โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (34)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 09 ต.ค. 2567 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 02.47 น.

โมฆะสงคราม

ระหว่างการพิจารณาคดีศาลอาชญากรสงคราม จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้อ้างพยานหลักฐานขึ้นต่อสู้ในหลายประการ เช่น ข้อโต้แย้งถึงความเป็น “โมฆะสงคราม” ที่นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มิได้ลงนามในคำประกาศสงครามฉบับลงวันที่ 25 มกราคม 2485 รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าการเข้าร่วมกับฝ่ายญี่ปุ่นในการทำสงครามนั้นก็ด้วยความจำยอม เพราะกำลังรบของไทยไม่อาจต้านทานทัพญี่ปุ่นในขณะนั้น ถ้าตัดสินใจต่อสู้จะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ข้อต่อสู้ทั้งหลายของจอมพล ป.พิบูลสงคราม และจำเลยคนอื่นที่ยกขึ้นนำสืบกันมากมายทั้งหลายทั้งปวงนั้น ในที่สุดแล้วก็หามีผลใดๆ ต่อผลแห่งคำพิพากษาไม่ เมื่อศาลฎีกาพิพากษา ‘ยกฟ้อง’ จำเลยในคดีนี้ทั้งหมด 13 คนในที่สุด

เหตุผลสำคัญของการยกฟ้องมิใช่ว่าจำเลยทั้ง 13 คนได้กระทำความผิดหรือไม่ แต่ด้วย “พระราชบัญญัติอาชญากรสงครามขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 61” จึงทำให้กลายเป็น‘โมฆะ’

ศาลฎีกาอธิบายความว่า ในช่วงเวลาที่จำเลยทั้ง 13 คนกระทำดังกล่าวยังไม่ได้มีการกำหนดโทษว่า ‘ผิดกฎหมาย’ เพราะพระราชบัญญัติอาชญากรสงครามเพิ่งมีผลบังคับใช้ภายหลังการกระทำเหล่านั้น กล่าวคือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม กับพวกกระทำการที่ถูกฟ้องว่าเป็นความผิดระหว่างปี พ.ศ.2482-2487 แต่พระราชบัญญัติได้ตราขึ้นและมีผลบังคับใช้ในภายหลังเมื่อปี พ.ศ.2488 ซึ่งสอดคล้องกับหลักการ‘Nulla Poena Sine Lege’ หรือ ‘ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ’ อันถือเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคล หากรัฐต้องการลงโทษผู้อยู่ใต้ปกครอง ต้องประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อนว่า การกระทำนั้นเป็นความผิดเพื่อให้บุคคลได้รับรู้และระวังตัว

ศาลยังชี้ด้วยว่า หลักการสำคัญคือบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการกระทำใดๆ ที่ต้องถือว่าถูกกฎหมายทั้งสิ้นตราบที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย การออกกฎหมายย้อนหลังนับเป็นการผิดหลักสิทธิมนุษยชน จึงทำให้จอมพล ป.พิบูลสงคราม และพวก 13 คนรอดพ้นจากคดีอาชญากรสงครามในที่สุด

ในความเป็นจริงแล้ว ได้มีการชี้ให้เห็นจุดอ่อนของการออกพระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามีจุดอ่อนเช่นเดียวกับที่ศาลฎีกาชี้ แต่รัฐบาลก็ยังคงเดินหน้าจนกระทั่งสามารถผ่านสภาได้ คำพิพากษาจึงถูกมองว่าเสมือนมี ‘ธง’ นำทางอยู่แล้ว ซึ่งย่อมสร้างความสงสัยให้กับผู้คนเป็นอย่างยิ่ง

มีรายงานด้วยว่าคำพิพากษานี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายสัมพันธมิตรพอสมควร รวมทั้งผู้แทนราษฎรไทยบางส่วนก็มีการเคลื่อนไหวคัดค้านข้อพิพากษานั้น แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะจะเป็นการขัดกันซึ่งอำนาจสามฝ่าย (นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ)

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ทำให้เกิดความเชื่อว่าเป็นการสมคบคิดกันเพื่อช่วยเหลือจอมพล ป.พิบูลสงคราม และคณะ ไม่ให้ต้องตกเป็นจำเลยคดีอาชญากรสงครามของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ต้องถูกไต่สวนพิจารณาในศาลต่างประเทศ และนำไปสู่การพ้นผิดจากข้อกล่าวหาด้วยการดำเนินการของศาลไทยในที่สุด

จอมพล ป.พิบูลสงคราม และคณะ ได้รับการปล่อยตัวสู่อิสรภาพเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2489

สุพจน์ ด่านตระกูล แสดงความเห็นไว้ในบทนำ“คำให้การต่อศาลอาญากรสงคราม” ว่า (หน้า 23)

“ท่านปรีดี ด๊อกเตอร์อังดรัว (Docteur en Droit) ทางกฎหมายจากฝรั่งเศส ผู้สนับสนุนให้ออกกฎหมายฉบับนี้ ตระหนักดีว่าจะต้องเป็นไปเช่นนั้น คือเป็นโมฆะ และด้วยความจงใจที่จะให้เป็นเช่นนั้น ทั้งนี้เพราะ

1. สนับสนุนให้ออกกฎหมายอาชญากรสงครามเพื่อเป็นเครื่องมือจับกุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม กับพวกมาดำเนินคดี อันเป็นการแสดงถึงอำนาจอธิปไตยของไทยในศาลในฐานะประเทศที่มีเอกราชสมบูรณ์ เพราะตามความตกลงของฝ่ายสัมพันธมิตรจะนำตัวบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรสงครามไปดำเนินคดีในศาลอาชญากรสงครามที่สัมพันธมิตรหรือสหประชาชาติตั้งขึ้น ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนั้น จอมพล ป.กับพวกก็จะถูกฝ่ายสัมพันธมิตรนำตัวไปดำเนินคดีที่ญี่ปุ่นหรือนานกิง และคงจะไม่รอดพ้นจากการถูกแขวนคออย่างเช่นโตโจ สหายแห่งวงไพบูลย์ของจอมพล ป. หรือจำคุกตลอดชีวิต ท่านปรีดีจึงได้ชิงออกกฎหมายตัดหน้าสหประชาชาติหรือสัมพันธมิตรเพื่อแสดงความเป็นเอกราชของชาติไทยและอธิปไตยของชาติดังกล่าวข้างต้นนั้นประการหนึ่ง

2. อีกประการหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือให้เพื่อนผู้ร่วมเป็นร่วมตายกันมาในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ปลอดภัยจากการถูกลงโทษของศาลอาชญากรสงครามของสัมพันธมิตร ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อกันระหว่างเพื่อน 7 คน (ปรีดี พนมยงค์ ร.ท.แปลก ขีตตะสังคะ ประยูร ภมรมนตรี ร.ต.ทัศนัย มิตรภักดี หลวงศิริราชไมตรี ตั้ว ลพานุกรม แนบ พหลโยธิน) ที่เป็นผู้เริ่มก่อสร้างคณะราษฎรและเปิดประชุมขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2469 ณ บ้านเลขที่ 10 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่าจะซื่อตรงต่อกันและจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

และท่านปรีดีก็ได้ถือปฏิบัติตามคำมั่นสัญญานั้นตลอดมากับเพื่อนผู้ริเริ่มก่อตั้งคณะราษฎรทั้ง 6 คน นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อกันเมื่อครั้งนั้นแล้ว ยังเป็นการสนองต่อการขอความช่วยเหลือของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในกรณีที่ต้องเป็นอาชญากรสงครามในครั้งนี้ด้วย”

ความเห็นนี้ได้รับความเชื่อถือทั่วไปในหมู่ประชาชนไทย ซึ่งหากเป็นจริง ย่อมแสดงให้เห็นว่า สำหรับนายปรีดี พนมยงค์ เยื่อใยแห่งมิตรภาพ “ปรีดี-แปลก” ยังคงดำรงอยู่ ส่วนทางด้านหลวงพิบูลสงครามนั้น จะต้องติดตามต่อไปว่า คิดเห็นแตกต่างไปหรือไม่ อย่างไร

แต่มิตรภาพอันเหนียวแน่นตั้งแต่ครั้งเป็นนักเรียนนายร้อยระหว่าง “แปลก-อดุล” ได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างเด็ดขาด และจะเป็นเช่นนี้จนกระทั่งต่างฝ่ายเสียชีวิต

คำถามปริศนามิตรภาพ “ปรีดี แปลก อดุล” จึงได้รับคำตอบแล้วส่วนหนึ่ง

การเมืองหลังสงคราม

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงเมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ.2488 นายปรีดี พนมยงค์ ได้รับการยกย่องเป็นอย่างยิ่งจากผลงานเสรีไทย ซึ่งส่งผลดีต่อคณะราษฎรไปด้วย แม้บทบาทครั้งเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎรซึ่งไม่มีองค์กรสืบทอดอย่างเป็นทางการหลังจากไม่สามารถจัดตั้ง “สมาคมคณะราษฎร” ให้เป็นพรรคการเมืองได้สำเร็จจะเริ่มเลือนหายไปจากความทรงจำของประชาชนไปบ้างแล้วก็ตาม

อดีตผู้ก่อการคณะราษฎรโดยเฉพาะสายพลเรือนบางส่วนยังคงเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นตามอุดมการณ์ที่มีร่วมกัน ขณะที่พลพรรคเสรีไทยนอกจากความรักชาติแล้วส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยด้วยจึงทำให้หลอมรวมกลายเป็นพลังประชาธิปไตยที่เข้มแข็งขึ้น

ในส่วนของอดีตผู้ก่อการสายทหารบกนั้นอาจกล่าวได้ว่าสูญสลายไปจนแทบหมดสิ้นแล้วทั้งจากผลพวงของการกวาดล้าง “ศัตรูทางการเมือง” ของหลวงพิบูลสงคราม และการลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกจับกุมในข้อหาอาชญากรสงครามของจอมพล ป.พิบูลสงคราม

แต่ที่ยังคงเป็นปึกแผ่นคืออดีตผู้ก่อการสายทหารเรือซึ่งผู้นำคือหลวงสินธุสงครามชัยได้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือแล้ว

คณะราษฎรเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงยังคงมีนายปรีดี พนมยงค์ และหลวงสินธุสงครามชัย ผู้บัญชาการทหารเรือเป็น 2 ผู้นำสำคัญ

รวมทั้งหลวงอดุลเดชจรัส และหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ที่ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ของคณะราษฎรอย่างมั่นคง

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (34)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...