โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Best Way to Pay and Be Paid หนุนไทยสู่ Cashless Society

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ต.ค. 2567 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 06.00 น.

“วีซ่า เป็นองค์กรผู้นำระดับโลกที่มุ่งมั่นพัฒนาเรื่องการชำระเงินดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง รู้สึกดีใจและตื่นเต้นกับบทบาทใหม่ในการเป็นผู้นำของ วีซ่า ประจำประเทศไทย ที่จะได้ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด รวมถึงการจะได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรอีกมากมายเพื่อใช้ประโยชน์จากการชำระเงินดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ”

วีซ่า (Visa) เป็นหนึ่งในผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ให้บริการในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างผู้บริโภค ร้านค้า สถาบันการเงิน และหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 216 พันล้านรายการต่อปี ในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

สำหรับในประเทศไทย วีซ่า ได้แต่งตั้ง ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา เป็นผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย คนใหม่ในปี 2566 ที่ผ่านมา ซึ่ง ปุณณมาศ สั่งสมประสบการณ์การทำงานและดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสายงานด้านอุตสาหกรรมการชำระเงินมามากมาย และเคยร่วมงานกับหนึ่งในบริษัทยูนิคอร์นด้านการเงินชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งนายกผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ไทย (Thailand E-Payment Trade Association : TEPA) ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ให้บริการรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอนุญาต เพื่อทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลในการออกบริการพร้อมเพย์

หนุนไทยพร้อมเข้าสู่

Cashless Society

ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประชากรในโลก 1 คน จะมีการถือบัตรวีซ่า 2.7 ใบ หรือ มี 1,400 ล้านคน ที่ถือบัตรของวีซ่าทั่วโลก โดยจำนวนธุรกรรมของวีซ่ามีจำนวนเยอะมาก เปรียบได้ว่า ในทุกวินาทีวีซ่าจะมีจำนวนธุรกรรม 10,000 ครั้งเกิดขึ้น ซึ่งมีการเชื่อมโยงผ่าน 15,000 เครือข่ายทั่วโลกที่ถือว่าใหญ่มาก เพราะมีไม่กี่แห่งในโลกที่จะมีเครือข่ายมากเท่านี้ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายชำระเงินมีกว่า 15.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 10 เท่า ของจีดีพีประเทศไทย

วีซ่า นับได้ว่าอยู่ในจุดที่ดีในการสร้างความเติบโตให้แก่ระบบนิเวศการชำระเงิน เพราะข้อมูลที่มีอยู่อย่างมหาศาล ผนวกกับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของวีซ่า จะช่วยสร้างความมั่นใจในการทำธุรกรรมการชำระเงินได้อย่างไร้รอยต่อและมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการจ่าย หรือรับชำระของลูกค้าและผู้ประกอบการ โดยจะทำงานร่วมกับลูกค้าและฟินเทค รวมทั้งหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงทีมงานวีซ่าเองเพื่อทำให้ภารกิจและเป้าหมายที่พวกเราทุกคนมีร่วมกันนั้นลุล่วงและเป็นจริงได้ในที่สุด

“วีซ่า เป็นองค์กรผู้นำระดับโลกที่มุ่งมั่นพัฒนาเรื่องการชำระเงินดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง รู้สึกดีใจและตื่นเต้นกับบทบาทใหม่ในการเป็นผู้นำของ วีซ่า ประจำประเทศไทย ที่จะได้ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด รวมถึงการจะได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรอีกมากมายเพื่อใช้ประโยชน์จากการชำระเงินดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ”

ปุณณมาศกล่าวอีกว่า ด้วยประสบการณ์ที่อยู่ในวงการชำระเงินในประเทศไทยมาค่อนชีวิต การมาร่วมงานกับวีซ่ายังคงเป็นความท้าทายในหลายด้าน เพราะวีซ่าเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จแล้ว แต่วีซ่าอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงมหาศาลในประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงมาหลายระลอก

“คลื่นลูกแรกของไทย คือการเข้ามาของ อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง ตามมาด้วยคลื่นลูกที่สองคือ การมีผู้เล่นใหม่ เช่น กลุ่ม e-Money และ e-wallet ที่ทำให้ผู้บริโภคไทยเข้าถึงบริการทางการเงินใหม่ๆ และคลื่นลูกที่สาม คือ “พร้อมเพย์” ซึ่งพร้อมเพย์เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ประเทศไทยก้าวกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างแท้จริง”

อย่างไรก็ดี การชำระเงินแบบดิจิทัลค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านบัตร Contactless สมาร์ตโฟน และการสแกนคิวอาร์โค้ด รวมทั้งยังเห็นการชำระเงินแบบดิจิทัลได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกธุรกิจ

โดยอ้างอิงจากการศึกษาล่าสุดของวีซ่าพบว่า 97% ของผู้บริโภคชาวไทย ใช้งานแอปพลิเคชั่นโมบายล์แบงกิ้งอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ หรือมากกว่านั้น ซึ่งแอปพลิเคชั่นโมบายล์แบงกิ้งยังเป็นการทำธุรกรรมออนไลน์ที่คนเลือกใช้มากที่สุดในทุกประเทศที่ทำการสำรวจ โดยประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยตัวเลข 96% ของผู้บริโภคที่ระบุว่า นิยมใช้แอปพลิเคชั่นธนาคารบนมือถือมากกว่าบริการบนเว็บไซต์

การชำระเงินแบบดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินมากขึ้น วีซ่า มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศการชำระเงินเพื่อมอบประสบการณ์การชำระเงินดิจิทัลที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ให้แก่ทุกคนในทุกที่ทุกเวลา

นอกจากนี้ ยิ่งผู้บริโภคในภูมิภาคใช้จ่ายแบบดิจิทัลมากขึ้นเท่าใด ก็พกเงินสดน้อยลงเท่านั้น โดยการศึกษาของวีซ่าระบุว่า 46% ของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พกเงินสดน้อยลง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นำโดยชาวเวียดนามที่เลือกไม่พกเงินสด 56% มาเลเซีย 49% และไทย 47% ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาพกเงินสดน้อยลง คือ ใช้จ่ายผ่านการชำระเงินแบบดิจิทัลในรูปแบบ Contactless หรือไร้สัมผัสมากขึ้น มีสถานที่รับชำระเงินแบบดิจิทัลมากขึ้น และกังวลว่าเงินสดจะสูญหายหรือถูกขโมย

ขณะที่การชำระเงินแบบเรียลไทม์ (Real-time payments หรือ RTP) เป็นอีกทางเลือกที่กำลังแพร่หลายอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยมีผู้บริโภคชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 76% รู้จักวิธีการชำระเงินในรูปแบบนี้ และ 47% เคยใช้บริการโอนเงินแบบเรียลไทม์มาก่อน

“ประเทศไทยอยู่อันดับแรกของภูมิภาคในด้านความถี่ของการใช้บริการชำระเงินแบบเรียลไทม์ โดย 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ ตามด้วยเวียดนามที่ 84%และอินโดนีเซียที่ 69% โดยไทยเป็นอันดับสองของโลกในการใช้การชำระเงินแบบเรียลไทม์ รองจากอินเดีย”

แม้การชำระเงินแบบเรียลไทม์จะเป็นที่รู้จักและมีอัตราการยอมรับสูง แต่ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังคงมีข้อกังวลในการเลือกชำระเงินในรูปแบบนี้ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หรือบางส่วนชอบชำระเงินดิจิทัลรูปแบบอื่นมากกว่า เช่น บัตรเครดิต/ บัตรเดบิต นอกจากนี้ ยังมีบางกลุ่มที่ขาดความเข้าใจในการใช้งาน

“ผลสำรวจยังระบุด้วยว่า คนไทยมองว่าประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) เร็วกว่าประเทศอื่น โดยผู้บริโภคชาวไทยคาดว่าไทยจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดภายในปี 2028”

ไทยมี Virtual Bank

เป็นโอกาสดีของวีซ่า

ปุณณมาศกล่าวอีกว่า เป้าหมายของวีซ่าคือการเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจ่ายเงินและรับเงิน ซึ่งเป็นจุดประสงค์ตั้งแต่เริ่มแรก โดยวีซ่ามีเครือข่ายการชำระเงินที่ใหญ่และรองรับได้หลากหลาย ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตร Prepaid เช่น บัตรเพื่อการท่องเที่ยวต่างๆ และล่าสุดคือ Tap to Phone เป็นบริการใหม่ในการรับชำระเงินของร้านค้า ที่แค่ลูกค้าแตะบัตรกับโทรศัพท์มือถือร้านค้าก็รับเงินได้ ทำให้ทุกคนสามารถเป็นร้านค้าซื้อขายได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ วีซ่ายังตั้งเป้าหมายพัฒนาการรับชำระเงินใหม่ๆ และทำให้ลูกค้าใช้จ่ายได้ง่ายและปลอดภัยในทุกประเภทการชำระ ทั้งจากการชำระผ่านบัตรไปสู่ Contactless ซึ่งเป็นวิธีการชำระที่เติบโตสูงมากในประเทศไทย โดยทุกๆ 100 ครั้งที่มีการใช้จ่ายพบว่าเป็นการแตะเพื่อจ่าย 60 ครั้งแล้ว โดยในปี 2567 วีซ่าได้ร่วมกับธนาคารในประเทศไทยออกรูปแบบการชำระแบบ Scan to Pay ที่เป็นการใช้จ่ายผ่านบัตรของวีซ่าผ่านโทรศัพท์มือถือโดยไม่ต้องพกบัตร

“ข้อดีของประเทศไทยคือการมีคิวอาร์โค้ดที่มีมาตรการเดียวกัน สามารถรองรับการชำระเงินแบบ EMV ได้หลายผู้ให้บริการ (Europay, MasterCard and Visa) ซึ่งต่างจากในบางประเทศที่ต้องใช้หลายคิวอาร์โค้ด ซึ่งนับเป็นการมองการณ์ไกลของหน่วยงานกำกับ ซึ่งไทยนับว่าเป็นผู้นำในเรื่องนี้ เพราะมีทั้งโครงสร้างพื้นฐานของพร้อมเพย์ ประชากรมีการใช้วิธี Scan to Pay ในระดับผู้นำของโลก”

นอกจากนี้ วีซ่า ยังมีการเตรียมรับกระแสการใช้จ่ายออนไลน์ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย โดยพบว่า หลังโควิด-19 สัดส่วนของการซื้อของออนไลน์มี 58% ของการใช้จ่าย ขณะที่การซื้อขายแบบเจอหน้ามีสัดส่วนเพียง 42% โดยวีซ่าเตรียมเปิดบริการ Click To Pay สำหรับการชำระเงินออนไลน์ ซึ่งเป็นรูปแบบTokenisation ที่เจ้าของบัตรไม่ต้องใส่เลขบัตร 16 หลัก ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม

“การเกิดขึ้นของ Virtual Bank ในประเทศไทย มองว่าจะเป็นโอกาสที่ดีของวีซ่า เพราะสามารถให้บริการกับธนาคารเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย เป็นภาพอนาคตทางธุรกิจที่สวยงาม วีซ่าไม่เคยคิดที่จะแข่งกับลูกค้า แต่พร้อมจะอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธนาคารและร้านค้าที่เป็นลูกค้าอยู่เสมอ”

ปุณณมาศกล่าวอีกว่า เทคโนโลยี Generative AI หรือ Gen AI เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ค่อยๆ เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจากการสำรวจของวีซ่าพบว่า ผู้บริโภคเกินครึ่ง เคยได้ยินเกี่ยวกับคอนเซ็ปต์ หรือรู้ว่ามันคืออะไร

สำหรับ Gen AI ในบริบทของการให้บริการทางการเงินนั้น หนึ่งในสามของผู้บริโภคชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า เคยใช้งาน Gen AI มาแล้ว ขณะที่ 38% รู้จักแต่ไม่เคยใช้งานมาก่อน และหากจำแนกตามกลุ่มผู้บริโภคจะพบว่า ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงจะคุ้นเคยกับ Gen AI มากกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป

นอกจากอัตราการรับรู้ที่สูงแล้ว บริการที่ผู้บริโภคในภูมิภาคนี้กำลังมองหาจาก Gen AI ในการทำธุรกรรมมากที่สุดสามอันดับแรกคือ การแจ้งเตือนธุรกรรมที่อาจเกิดการฉ้อโกงหรือตรวจจับการฉ้อโกง การโต้ตอบกับลูกค้าที่สอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ และการแนะนำผลิตภัณฑ์ด้านการเงินแบบเฉพาะบุคคล

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนตุลาคม 2567 ฉบับที่ 510 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...