบอื่น ก้อนอากาศเย็นที่ระดับสูงก่อตัวขึ้นระหว่างกระบวนการระเหยเช่นเดียวกับดาวน์เบิร์สต์อื่นๆ แต่หยดน้ำตกไม่ถึงพื้นเนื่องจากระเหยหมดไปก่อน ส่วนอากาศเย็นโดยรอบซึ่งหนาแน่นจะถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงมา แต่เนื่องจากไม่มีหยดน้ำฝนคอยดูดซับความร้อน อากาศจึงอุ่นขึ้นเนื่องจากถูกบีบอัด

อากาศจะค่อนข้างร้อนและแห้งมาก อุณหภูมิโดยทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 6 ถึง 12 องศาเซลเซียส ภายในไม่กี่นาที (และเคยมีสถิติว่าอุณหภูมิเพิ่งขึ้นสูงถึงกว่า 49 องศาเซลเซียส) และระดับอุณหภูมิยังคงตัวนานหลายชั่วโมงก่อนกลับสู่ปกติ ครั้งหนึ่งเคยเกิดฮีตเบิร์สต์ทีเมืองวิชิตา (Wichita) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ.2011

7) ‘ชาวเวอร์ (shower)’ คืออะไร?

ตอบ : ชาวเวอร์ (shower) ในวิชาอุตุนิยมวิทยา หมายถึง หยาดน้ำฟ้าในรูปของเหลวหรือของแข็งที่มาจากเมฆที่เกิดจากการพาความร้อน (convective clouds) อันได้แก่ คิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) และคิวมูลัส คอนเจสตัส (Cumulus congestus)

เอกสารอ้างอิงขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ได้แก่ International Cloud Atlas Volume I (Revised edition 1975) Manual on the Observation of Clouds and other Meteors อธิบายชาวเวอร์ไว้ในหน้า 4 ไว้ว่า “ชาวเวอร์มีลักษณะเด่นคือ เกิดขึ้นกับหยุดลงอย่างฉับพลัน และโดยทั่วไปความแรงของการที่หยาดน้ำฟ้าตกลงมามักเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และบางครั้งอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง โดยทั่วไป ขนาดของหยดน้ำและน้ำในสภาพของแข็งที่ตกลงมาจากชาวเวอร์จะมีขนาดใหญ่กว่าหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาในรูปแบบที่ไม่ใช่ชาวเวอร์”

น่ารู้ด้วยว่า หากชาวเวอร์เป็นฝน (rain) ก็จะเรียกว่า “rain shower” ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาบัญญัติให้เรียกว่า “ฝนซู่”

ชาวเวอร์ไม่ได้เกิดจากเมฆที่มีลักษณะเป็นแผ่น (stratiform clouds) อันได้แก่ นิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) และสเตรตัส (Stratus)

8) ‘ชาวเวอร์’ มีระดับความรุนแรงอย่างไรบ้าง?

ตอบ : ในรายงานแบบไซนอปติก (synoptic reports) มีการจัดแบ่งประเภทของชาวเวอร์ตามอัตราปริมาณของหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมา ดังนี้ (สเกลขนาดไซนอปติกคือระดับหลายพันกิโลเมตร)

เล็กน้อย (slight) : 0-2 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

ปานกลาง (moderate) : 2-10 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

หนัก (heavy) : 10-50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

รุนแรง (violent) : เกินกว่า 50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

9) ‘คลาวด์เบิร์สต์ (cloudburst)’ คืออะไร?

ตอบ : หนังสือ Oxford Dictionary of Weather พิมพ์ครั้งที่ 2 (ค.ศ.2008) เขียนโดย Storm Dunlop หน้า 57 ระบุว่า

คลาวด์เบิร์สต์ คำที่นิยมใช้เรียก ชาวเวอร์ (shower) ที่ตกหนักอย่างมาก ซึ่งอาจมีลูกเห็บหรือฟ้าผ่าร่วมด้วย และมีอัตราการตกของฝนในปริมาณสูงในช่วงเวลาสั้นๆ

อาจมีคำถามว่า หยาดน้ำฟ้าในคลาวด์เบิร์สต์ต้องตกหนักแค่ไหน?

บทความ What is a cloudburst? ที่ https://in.rediff.com/news/2005/aug/01gi1.htm ให้ตัวเลขว่าปริมาณน้ำฝนในคลาวด์เบิร์สต์ต้องมีต้องมีอัตราไม่ต่ำกว่า 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง น่าสังเกตว่าตัวเลขนี้ก็สอดคล้องกับกรณีชาวเวอร์แบบรุนแรง (violent) ซึ่งระบุว่าหยาดน้ำฟ้าต้องตกลงมาเกินกว่า 50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

10) ‘เรนชาฟต์’ และ ‘เรนฟุต’ คืออะไร?

ตอบ : หากสายฝนที่ตกลงมามีลักษณะเป็นลำในแนวดิ่งโดยประมาณเมื่อมองจากระยะไกล จะเรียกว่า เรนชาฟต์ (rain shaft) โดยเมื่อตกถึงพื้นแล้วจะกระจายออกไปในแนวระดับ ส่วนที่ดูแผ่ออกในแนวระดับนี้ เรียกว่า เรนฟุต (rain foot) ดูภาพที่ 3

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชวนรู้จัก Microburst, Heat burst, Cloudburst และ Rain bomb ให้ชัดเจน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...