โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พลิกแฟ้ม 4 นายกฯสู้คดีถอดถอน ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาเศรษฐา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. 2567 เวลา 00.44 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2567 เวลา 00.44 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

2 ทศวรรษการเมืองไทย อาจกล่าวได้ว่าไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่ไม่เคยขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ

อาจเว้น “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แต่ใช่ว่าจะไม่เคยสู้ “คำร้อง” ในศาล เพียงแต่เผชิญตอนที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว และอาจเว้น “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ที่ไม่ได้ขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ สู้คดีเฉพาะตัว แต่ก็ถูกหางเลข พ้นเก้าอี้จากคดียุบพรรคพลังประชาชน

นอกนั้นต้องสู้คดีบนศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะคดีถอดถอนออกจากตำแหน่ง

และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน “เศรษฐา ทวีสิน” ก็ไม่ต่างจากอดีตนายกฯคนก่อนหน้าที่ถูก 40 สว.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนออกจากตำแหน่ง กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ต่อไปนี้คือนายกรัฐมนตรีที่ต้องสู้คดีถอดถอนในศาลรัฐธรรมนูญ

ทักษิณ รอดซุกหุ้น

ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 23 ต้องสู้คดีซุกหุ้นภาค 1 ข้อหา “จงใจยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความที่เป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริง”

วันแถลงปิดคดี “ทักษิณ” กล่าวต่อหน้าองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตอนหนึ่งว่า “ฐานะของผมที่มั่นคงขึ้น จนสมัยหนึ่งมีคนกล่าวขานถึงว่า มีหลักทรัพย์มาก มียอดเงินฝากสูง มีกิจการใหญ่โต และอยู่ในลำดับต้น ๆ ของผู้เสียภาษีมากที่สุดนั้น ไม่ได้เกิดจากการที่ผมเป็นตำรวจได้ยศ พ.ต.ท.ไปรีดไถใครมา และไม่ได้เกิดจากการที่ผมเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และกอบโกยจากการประมูล หรือการจัดซื้อจัดจ้าง หากแต่เกิดจากการประกอบธุรกิจที่สุจริตและชอบด้วยกฎหมาย”

กระทั่งวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม 2544 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 15 คน มีเสียงข้างมาก 8 ต่อ 7 เสียง ให้ชะตาของนายกฯ คนที่ 23 พ้นข้อกล่าวหา

สมัคร ชิมไปบ่นไป

คนต่อมาคือ “สมัคร สุนทรเวช” นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 จากพรรคพลังประชาชน เผชิญวิบากกรรม เนื่องจากถูก เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง เนื่องจากการขัดกันของผลประโยชน์ เพราะการเป็นพิธีกร “ชิมไป บ่นไป” และ “ยกโขยง 6 โมงเช้า”

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 วินิจฉัยว่า การจัดรายการของนายกฯสมัคร เป็นการกระทำเข้าข่ายกระทำการอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 267 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2551

ยิ่งลักษณ์ ปมถวิล

นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 และเป็นนายกฯหญิงคนแรก “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ถูกกลุ่ม 40 สว. นำโดย ไพบูลย์ นิติตะวัน ขณะนั้นเป็น สว.สรรหา ได้ยื่นคำร้องถอดถอนจากเหตุโยกย้ายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

“ยิ่งลักษณ์” ชี้แจงว่า ไม่ได้ใช้สถานะหรือตำแหน่งของการเป็นนายกรัฐมนตรีในการสั่งอนุมัติโดยลำพัง แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในการประชุมคณะรัฐมนตรี และการโยกย้ายเป็นไปตามความเหมาะสมตามดุลยพินิจของรองนายกฯที่ได้มอบอำนาจไปแล้ว

“ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อม ครม. เมื่อมีการยุบสภา การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยให้ความเป็นนายกฯสิ้นสุดลง ย่อมไม่มีวัตถุแห่งคดี คือความเป็นนายกฯให้ต้องสิ้นสุดลงซ้ำสอง”

ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีของ “ยิ่งลักษณ์” เป็นช่วงที่บริบทการเมืองกำลังร้อนแรง กลุ่ม กปปส.กำลังรุก-ไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จากผลพวงเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม อันเป็นเหตุให้มีการยุบสภา เมื่อช่วงปลายปี 2556 จึงมาสู่คำแก้ต่างว่า ความเป็นนายกฯ ได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่ยุบสภา

ทว่าวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 มีมติ 9 ต่อ 0 ว่า ยิ่งลักษณ์ใช้สถานะการเป็นนายกรัฐมนตรีเข้าไปก้าวก่าย แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายถวิล ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง

แต่ 12 ปีต่อมา 26 ธันวาคม 2566 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้อง

“การกระทำของจำเลยในส่วนนี้ย่อมไม่อาจนำมารับฟังว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเพื่อประโยชน์ของ พล.ต.อ. “พ.” จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดย
มิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามฟ้อง ยกฟ้อง”

ประยุทธ์ โดนร้อง 6 ครั้ง

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คนที่ 29 กลายเป็นผู้ถูกร้องมากที่สุด ในช่วงเวลาที่เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง 2562 ถึง 5 ครั้ง

ครั้งที่ 1 เมื่อ 27 สิงหาคม 2562 ถูกร้องเรื่อง กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ทว่า 12 กันยายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญ “ไม่รับคำร้อง”

ครั้งที่ 2 เมื่อ 28 มิถุนายน 2562 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นคำร้องเข้าข่ายเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่ง 18 กันยายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัย พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ถือว่าเป็น “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ”

ครั้งที่ 3 เมื่อ 9 มีนาคม 2563 ฝ่ายค้านยื่นคำร้องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ กรณีอาศัยบ้านพักหลวง

2 ธันวาคม 2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ขาดคุณสมบัติความเป็นนายกฯ จากกรณีพักอาศัยในบ้านพักข้าราชการทหาร แม้เกษียณอายุไป 6 ปี

ครั้งที่ 4 เมื่อ 8 เมษายน 2564 พรรคเพื่อไทย 75 คน ยื่นคำร้องกรณีเอื้อสัมปทานรถไฟฟ้า 1 กรกฎาคม 2564 ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง

ครั้งที่ 5 เมื่อ 17 สิงหาคม 2565 พรรคฝ่ายค้านยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158

เนื่องจากฝ่ายค้านตีความว่า การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 จนถึงเวลานั้น ครบ 8 ปีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดแล้ว

30 กันยายน 2565 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่า การดำรงตำแหน่งของผู้ถูกร้องนับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ผู้ถูกร้องจึงดำรงตำแหน่งนายกฯ ยังไม่ครบกำหนดเวลาตามรัฐธรรมนูญ 2560 ตามมาตรา 158 วรรคสี่ ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องจึงไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่

กล่าวคือตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 เนื่องจากเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญใหม่

“ไม่ว่ากรณีใด เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับทุกอย่าง จึงต้องเริ่มนับทันที กรณีรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่ เรื่องระยะ 8 ปี จึงต้องเริ่มนับทันทีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พลิกแฟ้ม 4 นายกฯสู้คดีถอดถอน ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาเศรษฐา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...