โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

35 ปีกับแบงก์ชาติ : ชีวิตที่ผูกพัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.ย 2567 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2567 เวลา 09.02 น.
รณดล นุ่มนนท์

ผู้เขียน : รณดล นุ่มนนท์

การทำงานในองค์กรใดองค์กรหนึ่งถึง 35 ปี ถือเป็นเรื่องไม่ธรรมดา เพราะใช้เวลาเกินครึ่งชีวิตผูกพันกับองค์กรแห่งนั้น

ผมหยิบหนังสือรุ่น “ผูกสัมพันธ์” ที่ผมและพนักงานน้องใหม่ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) รุ่น 4 ปี 2532 จานวน 30 คน ได้จัดทำขึ้นในช่วงปฐมนิเทศร่วมกัน ที่สำนักฝึกอบรมสุรวงศ์ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ขึ้นมาอ่าน พี่ ๆ และเพื่อน ๆ หลายคนลาออกไปบ้าง เกษียณไปบ้าง จนถึงตอนนี้ยังเหลืออยู่เพียง 3 คน ที่จะได้รับของที่ระลึกในการทำงานครบ 35 ปี คือผม, อลิศรา มหาสันทนะ รองผู้ว่าการ และทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ผมหลับตาย้อนเวลากลับไปทบทวนความทรงจำว่า “รู้จักแบงก์ชาติได้อย่างไร”

คงต้องย้อนกลับไปสมัยเด็ก ๆ เมื่อผมและน้องชาย (ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์) นั่งรถเมล์จากนครปฐมมาที่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ทุกครั้งต้องผ่านสี่แยกเทเวศร์ และรั้วประตูหน้าวังบางขุนพรหม ได้เห็นอาคารสง่างามเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ภายหลังได้ทราบว่า อาคารหลังนั้นเป็นสถานที่ทำงานของแบงก์ชาติ เมื่อได้อ่านหนังสือเรื่อง “ประวัติ วังบางขุนพรหม” ที่แม่ (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.แถมสุข นุ่มนนท์) เขียนไว้ในโอกาสเปิดอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ (อาคาร 2 ในปัจจุบัน)

เมื่อปี 2525 ด้วยชะตาชีวิตที่คงลิขิตไว้ ผมได้รับทุนการศึกษาต่อยอดของธนาคารไปเรียนต่อปริญญาโท และยังจำได้อย่างแม่นยำถึงวันแรกที่เข้ามารายงานตัวเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2532 บุคคลแรกที่พบเมื่อก้าวเข้ามาในอาคารคือ พี่มงคล หงษ์เจริญ หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย พี่มงคลกล่าวต้อนรับอย่างสุภาพนอบน้อม เป็นภาพที่สร้างความประทับใจ ถือเป็นการให้เกียรติอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่ผมเป็นพนักงานใหม่หน้ายังใสวัยละอ่อน

นับจากช่วงเริ่มแรกที่เข้าทำงานจำได้ว่า เช่าห้องพักอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแบงก์ชาติ แม้จะใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที แต่ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงานให้ทันก่อน 7 โมง เพื่อจัดทำข้อมูลให้ผู้บริหารกำหนดค่าเงินบาท จากหอพักผมต้องเดินเลาะมาตามซอกซอยเล็ก มีห้องเล็กที่แบ่งให้เช่าตั้งเรียงรายตามทางเดิน ทำให้ได้เห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้าน จากนั้นจึงได้มาลงเรือข้ามฟากที่ลุงเจ้าของเรือ คอยให้บริการเที่ยวละ 50 สตางค์ มาส่งที่ท่าเทียบเรือฝั่งแบงก์ชาติ ที่ตั้งของร้านอาหารยกยอ ร้านอาหารหรู ร้านเดียวที่เป็นหน้าเป็นตาในละแวกนั้น

เมื่อเดินออกมาจากท่าเทียบเรือจะพบแผงขายของตั้งเรียงรายเต็มหน้ารั้วโรงพิมพ์ธนบัตร (อาคารศูนย์การเรียนรู้ในปัจจุบัน) รวมทั้งท่ารถเมล์เล็กสาย 6 ที่พาพวกเรา ไปบางลำพูในช่วงทานอาหารกลางวัน แต่ด้วยเวลาที่เร่งรีบ ผมจึงไม่ค่อยได้ช็อปปิ้งมากนัก เพียงแต่สังเกตเห็นพนักงานผู้หญิงสนุกกับการต่อรองราคากับแม่ค้า อย่างไรก็ดี แผงขายของตั้งอยู่ได้ไม่นาน ก็ถูกขอให้ย้ายออกไป ด้วยเหตุผลของการรักษาความปลอดภัยบริเวณโรงพิมพ์ธนบัตร จนเป็นที่มาของตลาดนัดรวมยางด้านถนนสามเสนในปัจจุบัน

ผมและพนักงานหน่วยวิเคราะห์ตลาดเงิน จะไปยืนรอที่หน้าประตูอาคารสำนักงานใหญ่ (ปัจจุบันคือด้านหลังของอาคาร 2) เพื่อคอยให้พนักงานรักษา ความปลอดภัยมาไขกุญแจเปิดบานประตูกระจกในเวลา 07.00 น. พวกเราต้องติดบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายไว้ที่กระเป๋าเสื้อตลอดเวลา

ในสมัยนั้นไม่มีประตูปีกผีเสื้อที่สามารถนำบัตรมาแตะให้เข้าไปข้างใน แต่จะมีพนักงานรักษาความปลอดภัย 2 คน คอยตรวจสอบอยู่หน้าลิฟต์ เมื่อผ่านเข้าไปแล้วพนักงานสามารถเข้าพื้นที่ทำงานได้ทั่วอาคารทั้ง 7 ชั้น ยกเว้นบริเวณฝ่ายออกบัตรธนาคารที่ต้องมีใบอนุญาตจากหัวหน้าให้เข้าพื้นที่ โดยแลกบัตรพนักงานกับบัตรเข้าเขตหวงห้าม

ภายในห้องทำงานของหน่วยงาน จะเห็นโต๊ะทำงานมีกระจกใสวางไว้ด้านบน เป็นโต๊ะ 2 แถว ไล่เรียงตามอาวุโสไปจนถึงโต๊ะหัวหน้าหน่วยที่เป็นโต๊ะทำงานตัวเดียวนั่งหลังสุดสามารถมองเห็นบรรยากาศ ได้รอบห้องทำงาน

คงไม่ต้องพูดถึงพนักงานใหม่ที่นั่งหน้าสุดว่าจะรู้สึกเกร็งแค่ไหน แต่บรรยากาศจะเปลี่ยนไปเมื่อหัวหน้าหน่วยไม่อยู่ในห้อง ซึ่งในสมัยนั้นหัวหน้าหน่วยส่วนใหญ่จะมีอายุงานนาน มีความอาวุโส ดูแลพวกเราแบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเข้ามาในห้องทำงานคือ การลงเวลาเข้าทำงาน ในแฟ้มสีดำที่มีชื่อของแต่ละคน และแบ่งเป็นช่อง ๆ แต่ละวัน เพื่อให้ลงเวลาและลายเซ็นเข้าออก

เมื่อถึงเวลา 08.30 น. พนักงานสารบรรณจะนำไปให้หัวหน้าหน่วยลงชื่อรับรอง ถ้าใครต้องการลาป่วยหรือลาพักผ่อนจะมีแบบฟอร์มที่ต้องกรอกรายละเอียดเพื่อขออนุญาต โดยที่พนักงานสารบรรณจะตรวจสอบจากการบันทึกเวลาก่อนว่ายังมีสิทธิ์หรือไม่

ขอย้อนเวลากลับไปถึงวันแรกที่ผมเข้าทำงาน ผมจำได้ดีว่า ผมมารายงานตัวที่ฝ่ายการพนักงาน และนั่งฟังกฎระเบียบและจรรยาบรรณของพนักงานอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะมีพี่พาไปที่หน่วยงาน และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากพี่สุวรรณี วงษ์พันธุ์ หัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ ส่วนวิเคราะห์และธุรกิจตลาดเงิน ฝ่ายการธนาคาร ได้อธิบายถึงลักษณะงานที่จะถูกมอบหมายจนถึงพักเที่ยง ก่อนได้มานั่งที่โต๊ะทำงาน ที่มีการจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ในการทำงานให้ล่วงหน้า ตั้งแต่สมุดจดบันทึก ปากกา ดินสอ และแม้กระทั่งที่เขี่ยบุหรี่ เป็นภาพที่ผมประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้

การทำงานในสมัยนั้นไม่ต้องพูดถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน เพราะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำหน่วยเพียงเครื่องเดียว โปรแกรมที่ใช้งานยังไม่ใช่ตระกูล Microsoft การพิมพ์งานจึงอาศัยเครื่องพิมพ์ดีดที่พนักงานสารบรรณจะคอยพิมพ์และตรวจทานให้

ดังนั้น จึงต้องเขียนด้วยกระดาษที่ส่วนใหญ่ใช้ดินสอเขียนเพราะแก้ไขได้สะดวก ก่อนส่งไปเพื่อแก้ไขเป็นทอด ๆ จนถึงมือหัวหน้าหน่วย จนบางครั้งพนักงานสารบรรณโยงใยไม่ถูกว่าจะต่อข้อความกันอย่างไร ทำให้ก่อนพิมพ์แต่ละครั้งจะต้องระมัดระวัง และให้แน่ใจว่าเป็นชุด ที่ผ่านความเห็นชอบจากหัวหน้าแล้ว เพราะเกรงใจพนักงานสารบรรณหากต้องเริ่มพิมพ์ใหม่หมด

พวกเราไม่รู้จักการทำ power point หรือกราฟสวย ๆ เพื่อนำเสนอในห้องประชุม ต้องใช้แผ่นใสและเขียนด้วยลายมือเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การนำเสนอจึงเป็นการนำเสนอด้วยปากเปล่าต้องพูดให้กระชับ ให้ผู้ฟังเข้าใจง่าย

นอกเหนือจากการทำข้อมูลเพื่อให้ผู้บริหารกำหนดค่าเงินบาทก่อน 8 โมง ทุก ๆ เช้าแล้ว เวลาในการทำงานที่เหลือจะหมดไปกับการศึกษาวิวัฒนาการตลาดเงิน รวมถึงบทบาทของธนาคารกลางในต่างประเทศต่อการพัฒนาตลาดเงิน และต้องเขียนรายงานความเคลื่อนไหวในตลาดเงินทุกวันศุกร์ เป็นงานที่เครียดสุด ๆ เพราะต้องเขียนให้แล้วเสร็จภายในครึ่งวัน

บางสัปดาห์จรดหัวปากกาไว้ที่กระดาษแต่มือยังไม่ขยับ หมึกยังไม่ออก เพราะไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นเขียนอย่างไร แต่โชคดีที่มีพี่ ๆ คอยถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้ (ยังจำพี่สุวรรณ นกอยู่ ที่แก้ไขคำเขียนว่า “อาทิตย์นี้” เป็น “สัปดาห์นี้” จนถึงทุกวันนี้) รวมทั้งต้องเขียนบทวิเคราะห์ที่ได้รับมอบหมาย จำได้ว่าในแต่ละวันไม่ต้องเข้าประชุมมากนัก และหากมีการประชุมไม่ได้ใช้เวลาประชุมกันแบบครึ่งเช้าครึ่งบ่าย

สัปดาห์หน้า ผมจะมาเขียนต่อถึงงานที่ผมได้รับโอกาสรับผิดชอบ โยกย้ายไปกว่า 10 ฝ่ายงาน ตลอดการทำงาน 35 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งบรรยากาศการทำงานและสังคมคนแบงก์ชาติที่อยู่กันอย่างเป็นพี่เป็นน้องแบบมืออาชีพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 35 ปีกับแบงก์ชาติ : ชีวิตที่ผูกพัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...