หลายค่ายยื่นซื้อลิขสิทธิ์เพลง Pink Floyd ผู้ชนะอาจเป็น Sony ในราคา 500 ล้านเหรียญ
ในอุตสาหกรรมดนตรีมีศิลปินจำนวนหนึ่งที่ผลงานขายได้ขายดี ทำเงินได้ตลอดกาล หนึ่งในนั้นคือ “พิงก์ ฟลอยด์” (Pink Floyd) วงดนตรีโปรเกรสซีฟร็อกระดับ “ตำนาน” จากประเทศอังกฤษ เจ้าของผลงานเพลงอมตะอย่าง “Money”, “Wish You Were Here” และ “Another Brick in the Wall”
ปัจจุบันหลายค่ายเพลงหมายปองที่จะคว้าลิขสิทธิ์เพลงของวงพิงก์ฟลอยด์ -ซึ่งถูกประเมินว่าเป็นหนึ่งในรายชื่อผลงานเพลงที่ทำกำไรมากที่สุดในอุตสาหกรรมดนตรีโลกไปครอง
ฮิปโนซิส (Hipgnosis) วอร์เนอร์ มิวสิก (Warner Music) บีเอ็มจี (BMG) คือรายชื่อบรรดาค่ายเพลงที่เคยยื่นข้อเสนอซื้อลิขสิทธิ์เพลงของพิงก์ฟลอยด์ตั้งแต่ปี 2022 แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เนื่องจากความขัดแย้งเห็นต่างระหว่างสองสมาชิกวงพิงก์ฟลอยด์ ณ ปัจจุบันคือ โรเจอร์ วอเทอร์ส (Roger Waters) และเดวิด กิลมัวร์ (David Gilmour) ทำให้การเจรจาและการบรรลุข้อตกลงซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงเป็นเรื่องยาก
แต่ล่าสุดมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ออกมาอีกว่า โซนี่ มิวสิค (Sony Music) เป็นค่ายล่าสุดที่โดดเข้าร่วมวงเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์เพลงของวงดังวงนี้
เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส (The Financial Times) รายงานเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2024 โดยอ้างอิงคำบอกเล่าของแหล่งข่าว 2 คนว่า ขณะนี้โซนี่ มิวสิค กำลังเจรจาอย่างมีความคืบหน้าเกี่ยวกับซื้อลิขสิทธิ์สิ่งบันทึกเสียงเพลงทั้งหมดของพิงก์ฟลอยด์ และมีความเป็นไปได้ที่จะคว้าลิขสิทธิ์ที่หลายค่ายเพลงหมายปองไปครอง ในราคาเสนอซื้อประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16,630 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว 1 ใน 2 คนบอกว่า ไม่อะไรรับประกันว่าการเจรจาครั้งนี้จะบรรลุข้อตกลงได้ เนื่องจากปัญหาในอดีตของสมาชิกวง
ไฟแนนเชียล ไทม์ส ได้ติดต่อขอความเห็นจากทุกฝ่าย แต่ตัวแทนของ เดวิด กิลมัวร์ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น และตัวแทนของ โรเจอร์ วอเตอร์ส ก็ไม่ได้ตอบรับคำขอความคิดเห็น ฝั่งโซนี่ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นกัน
การเจรจาเสนอซื้อลิขสิทธิ์เพลงของ พิงก์ ฟลอยด์ ซึ่งเป็นศิลปินจากยุค 1960s แสดงให้เห็นว่าบรรดาผู้เล่นในอุตสาหกรรมดนตรียังมีความสนใจเป็นอย่างมากที่จะซื้อลิขสิทธิ์เพลงของศิลปินชื่อดังจากยุคเก่า ซึ่งเพลงฮิตของพวกเขายังคงเป็นที่นิยมในหมู่คนฟังเพลงรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เนื่องจากบริการสตรีมมิงทำให้คนฟังเพลงสามารถเข้าถึงผลงานเพลงในอดีตได้อย่างไม่จำกัด และการนำเพลงไปใช้ประกอบซีรีส์และภาพยนตร์ก็เป็นแรงเสริมสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักบทเพลงและศิลปินยุคเก่า
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีหลัง ๆ มานี้ บริษัทหรือค่ายเพลงในอุตสาหกรรมดนตรีก็เผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากไม่ต่างจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทสูงและกัดกร่อนผลตอบแทนให้น้อยลง และทำให้การลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ดูมีเสน่ห์มากกว่า
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 กลุ่มทุนนอกตลาด อพอลโล โกลบอล แมเนจเมนต์ (Apollo Global Management) ได้ลงทุนในโซนี่เป็นมูลค่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยให้โซนี่มีทุนนำไปใช้สำหรับซื้อลิขสิทธิ์และธุรกิจเพลง
นอกจากนั้น ไฟแนนเชียล ไทม์ส บอกอีกว่า โซนี่กำลังเจรจาซื้อลิขสิทธิ์เพลงของวงควีน (Queen) อีกหนึ่งวงดนตรีจากอังกฤษที่เป็นระดับตำนานของวงการดนตรีโลก ในราคาเสนอซื้อประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33,260 ล้านบาท) และก่อนหน้านี้ได้ซื้อผลงานเพลงของ บรูซ สปริงทีน (Bruce Springsteen) ด้วยการสนับสนุนจาก เอลบริดจ์ อินดัสทรีส์ (Eldridge Industries) ซึ่งเป็นเครื่องมือการลงทุนของ ทอดด์ โบห์ลีย์ (Todd Boehly)
ทั้งนี้ ค่ายเพลงอย่างโซนี่มีทรัพยากรและเครือข่ายในการโปรโมตและใช้เพลงในรายการทีวี ภาพยนตร์ และบริการสตรีมมิ่ง ทำให้รายได้และมูลค่าของเพลงเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา บ็อบ ดีแลน (Bob Dylan) และ นีล ยัง (Neil Young) เป็นหนึ่งในศิลปินจำนวนมากที่โซนี่บรรลุข้อตกลงซื้อลิขสิทธิ์เพลงครั้งใหญ่มาได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หลายค่ายยื่นซื้อลิขสิทธิ์เพลง Pink Floyd ผู้ชนะอาจเป็น Sony ในราคา 500 ล้านเหรียญ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net