‘ดาบพิฆาตอสูร’ : เมื่ออสูรในโลกปีศาจ อาจสะท้อนภาพ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ ในโลกความเป็นจริง
ไม่ว่าจะการ์ตูนดังเรื่องไหนจากนิตยสาร ‘โชเน็นจัมป์’ ต่างก็ล้วนถ่ายทอดประเด็นทางสังคมได้เด่นชัดและยอดเยี่ยมด้วยกันทั้งสิ้น เช่น ‘วันพีซ’ ที่เล่าถึงการต่อสู้กับระบอบอยุติธรรมเพื่อปลดแอกสู่อิสรภาพ ผ่านการผจญภัยของลูฟี่ ตัวเอกผู้เติบโตมาจากชายขอบของสังคม หรืออย่าง ‘นารูโตะ’ ที่เหล่าสัตว์หางทั้งเก้าตนเปรียบดั่งอาวุธนิวเคลียร์มีแสนยานุภาพทำลายล้างทั้งโลกในพริบตา แต่ละประเทศมหาอำนาจต่างถือครองไว้เพื่อหยั่งเชิงกันในสงครามที่ไม่ได้สร้างอะไรนอกจากความสูญเสีย
แล้วการ์ตูนเรื่อง ‘ดาบพิฆาตอสูร’ จากนิตยสารเดียวกันล่ะ? มังงะเรื่องนี้สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ในโลกการ์ตูน อย่างความสำเร็จของ ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ : ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ (2020) ที่แม้จะเข้าฉายในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกกำลังซบเซา แต่ก็สามารถล้มแชมป์เก่าอย่าง Spirited Away (2001) จาก Studio Ghibli ซึ่งครองตำแหน่งรายได้สูงสุดในญี่ปุ่นมาเกือบ 20 ปี นอกจากนี้ ‘ดาบพิฆาตอสูร’ ยังได้สร้างดราม่าในประเทศสารขัณฑ์ เมื่อครูยึดเสื้อคลุมนักล่าอสูร ห้ามนักเรียนสวมเสื้อคลุมเลียนแบบเหล่าตัวเอก จนถูกชาวเน็ตล้อเลียนว่า แท้จริงแล้วครูเหล่านั้นคือ ‘มุซัน’ ตัวร้ายหลักของเรื่อง
ท่ามกลางปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น มังงะเรื่องนี้กำลังเป็นภาพสะท้อนของประเด็นใดในสังคมอยู่กันแน่?
เรื่องราวของ ‘ดาบพิฆาตอสูร’
ดาบพิฆาตอสูร (Kimetsu no Yaiba) ประพันธ์โดย โคโยฮารุ โกโตเกะ ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2016 ในนิตยสาร Weekly Shonen Jump ฉบับที่ 11 มีทั้งหมด 23 เล่มจบ (เฉพาะเนื้อเรื่องหลัก ไม่รวม Spin-off และแฟนบุ๊ค) แปลเป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์
ดาบพิฆาตอสูร บอกเล่าเรื่องราวของ ‘คามาโดะ ทันจิโร่’ เด็กหนุ่มยากจนจิตใจดี ผู้ดำรงชีพด้วยการขายถ่าน ชีวิตของเขาสงบสุขเรื่อยมา จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าแห่งอสูรนามว่า ‘คิบุทสึจิ มุซัน’ ได้สังหารคนในครอบครัวเขาเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงแต่ ‘คามาโดะ เนซึโกะ’ น้องสาวที่กลายเป็นอสูร ทันจิโร่จึงวางขวานตัดไม้ แล้วตัดสินใจลุกขึ้นมาจับดาบเข้าร่วมกับ ‘กลุ่มพิฆาตอสูร’ เพื่อจัดการมุซันและเหล่าอสูรลูกสมุนไม่ให้ก่อกรรมทำเข็ญกับผู้บริสุทธิ์ไปมากกว่านี้ พร้อมหาทางทำให้น้องสาวกลับมาเป็นมนุษย์ให้จงได้
อสูรทั้งหลายในโลกของดาบพิฆาตอสูร ล้วนมีรากกำเนิดมาจากอสูรนามว่า ‘คิบุทสึจิ มุซัน’ เพราะเลือดของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นอสูรได้ โดยโลกอสูรมีลำดับขั้นเช่นเดียวกับโลกมนุษย์ กลุ่มอสูรที่รับใช้มุซันโดยตรง และทรงพลังมากที่สุด คือ ‘12 อสูรจันทรา’ แบ่งเป็นอสูรข้างขึ้น 6 ตน และอสูรข้างแรม 6 ตน ซึ่งข้างขึ้นจะแข็งแกร่งกว่าข้างแรม และยิ่งอสูรตนนั้นมีหมายเลขลำดับน้อย ก็ยิ่งแสดงถึงฝีมือการฆ่าเก่งกาจชั้นยอด กระนั้นทุกตนก็ล้วนมีพลังพิเศษร้ายกาจเฉพาะตัว เรียกว่า ‘มนต์โลหิตอสูร’
เมื่อมนุษย์กลายเป็นอสูรแล้ว พวกเขาจะมีพละกำลังมากกว่าคนปกติหลายเท่า สามารถรักษาบาดแผล หรืองอกอวัยวะของตนเองขึ้นมาใหม่ได้ แต่ก็ต้องแลกมากับการที่ความทรงจำตอนเป็นมนุษย์จะถูกลบเลือนหายไปเกือบทั้งหมด นอกจากนี้ อสูรยังต้องกระหายการกินเลือดเนื้อของผู้คนเป็นอาหาร รวมทั้งไม่อาจต้านทานแสงตะวันได้ การฆ่าอสูรจึงมีสองวิธีด้วยกัน คือการทำให้ร่างของอสูรต้องแสงดวงอาทิตย์ และการบั่นคอปิดฉากชีวิตพวกมันด้วยดาบที่ถูกตีขึ้นจากกรรมวิธีพิเศษของกลุ่มดาบพิฆาตอสูร
จากภาพความเลวร้ายของมังงะเรื่องนี้ หากใครได้อ่านฉากที่อสูรกำลังลงมือฆ่าตัวละครแสนดี ก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันช่างอำมหิตและสร้างความร้าวรานใจยิ่งนัก โลกของการ์ตูนเรื่องนี้ช่างโหดร้ายเหลือทน เช่นเดียวกับโลกที่ผู้เขียนกำลังใช้ชีวิตอยู่ แม้จะไร้ซึ่งนักดาบพิฆาตอสูร แต่ใช่ว่าจะไม่มีอสูรในโลกความเป็นจริง
บางที พวกเราอาจรู้จักอสูรนั้นในนามว่า ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’
‘อสูร’ในโลกมังงะ กับ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ในโลกความเป็นจริง
Federal Bureau of Investigation (FBI) ให้คำจำกัดความของ ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’ ว่า ฆาตกรที่ฆ่าคนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อตอบสนองความต้องการหรือความพึงพอใจ โดยจะมีช่วงเว้นว่างในการลงมือฆ่าเหยื่อแต่ละราย ซึ่งแตกต่างจากการฆาตกรรมหมู่ที่ฆ่าเหยื่อหลายคนในคราเดียวกัน ส่วนแรงจูงใจในการทำความผิดนั้น อาจเป็นได้ทั้งความโกรธ การแสวงหาความตื่นเต้น ผลประโยชน์เรื่องเงิน ไปจนถึงการเรียกร้องความสนใจ
ฆาตกรต่อเนื่องดูจะไม่แตกต่างอะไรจากอสูร แน่นอนว่าอสูรจำเป็นต้องใช้เลือดมนุษย์เพื่อดำรงชีพ แต่พวกเขาก่อเหตุฆาตกรรมอย่างโหดร้ายเกินความจำเป็น เพราะอสูรสามารถมีชีวิตต่อไปได้เพียงแค่รับเลือดในปริมาณที่พอเหมาะ โดยไม่ต้องทุกข์ทนกับความหิวกระหาย และมนุษย์ผู้ให้เลือดเองก็ไม่จำเป็นต้องตายหรือได้รับอันตรายถึงชีวิต เช่นกรณีของ ‘ทามาโยะ’ กับ ‘ยูชิโร่’ ทั้งคู่เป็นอสูรไม่กินคน ต่อต้านมุซัน และอยู่ฝั่งเดียวกับทันจิโร่
กระนั้น ในโลกอสูร ชีวิตผู้บริสุทธิ์คนแล้วคนเล่าก็ยังถูกพรากไปราวกับใบไม้ร่วง ไม่มีอสูรตนใดคิดจะควบคุมความกระหายและความต้องการฆ่าของตนเอง พวกเขามองมนุษย์เป็นแค่อาหาร บางตนฆ่าคนเพียงเพื่อความสะใจ บางตนเห็นชีวิตมนุษย์เป็นของเล่นที่จะปู้ยี่ปู้ยำอย่างไรก็ได้
จากที่กล่าวมาข้างต้น เราอาจสรุปพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกันของฆาตกรต่อเนื่องและอสูร ได้ดังนี้
- วิธีการฆ่าที่เหมือนกันทุกราย
ฆาตกรต่อเนื่องและอสูรใช้วิธีการฆ่าคนเหมือนกันทุกราย วิธีที่ฆาตกรต่อเนื่องใช้นั้นมีมากมายอย่างที่เราเคยผ่านหูผ่านตากันตามสื่อต่างๆ เช่น ฆ่าตัดตอน รัดคอ เผาไฟ ใช้ยาพิษ เป็นต้น ส่วนอสูรก็มีวิธีในการฆ่าคนในแบบของตนเอง เช่น ‘เอ็นมุ’ อสูรข้างแรมลำดับ 1 ที่สร้างและควบคุมความฝันของมนุษย์ ก่อนจะทำลายแก่นแห่งจิตใจให้คนผู้นั้นไม่ต่างจากซากศพที่ยังมีชีวิต หรือ ‘รุย’ อสูรข้างแรมลำดับ 5 ผู้มีมนต์อสูรโลหิตที่ใช้ใยแมงมุมเลือดในการกักขังและปลิดชีพศัตรู
- การฆ่าที่ไร้เหตุผล
ฆาตกรต่อเนื่องมักฆ่าเหยื่อที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ต่อพวกเขา อสูรก็เป็นเช่นนั้น พวกเขาฆ่าคนเมื่อหิว ฆ่าคนเมื่อโมโห และในบางครั้งก็ฆ่าคนเพียงเพื่อตอบสนองความพึงพอใจบางอย่าง ดังเช่น ‘เกียกโกะ’ อสูรข้างขึ้นลำดับ 5 ที่ฆ่ามนุษย์ แล้วนำร่างมาทำงานศิลปะเป็นคอลเลกชันไหสะสม
- การเลือกบุคลิกลักษณะของเหยื่ออย่างเฉพาะเจาะจง
ซามูเอล ลิตเติ้ล (Samuel Little) เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา เขามักเลือกฆ่าคนชายขอบของสังคม ที่ต่อให้ตายไปกฎหมายก็ไม่ได้ให้ความยุติธรรม เช่น ผู้หญิงผิวดำ พนักงานบริการทางเพศ หรือผู้ใช้ยาเสพติด เขาใช้ทักษะจากการเป็นอดีตนักมวยฝีมือดี ชกเหยื่อให้หมดสติ และรัดคอให้ตาย แล้วปกปิดร่องรอยที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าคนคนนี้ได้ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในภายหลังปั่นป่วน ศพหลายรายที่ตายด้วยน้ำมือเขาถูกระบุสาเหตุการเสียชีวิตอย่างผิดพลาด
หากเทียบกับตัวละครจากฝั่งอสูร คงไม่มีใครเหมาะสมเท่ากับ ‘อาคาสะ’ อสูรข้างขึ้นลำดับ 3 ที่ก็เป็นยอดฝีมือในการใช้กระบวนท่าต่อสู้เช่นเดียวกัน อาคาสะเลือกเหยื่อเหมือนกับซามูเอล แม้จะแตกต่างกันตรงที่อาคาสะเป็นอสูรผู้กระหายความแข็งแกร่งในการต่อสู้ เขาจึงเลือกท้าสู้กับนักล่าอสูรที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นผู้ชาย โดยอาคาสะจะฆ่าและกินแต่ผู้ชายเท่านั้น ไม่ทำร้ายผู้หญิงเด็ดขาด เนื่องจากเขามีปมในจิตใจจากสมัยยังเป็นมนุษย์
- การเป็นกลุ่มคนที่มีความผิดปกติทางจิตใจ
‘โดมะ’ อสูรข้างขึ้นลำดับที่ 2 เป็นอสูรที่แข็งแกร่งทั้งบู๊และบุ๋น เขาชุบตัวในคราบผู้นำลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์อย่างแนบเนียน กินผู้คนไปมากมายไม่เว้นแม้แต่เหล่าสาวกของตน จนแข็งแกร่งนำหน้าเพื่อนอสูรด้วยกัน ทว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดูมั่นใจของโดมะนั้น แท้จริงนั้นแล้วเขาเป็นพวกไร้อารมณ์ความรู้สึก ขาดความเห็นใจผู้อื่น ขาดความสำนึกผิด ขาดความยับยั้งชั่งใจ ด้านชาไม่เกรงกลัว และเอาตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง
นอก ‘โดมะ’ แล้ว ยังมีอสูรอีกหลายตนที่อาจเข้าข่ายมีความผิดปกติบางอย่างทางจิตใจ ดังเช่น ‘ฮังเทงงู’ อสูรข้างขึ้นลำดับที่ 4 ผู้เอาแต่พล่ามคำโกหกไม่หยุดหย่อนว่าตนคือผู้อ่อนแอที่ถูกรังแก ทั้งที่ตนเป็นอสูรที่แข็งแกร่งถึงขั้นดาบของนักล่าอสูรไม่สามารถบั่นคอให้ขาดได้ หนำซ้ำยังฆ่าคนมากมายทั้งตอนที่ยังเป็นมนุษย์และหลังจากเป็นอสูร หรือกระทั่ง ‘เกียกโกะ’ สมัยเป็นมนุษย์ เมื่อได้เห็นบาดแผลของพ่อแม่ที่ตายไป แทนที่จะรู้สึกเสียใจ เขากลับรู้สึกว่ามันงดงามราวกับศิลปะชิ้นเอก
จะเห็นได้ว่าลักษณะนิสัยที่ผิดปกติทางอารมณ์อย่างการขาดความเห็นใจผู้อื่นและความสำนึกผิดนี้ พบได้บ่อยในฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งมักเป็นบุคคลที่มีอาการของโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม หรือที่เราเรียกกันว่า ‘ไซโคพาธ’ (psychopath)
เกิดมาชั่วร้ายหรือสภาพสังคมหล่อหลอม?
‘ไซโคพาธ’ คือโรคที่พบมากในฆาตกรต่อเนื่องเกินกว่าครึ่ง บทความของ BBC NEWS ไทย ชื่อ “คนโรคจิต ‘ไซโคพาธ’ มีความได้เปรียบบางอย่างในเชิงวิวัฒนาการ” ระบุว่าการที่คนคนหนึ่งจะเป็นไซโคพาธได้นั้น อาจเป็นไปได้ว่ามีสาเหตุมาจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว หรือจากอิทธิพลของปัจจัยภายนอกที่เรียกว่า ‘ความยืดหยุ่นในการแสดงออกของยีนมนุษย์’ (human phenotypic plasticity) ซึ่งทำให้ลักษณะทางกายภาพหรือนิสัยใจคอที่ถูกกำหนดมาในหน่วยพันธุกรรม จะแสดงออกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของยีนนั้น
กล่าวให้เข้าใจง่ายคือ ปัจจัยการเลี้ยงดูที่ไม่ดีมีแนวโน้มอย่างยิ่งที่จะก่อให้เกิดฆาตกรต่อเนื่องในสังคม หากเราลองอุปมายีนไซโคพาธเป็นเลือดมุซันที่ทำให้คนกลายเป็นอสูรได้ ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นก็จะดูสมเหตุสมผล
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ในหมู่อสูรข้างขึ้นที่แข็งแกร่ง มีอสูรพี่น้องคู่หนึ่ง พี่ชายชื่อ ‘กิวทาโร่’ น้องสาวชื่อ ‘ดาคิ’ ทั้งคู่เป็นอสูรข้างขึ้นลำดับ 6 เมื่อครั้งที่ทันจิโร่และพวกพ้องปราบพี่น้องอสูรคู่นี้ได้สำเร็จ ทันจิโร่รู้สึกสะเทือนใจมาก เพราะกิวทาโร่และดาคิเติบโตมาอย่างยากจนแร้นแค้นไม่ต่างจากเขาและน้องสาว มีเพียงปัจจัยเดียวที่แตกต่างกัน คือเขาและน้องสาวเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ดีและมีครอบครัวที่ดี กระทั่งเมื่อเกิดโศกนาฏกรรมกับครอบครัวก็ยังได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากเสาหลักวารีทั้งคนก่อนและคนปัจจุบัน ผู้เป็นนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มพิฆาตอสูร
ตรงข้ามกันกับชีวิตของกิวทาโร่และดาคิ แม่ของกิวทาโร่มองเขาเป็นภาระและพยายามฆ่า แม้เขาจะรอดมาได้ แต่ด้วยความที่เกิดมาในย่านเริงรมย์ เขาจึงถูกคนในย่านนั้นตัดสินรูปร่างหน้าตาว่าเป็นตัวน่ารังเกียจ และถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่คน ส่วนน้องสาว แม้จะเกิดมามีใบหน้าและรูปร่างงดงาม แต่ชีวิตก็เลวร้ายไม่ต่างกัน ดาคิถูกแขกที่เธอต้องให้บริการจับเผาทั้งเป็น เพื่อแก้แค้นเธอที่บังอาจใช้ปิ่นปักผมแทงดวงตา ท่ามกลางชีวิตอันน่าหดหู่และกำลังจะตาย อสูรโดมะได้ให้ความช่วยเหลือทั้งสองพี่น้องโดยแบ่งเลือดของมุซันให้ จึงเปลี่ยนให้ดาคิและกิวทาโร่กลายเป็นอสูรนับแต่นั้น
“ความทุกข์ทรมานที่โดนเกลียดชังและโดนกระทำ จะต้องเอาคืนพวกมันอย่างสาสม ส่วนที่ตัวเองโชคร้ายนั้น ถ้าไม่เอาคืนจากพวกที่อยู่ดีมีสุข จะให้ไปเอาคืนจากที่ไหน นี่แหละคือวิถีชีวิตของเราสองพี่น้อง พวกที่กล้ามาสอดปากสั่งสอนก็ฆ่ามันมาหมดทุกคนแล้ว แกเองก็ไม่ต่างกัน จะกรีดกระชากคอหอยให้กระจุย”
คำพูดของกิวทาโร่แสดงความจงเกลียดจงชังต่อโลกใบนี้อย่างล้นปรี่ กระทั่งเมื่อเขาตายและตกนรก ก็ไม่รู้สึกสำนึกหรือเสียใจที่ตนเลือกเป็นอสูรผู้เข่นฆ่าผู้คนแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ยังติดค้างอยู่ภายในใจเขามีเพียงเรื่องน้องสาวเท่านั้น ว่าถ้าหากเธอได้เกิดในที่ที่ดีกว่านี้ คงไม่ต้องพบจุดจบที่น่าอนาถเช่นเดียวกันกับเขา
สุดท้ายนี้ แม้จะไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าการออกแบบอสูรของ โคโยฮารุ โกโตเกะ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฆาตกรต่อเนื่องในชีวิตจริง แต่ความซับซ้อนของจิตใจ ความเปราะบางของความดี ความน่าสะพรึงกลัวของการกระทำอันโหดเหี้ยม รวมถึงการต่อสู้ภายในจิตใจของเหล่าตัวละครอสูรนั้น ได้สะท้อนสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม กล่าวคือ ความหลังอันทุกข์ตรมของเหล่าอสูรร้ายที่ผู้แต่งบรรจงเขียนขึ้นหลังจากพวกเขาถูกปราบโดยนักล่าอสูร ทำให้เราเห็นว่า จะมองจากมุมไหนก็ตาม ปลายทางมีคำตอบเดียวคือ ไม่มีใครเกิดมาเพื่อเป็นอสูร แต่สภาพแวดล้อมอันโหดร้ายต่างหากที่สร้างปีศาจในคราบมนุษย์ขึ้นมา นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราถึงควรสร้างสังคมที่ดี โดยไม่ละเลยมิติใดแม้แต่มิติเดียว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง ‘ดาบพิฆาตอสูร’ 23 เล่ม แปลเป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์
BBC NEWS ไทย. (2562). เอฟบีไอ ยืนยันว่า ซามูเอล ลิตเติ้ล คือฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ. สืบค้น 17 พฤษภาคม 2567, จาก https://www.bbc.com/thai/international-49989497
Today. (2563). Demon Slayer ขึ้นอันดับ 1 หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลในญี่ปุ่น แซงหน้า Spirited Away. สืบค้น 17 พฤษภาคม 2567, จาก https://workpointtoday.com/demon-slayer-japan/
Siam Inter Comics. (2563). สืบค้น 17 พฤษภาคม 2567, จาก https://web.facebook.com/photo/?fbid=3235536226508962&set=a.134395586623057&rdc=1&rdr
ไทยรัฐออนไลน์. (2566). ฆาตกรต่อเนื่อง คืออะไร แบบไหนถึงเรียกว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง. สืบค้น 17 พฤษภาคม 2567, จาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2689421
BBC NEWS ไทย. (2566). คนโรคจิต “ไซโคพาธ” มีความได้เปรียบบางอย่างในเชิงวิวัฒนาการ. สืบค้น 17 พฤษภาคม 2567, จาก https://www.bbc.com/thai/articles/c4njwz637d8o
BBC NEWS ไทย. (2563). อะไรทำให้คนเรากลายเป็น “ไซโคพาธ” หรือมีบุคลิกผิดปกติไร้ความรู้สึกไปได้. สืบค้น 17 พฤษภาคม 2567, จาก https://www.bbc.com/thai/international-51800116