ดร.เศรษฐพุฒิ ชี้ปี 68 โลกไม่แน่นอนสูง นโยบายการเงินต้อง Resiliency ยืดหยุ่นสร้างภูมิคุ้มกัน
ดร.เศรษฐพุฒิ ผู้ว่าธปท. ชี้ปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับโลกที่ไม่แน่นอนสูง เผยนโยบายการเงินต้อง Resiliency ยืดหยุ่น ดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งหมดได้ เตรียมออกมาตรการแก้หนี้รายย่อย – เอสเอ็มอี เพิ่มเติม 11 ธ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2567 ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Thailand's Monetary and Financial Policy: Building Resiliency for an Uncertain World” นโยบายด้านการเงิน : การสร้าง Resiliency for an U ncertain World ในงาน Thailand Next Move 2025 “Resiliency for an Uncertain World” รับมือบริบทโลกใหม่ที่ไม่นิ่ง ที่จัดโดย วารสารการเงินธนาคาร ในโอกาสที่วารสารการเงินธนาคาร ก้าวสู่ปีที่ 44 ว่า ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยจะต้องเจอทั้งกับความเสี่ยง (Risk) และความไม่แน่นอน (Uncertain) ที่คาดเดาได้ยาก ทำให้การบริหารจัดการยากกว่าในอดีต
“ความเสี่ยง คือ สิ่งที่รู้ว่ามาจากไหน เช่น ราคาน้ำมัน ซึ่งความเสี่ยงเป็นเรื่องที่พอจะคาดการณ์ได้ ข้อดีความเสี่ยงคือการดูออก ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากอะไรบ้าง และโอกาสที่จะเกิดมีเท่าไหร่ ส่วน ความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบุได้ยากว่า จะมาจากไหนบ้าง โดยสิ่งที่จะเจอในปี 2568 คือความไม่แน่นอนสูง และมีผลข้างเคียงที่คาดไม่ถึง แม้จะพอรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ผลที่จะเกิดมองได้ยากมาก”
เตือน 3 ความเสี่ยงเศรษฐกิจปี 2568
โดยความไม่แน่นอนที่จะเห็นในปี 2568 เรื่องแรกคือ โลกจะแบ่งขั้วแยกกันมากขึ้น และยังดูไม่ออกว่าจะในปี 2568 ผลจากการแบ่งขั้วนั้นจะมาเร็วและแรงเพียงใด โดยเฉพาะการกีดกันด้านเทคโนโลยี โลกที่มีการแยกออกจากกันแต่ Supply chain ยังผูกกันค่อนข้างสูง ทำให้การค้าโลกจะได้รับผลกระทบจากการกีดกันการค้ามากขึ้น
ขณะที่นโยบายเศรษฐกิจประเทศหลักไม่ดำเนินไปในทางเดียว แต่ละประเทศดำเนินการต่างกันเพราะฟื้นได้ไม่เท่ากัน เช่น สหรัฐ ที่เศรษฐกิจดูดี ตลาดทุนดูดี แต่รัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่จากที่พอดูออก เรื่องแรก คือ เรื่องภาษีนำเข้า ที่จะมีผลกระทบต่อการค้าขาย เรื่องที่สอง คือนโยบายด้านการลดภาษี ที่อาจจะนำไปสู่การขาดดุลการคลังของสหรัฐที่จะสูงขึ้น และเรื่องที่สามคือการกวาดต้อนคนต่างชาติให้ออกจากสหรัฐ
เรื่องที่สาม เรื่อง Market & pricing of risk ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆเหล่านี้ ถูก Price In เข้าไปในตลาดไม่มากเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็น bond spread รวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐที่ Outperform ค่อนข้างมากนั้น จะเห็นได้ว่า มาจากหุ้นไม่กี่ตัว โดยหลักๆ จะเป็นหุ้น Apple ,NVIDIA และ Microsoft มีขนาดใหญ่กว่ามาเก็ตแคปโดยรวมของแคนาดาทั้งประเทศ ซึ่งเป็นความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ถ้า Price ไม่ดี โอกาสที่ความเสี่ยงจะมาจากความผันผวนของตลาด คงมีในข้างหน้า
“ทุกนโยบายที่จะเกิดขึ้น ล้วนแต่จะทำให้เงินเฟ้อของสหรัฐสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อการปรับดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐที่อาจจะไม่เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้”
สินค้าจีนทะลัก กระทบภาคการผลิตไทย
ดร.เศรษฐพุฒิ กล่าวอีกว่า การแบ่งขั้วของโลกเกิดขึ้นควบคู่ไปกับเศรษฐกิจจีนที่โตช้า จนทำให้มีการระบายสินค้าของจีนออกมาในตลาดโลกและเข้ามาในประเทศไทย และการนำเข้าสินค้าของไทยจากจีนมีมากขึ้นจนเริ่มส่งผลต่อภาคการผลิตของไทยที่ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าจากจีน ในช่วงปี 2563-2564 ตัวเลขนำเข้าสินค้าจากจีน เริ่มวิ่งและปักหัวขึ้น ทั้งนี้ การที่ไทยนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องดังกล่าว ส่งผลให้ภาคการผลิตของไทยขยายตัวในระดับต่ำ การนำเข้าสินค้าจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เริ่มเห็นการฉีกไปของอัตราการเติบโตของการบริโภคสินค้าของไทย กล่าวคือ อุปสงค์ในประเทศที่โต เริ่มไม่ค่อยส่งผลต่อภาคการผลิต เพราะว่าภาคการผลิตถูกกดดันจากสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้นจากจีน จากเดิมที่จะไปควบคู่กัน คือ การบริโภคในประเทศโต การผลิตต่างๆก็โตตามไปด้วย แต่เราเริ่มเห็นสัญญาณว่ามันฉีกจากกัน
[inline_posts type="IDs" box_title=" Thailand Next Move 2025 “Resiliency for an Uncertain World” รับมือบริบทโลกใหม่ที่ไม่นิ่ง " align="alignleft" textcolor="#d6df28" background="#212162"]143793,143832,143865,143827[/inline_posts]
เรื่องการกระตุ้นเรื่องการบริโภค ซึ่งจริงๆแล้ว การบริโภคมันไม่ได้ชะลอขนาดนั้น เมื่อเทียบกับในอดีต ถ้าเราไปกระตุ้นการบริโภค ในขณะที่การแข่งขันจากสินค้าจากจีนสูงอย่างนี้ กระตุ้นไปสิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ ภาคการผลิตของไทยอาจไม่โตก็ได้ หากกระตุ้นไปสิ่งที่จะตามมากลายเป็นเรื่องการนำเข้าสินค้าจากจีนมากขึ้น
ตัวอย่างของผลข้างเคียง ที่เห็นว่ามากระทบกับภาคการผลิตและกระทบต่อเรื่องอื่นๆด้วย อย่างเช่น เรื่องสินเชื่อ สินค้ารถยนต์ที่เข้ามา รถยนต์ EV ต่างๆ ทำให้ราคารถยนต์มือสองลดลง เมื่อธนาคารเห็นราคารถยนต์มือสองลดลง ความเสี่ยงจากด้านสินเชื่อ expected credit loss (ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น) ก็เพิ่มขึ้นทันที อัตราการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ ก็เลยลดลง และปีต่อไปจะเจออารมณ์อย่างนี้เยอะ”
“บริโภคและการผลิตเริ่มไม่ไปในทิศทางเดียวกัน จากอดีตการบริโภคโตเฉลี่ย 1.8% การผลิตโต 1.6% แต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา การบริโภคโตเฉลี่ย 2.1 % การผลิตโต 0.6% เป็นการสะท้อนกลับมาว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง และการกระตุ้นบริโภค ท่ามกลางการนำเข้าสินค้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งทำให้การนำเข้าสินค้าจีนมีมากขึ้น ซึ่งนอกจากภาคการผลิตและบริโภคแล้วปัญหานี้ยังกระทบไปถึงกลุ่มสินเชื่อด้วย ที่ทำให้การตั้งหนี้สงสัยจะสูญต้องเพิ่มขึ้นด้วย”
นโยบายการเงินต้อง Resiliency "ดอกเบี้ย" แก้ทุกอย่างไม่ได้
ดร.เศรษฐพุฒิ กล่าวอีกว่าคำว่า Resiliency ไม่ใช่แค่เสถียรภาพ (stability) แต่กว้างกว่านั้น คือ ทนทาน + ยืดหยุ่น + ล้มแล้วลุกเร็ว โดยเศรษฐกิจจะ resilient ได้ ต้องมี 3 องค์ประกอบ : (1) เสถียรภาพ (stability) (2) มีภูมิคุ้มกันทางการเงิน (buffer) และทางเลือกอื่น ๆ (option) (3) เติบโตจากโอกาสใหม่ (digital & transition)
ท่ามกลางโลกไม่นิ่งและมีความเสี่ยง การดำเนินโยบายในโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง จึงต้องดำเนินนโยบายแบบ Robust Policy ซึ่งเป็นนโยบายที่อาจจะเหมาะสมกับสถานการณ์หลายสถานการณ์ ไม่ใช่นโยบายที่เหมาะที่สุดในสถานการณ์ใดสถานการณ์เดียว ซึ่งเป็นนโยบายที่จะช่วยเรื่อง Resiliency ได้ดีกว่า โดยธปท.ใช้เครื่องมือที่หลากหลายไม่ใช่นโยบายใดนโยบายเดียว เช่น เรื่องของดอกเบี้ย
“ดอกเบี้ย ต้องใช้ในหลายบทบาท ต้องดูเสถียรภาพในประเทศ ดูเรื่องของเสถียรภาพนอกประเทศ ดูเรื่องของเจ้าหนี้ลูกหนี้ ดอกเบี้ยอย่างเดียวตอบโจทย์ทุกอย่างเป็นไปได้ยาก การดำเนินนโยบายให้มี Resiliency ธปท.ต้องเสริมอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย อาทิ มาตรการด้านการเงิน เช่น เรื่องของแก้หนี้ ที่เป็นมาตรการ macroprudential”
อย่างไรก็ดีเรื่องนโยบายการเงิน ธปท.จะดู Outlook Dependent มากกว่า Data Dependent เพราะการทำนโยบายภายใต้ข้อมูลที่ออกมาอย่างเดียวจะทำให้นโยบายขาดเสถียรภาพ ซึ่งการทำนโยบายจะต้องช่วยลดความเสี่ยง ลดความไม่แน่นอนให้ระบบ แต่หากทำให้ยิ่งเกิดความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น จะกลายเป็นว่านโยบายคือเหตุให้เกิดความไม่แน่นอน
“เรื่องหนึ่งที่ธปท.พยายามไม่ทำคือการไม่ให้ forward guidance หรือ การส่งสัญญาณให้ตลาดรับรู้ถึงแนวโน้นการดำเนินนโยบายมากเกินไป เพราะการทำนโยบายไปแล้วและจะต้องกลับลำภายหลังเป็นสิ่งที่ธปท.ไม่อยากเห็น และคงไม่เหมาะสม เพราะไม่ทำให้เศรษฐกิจไทยเกิด Resiliency”
ดร.เศรษฐพุฒิ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจ โดยเรื่องหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขาด Resiliency คือ เรื่องของหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง โดยที่ผ่านมาธปท.ได้ออกมาตรการที่เรียกว่า Responsible Lending และมีการติดตามมาโดยตลอด
“วันที่ 11 ธ.ค.นี้ ธปท.จะออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและเอสเอ็มอีเพิ่มเติม ขอให้ติดตามรายละเอียดต่อไป”
- ระบบเพย์เมนต์คือ Resiliency ของเศรษฐกิจไทย
ดร.เศรษฐพุฒิ กล่าวว่า มองว่าระบบเพย์เมนต์เป็นหนึ่งในช่องทาง Resiliency ของเศรษฐกิจไทย และสิ่งที่ทำมาต่อเนื่องคือการพัฒนาระบบพร้อมเพย์ข้ามประเทศที่จะเชื่อมโยงให้การจับจ่ายใช้สอยของรายย่อยได้สะดวก หนุนประเทศไทยที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยระยะข้างหน้าจะมีการเชื่อมในกลุ่มอาเซียน คือมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และอินเดีย หรือเรียกว่า Nexus โดยจะเริ่มได้ในปี 2569
นอกจากนี้ยังมีโครงการ mBridge ที่เป็นการทดสอบการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินดิจิทัล ที่ออกโดยธนาคารกลางระดับสถาบันการเงิน จะเริ่มให้บริการธุรกรรมเงินบาทได้ปลายปี 2568 รวมทั้งการตั้งกลไกค้ำประกันเครดิตที่ยืดหยุ่นขึ้น หรือ NaCGA โดยจะเปิดรับฟังความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ภายในกลางปี 2568 และยังมีโครงการ Your Data จะเริ่มรับส่งข้อมูลนอกภาคการเงินในปี 2568 และ ข้อมูลภาคการเงินในปี 2569 รวมทั้ง Virtual Bank ที่ประกาศผลการพิจารณาคัดเลือกกลางปี 2568 และเริ่มเปิดดำเนินการปี 2569 ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ภาคการเงินมี Resiliency มากขึ้น