ตลาดบ้านมือสอง ครึ่งปีแรก 67 ประกาศขายทะลัก 7.18 แสนล้านบาท
REIC เผย ครึ่งแรกปี 2567 ตลาดบ้านมือสอง ประกาศขาย 1.4 แสนหน่วย ราคาต่ำล้านสัดส่วนหน่วยขายสูงสุด 21%
วันที่ 9 กันยายน 2567ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รวบรวมข้อมูลที่อยู่อาศัยมือสอง ทั่วประเทศ จากการประกาศขายผ่านเว็บไซต์ตลาดนัดบ้านมือสอง (www.taladnudbaan.com) ที่มีการขายจากทั้งบริษัทเอกชน สถาบันการเงินของรัฐและเอกชน รวมไปถึงกรมบังคับคดี
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการ REIC เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง (สิ้นสุด ณ ไตรมาส 2/67) มีจำนวน 140,725 หน่วย มูลค่า 718,436 ล้านบาท
โดยประเภทที่อยู่อาศัยมือสองที่มีการประกาศขายจำนวนหน่วยมากที่สุด (% เมื่อเทียบกับหน่วย/มูลค่าในตลาดบ้านมือสอง) ได้แก่
- บ้านเดี่ยว จำนวน 55,754 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 39.6% มูลค่า 373,917 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52.0%
- ทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 41,384 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 29.4% มูลค่า 105,191 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 14.6%
- คอนโด (ห้องชุด) จำนวน 35,963 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 25.6% มูลค่า 201,887 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 28.1%
- อาคารพาณิชย์ จำนวน 5,326 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 3.8% มูลค่า 30,635 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 4.3%
- บ้านแฝด จำนวน 2,298 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 1.6% มูลค่า 6,805 คิดเป็นสัดส่วน 0.9%
สำหรับราคาประกาศขายของที่อยู่อาศัยมือสอง พบว่า ระดับราคาของที่อยู่อาศัยที่มีหน่วยประกาศขายมากที่สุดใน 3 ระดับราคาแรก ได้แก่
- ระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท จำนวน 29,715 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 21.1% แต่มีมูลค่ารวม 16,152 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนน้อยที่สุดเพียง 2.2% ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด
- ระดับราคา 2.01 - 3.00 ล้านบาท มีจำนวน 22,905 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 16.3% และมีมูลค่า 57,188 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8.0% ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด
- ระดับราคา 3.01 - 5.00 ล้านบาท มีจำนวน 21,151 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 15.0% และมีมูลค่า 82,960 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.5% ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด
โดยพบว่าระดับราคาที่มีสัดส่วนมูลค่ามากที่สุด อยู่ในระดับราคามากกว่า 10.00 ล้านบาท มีจำนวน 13,673 หน่วย แต่มีสัดส่วนมูลค่าสูงถึงร้อยละ 54.3 หรือมากกว่ามูลค่าในระดับราคาอื่นๆ รวมกัน
เมื่อพิจารณาระดับราคาของที่อยู่อาศัยที่ประกาศขายแยกตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า บ้านเดี่ยวและห้องชุดมีหน่วยขายในระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาทมากที่สุด
ในขณะที่บ้านแฝด และอาคารพาณิชย์มีหน่วยขายในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาทมากที่สุด และทาวน์เฮ้าส์มีจำนวนหน่วยที่ประกาศขายมากที่สุดในระดับราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทำเลที่ตั้งของที่อยู่อาศัยมือสอง จังหวัดที่มีอันดับมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองที่มีการประกาศขายสูงที่สุด 10 จังหวัดแรก ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2567 ได้แก่
อันดับ 1 กรุงเทพมหานคร มีจำนวนประกาศขาย 42,377 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 30.1% มีมูลค่า 386,191 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 53.8% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคามากกว่า 10.00 ล้านบาท
อันดับ 2 นนทบุรี มีจำนวนประกาศขาย 10,895 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 7.7% มีมูลค่า 48,382 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.7% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01 - 5.00 ล้านบาท
อันดับ 3 ชลบุรี มีจำนวนประกาศขาย 9,229 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 6.6% มีมูลค่า 43,925 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.1% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01 - 5.00 ล้านบาท
อันดับ 4 สมุทรปราการ มีจำนวนประกาศขาย 9,613 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 6.8% มีมูลค่า 43,030 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.0% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01 - 5.00 ล้านบาท
อันดับ 5 ปทุมธานี มีจำนวนประกาศขาย 10,250 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 7.3% มีมูลค่า 28,169 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.9% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 2.01 - 3.00 ล้านบาท
อันดับ 6 เชียงใหม่ มีจำนวนประกาศขาย 4,508 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 3.2% มีมูลค่า 23,303 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.2% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 5.01 - 7.50 ล้านบาท
อันดับ 7 ภูเก็ต มีจำนวนประกาศขาย 1,818 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 1.3% มีมูลค่า 15,006 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.1% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 7.51 - 10.00 ล้านบาท
อันดับ 8 นครราชสีมา มีจำนวนประกาศขาย 2,745 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 2.0% มีมูลค่า 9,436 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.3% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 3.01 - 5.00 ล้านบาท
อันดับ 9 ระยอง มีจำนวนประกาศขาย 4,062 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 2.9% มีมูลค่า 8,081 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.1% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา 1.51 - 2.00 ล้านบาท
อันดับ 10 นครปฐม มีจำนวนประกาศขาย 2,296 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 1.6% มีมูลค่า 7,700 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.1% ส่วนใหญ่ประกาศขายในระดับราคา ล้านบาท
แสดงให้เห็นว่าอุปทานที่อยู่อาศัยมือสองยังคงมีการประกาศขายมากที่สุดอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (ยกเว้นสมุทรสาครไม่ติดอันดับ)
และมีจำนวนมากประกาศขายมากในพื้นที่จังหวัดสำคัญที่เป็นหัวเมืองหลัก และเมืองท่องเที่ยว
เมื่อพิจารณารายจังหวัดที่มีมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายสูงสุด 10 อันดับแรกในไตรมาส 2 ปี 2567 ซึ่งมีสัดส่วนจำนวนหน่วยรวมกัน 69.5% ของจำนวนหน่วยที่ประกาศขายทั้งหมด และมีสัดส่วนมูลค่ารวมกัน 85.4 %
หากเปรียบเทียบระดับราคาที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายและโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสอง พบว่า ในไตรมาส 2 ปี 2567 มีจำนวนหน่วยในระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท มากที่สุด (สัดส่วน 21.1%) รองลงมาคือระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาท (สัดส่วน 16.3%) ในขณะที่ระดับราคา 7.51 – 10.00 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยน้อยที่สุด (สัดส่วน 4.0%)
ในขณะที่ “หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสอง” ในไตรมาส 2 ปี 2567 มีจำนวนหน่วยที่โอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด ดังนี้
- ระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท (สัดส่วน 34.7%)
- ระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาท (สัดส่วน 18.8%)
- ระดับราคา 7.51 – 10.00 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยน้อยที่สุด (สัดส่วน 0.9%)
ซึ่งจะเห็นว่าจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองมีความสอดคล้องกับข้อมูลจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายโดยเมื่อในตลาดมีจำนวนประกาศขายมากจะมีการโอนกรรมสิทธิ์มากตามไปด้วย
ในด้านมูลค่าที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายในไตรมาส 2 ปี 2567 มีมูลค่าที่สุดในระดับราคามากกว่า 10.00 ล้านบาทขึ้นไป (สัดส่วน 54.3%)
รองลงมาคือระดับราคา 3.01-5.00 ล้านบาท (สัดส่วน 11.5%) และระดับราคาที่มีมูลค่าน้อยที่สุด คือระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท (สัดส่วน 2.2%)
ในขณะที่ “มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสอง” ในไตรมาส 2 ปี 2567 พบว่า
- ระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาท (สัดส่วน 22.9%)
- ระดับราคา 3.01-5.00 ล้านบาท (สัดส่วน 17.8%)
- ระดับราคาที่มีมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์น้อยที่สุด คือระดับราคา 7.51 – 10.00 ล้านบาท (สัดส่วน 3.8%)