โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หลายค่ายยื่นซื้อลิขสิทธิ์เพลง Pink Floyd ผู้ชนะอาจเป็น Sony ในราคา 500 ล้านเหรียญ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2567 เวลา 05.58 น.
วง Pink Floyd (ภาพโดย AFP/ ประชาชาติธุรกิจแต่งเติมโลโก้)

ในอุตสาหกรรมดนตรีมีศิลปินจำนวนหนึ่งที่ผลงานขายได้ขายดี ทำเงินได้ตลอดกาล หนึ่งในนั้นคือ “พิงก์ ฟลอยด์” (Pink Floyd) วงดนตรีโปรเกรสซีฟร็อกระดับ “ตำนาน” จากประเทศอังกฤษ เจ้าของผลงานเพลงอมตะอย่าง “Money”, “Wish You Were Here” และ “Another Brick in the Wall”

ปัจจุบันหลายค่ายเพลงหมายปองที่จะคว้าลิขสิทธิ์เพลงของวงพิงก์ฟลอยด์ -ซึ่งถูกประเมินว่าเป็นหนึ่งในรายชื่อผลงานเพลงที่ทำกำไรมากที่สุดในอุตสาหกรรมดนตรีโลกไปครอง

ฮิปโนซิส (Hipgnosis) วอร์เนอร์ มิวสิก (Warner Music) บีเอ็มจี (BMG) คือรายชื่อบรรดาค่ายเพลงที่เคยยื่นข้อเสนอซื้อลิขสิทธิ์เพลงของพิงก์ฟลอยด์ตั้งแต่ปี 2022 แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เนื่องจากความขัดแย้งเห็นต่างระหว่างสองสมาชิกวงพิงก์ฟลอยด์ ณ ปัจจุบันคือ โรเจอร์ วอเทอร์ส (Roger Waters) และเดวิด กิลมัวร์ (David Gilmour) ทำให้การเจรจาและการบรรลุข้อตกลงซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงเป็นเรื่องยาก

แต่ล่าสุดมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ออกมาอีกว่า โซนี่ มิวสิค (Sony Music) เป็นค่ายล่าสุดที่โดดเข้าร่วมวงเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์เพลงของวงดังวงนี้

เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส (The Financial Times) รายงานเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2024 โดยอ้างอิงคำบอกเล่าของแหล่งข่าว 2 คนว่า ขณะนี้โซนี่ มิวสิค กำลังเจรจาอย่างมีความคืบหน้าเกี่ยวกับซื้อลิขสิทธิ์สิ่งบันทึกเสียงเพลงทั้งหมดของพิงก์ฟลอยด์ และมีความเป็นไปได้ที่จะคว้าลิขสิทธิ์ที่หลายค่ายเพลงหมายปองไปครอง ในราคาเสนอซื้อประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16,630 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว 1 ใน 2 คนบอกว่า ไม่อะไรรับประกันว่าการเจรจาครั้งนี้จะบรรลุข้อตกลงได้ เนื่องจากปัญหาในอดีตของสมาชิกวง

ไฟแนนเชียล ไทม์ส ได้ติดต่อขอความเห็นจากทุกฝ่าย แต่ตัวแทนของ เดวิด กิลมัวร์ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น และตัวแทนของ โรเจอร์ วอเตอร์ส ก็ไม่ได้ตอบรับคำขอความคิดเห็น ฝั่งโซนี่ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นกัน

การเจรจาเสนอซื้อลิขสิทธิ์เพลงของ พิงก์ ฟลอยด์ ซึ่งเป็นศิลปินจากยุค 1960s แสดงให้เห็นว่าบรรดาผู้เล่นในอุตสาหกรรมดนตรียังมีความสนใจเป็นอย่างมากที่จะซื้อลิขสิทธิ์เพลงของศิลปินชื่อดังจากยุคเก่า ซึ่งเพลงฮิตของพวกเขายังคงเป็นที่นิยมในหมู่คนฟังเพลงรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เนื่องจากบริการสตรีมมิงทำให้คนฟังเพลงสามารถเข้าถึงผลงานเพลงในอดีตได้อย่างไม่จำกัด และการนำเพลงไปใช้ประกอบซีรีส์และภาพยนตร์ก็เป็นแรงเสริมสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักบทเพลงและศิลปินยุคเก่า

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีหลัง ๆ มานี้ บริษัทหรือค่ายเพลงในอุตสาหกรรมดนตรีก็เผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากไม่ต่างจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทสูงและกัดกร่อนผลตอบแทนให้น้อยลง และทำให้การลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ดูมีเสน่ห์มากกว่า

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 กลุ่มทุนนอกตลาด อพอลโล โกลบอล แมเนจเมนต์ (Apollo Global Management) ได้ลงทุนในโซนี่เป็นมูลค่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยให้โซนี่มีทุนนำไปใช้สำหรับซื้อลิขสิทธิ์และธุรกิจเพลง

นอกจากนั้น ไฟแนนเชียล ไทม์ส บอกอีกว่า โซนี่กำลังเจรจาซื้อลิขสิทธิ์เพลงของวงควีน (Queen) อีกหนึ่งวงดนตรีจากอังกฤษที่เป็นระดับตำนานของวงการดนตรีโลก ในราคาเสนอซื้อประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33,260 ล้านบาท) และก่อนหน้านี้ได้ซื้อผลงานเพลงของ บรูซ สปริงทีน (Bruce Springsteen) ด้วยการสนับสนุนจาก เอลบริดจ์ อินดัสทรีส์ (Eldridge Industries) ซึ่งเป็นเครื่องมือการลงทุนของ ทอดด์ โบห์ลีย์ (Todd Boehly)

ทั้งนี้ ค่ายเพลงอย่างโซนี่มีทรัพยากรและเครือข่ายในการโปรโมตและใช้เพลงในรายการทีวี ภาพยนตร์ และบริการสตรีมมิ่ง ทำให้รายได้และมูลค่าของเพลงเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา บ็อบ ดีแลน (Bob Dylan) และ นีล ยัง (Neil Young) เป็นหนึ่งในศิลปินจำนวนมากที่โซนี่บรรลุข้อตกลงซื้อลิขสิทธิ์เพลงครั้งใหญ่มาได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หลายค่ายยื่นซื้อลิขสิทธิ์เพลง Pink Floyd ผู้ชนะอาจเป็น Sony ในราคา 500 ล้านเหรียญ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...