โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เด็กชายวัย 7 ขวบ หลงป่า 5 วัน ใช้ทักษะเอาตัวรอด จนได้รับการช่วยเหลือ

Khaosod

อัพเดต 04 ม.ค. 2568 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2568 เวลา 07.27 น.

เมาคลีในชีวิตจริง! เด็กชายชาวแอฟริกันวัย 7 ขวบ หลงป่าในอุทยาน 5 วัน เต็มไปด้วยสิงโต-ช้าง ใช้ทักษะเอาตัวรอด จนได้รับการช่วยเหลือ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ติโนเตนดา พูดู เด็กชายได้รับการค้นพบว่ายังมีชีวิตอยู่ หลังจากรอดชีวิตมาได้ 5 วันในอุทยานแห่งชาติที่เต็มไปด้วยสิงโตและช้างทางตอนเหนือของซิมบับเว

ตามรายงาน เรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กน้อยเดินเตร่ไปในระยะทางอย่างน้อย 23 กม.จากบ้านหลงเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ จากข้อมูลของแอฟริกาพาร์ค อุทยานแห่งชาติมาตุซาโดนามีสิงโตอยู่ประมาณ 40 ตัวและเคยมีสิงโตอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกา ดังนั้น คนส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าชีวิตของเด็กอาจตกอยู่ในอันตรายได้

สมาชิกจากชุมชน Nyaminyami ในพื้นที่เริ่มจัดงานค้นหาและตีกลองทุกวันเพื่อพยายามนำเขากลับบ้านแต่ท้ายที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่อุทยานก็สามารถพบตัวเขาได้ โดยโชคดีที่ติโนเตนดามีทักษะการเอาตัวรอดที่แข็งแกร่งมาก ในช่วงไม่กี่วันนี้ของการหลงป่า ติโนเตนดาพบหินริมทะเลสาบ

โดยเขานอนบนหินดังกล่าวท่ามกลางเสียงสิงโตคำราม ช้างเดินผ่าน รวมไปถึงกินผลไม้ป่าประทังชีวิต นอกจากนี้ เขายังขุดบ่อน้ำเล็ก ๆ ลงไปในแม่น้ำที่แห้งแล้งด้วยไม้เพื่อให้เข้าถึงแหล่งน้ำดื่ม ซึ่งเป็นทักษะที่ได้รับการสอนในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง อีกทั้งติโนเตนดาได้ยินเสียงรถของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และวิ่งเข้าไปหา แต่พลาดไปอย่างหวุดหวิด

อย่างไรก็ตาม โชคดีที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากลับมาลาดตระเวนและพบ "รอยเท้ามนุษย์เล็ก ๆ ของเด็ก" จึงค้นหาในบริเวณนั้นจนกระทั่งพบเขา ทำให้เด็กน้อยกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ สำนักงานจัดการสวนสาธารณะและสัตว์ป่าซิมบับเวได้ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวกับบีบีซี แต่ระบุว่าเด็กชายคนดังกล่าวมีอายุ 7 ขวบ ไม่ใช่ 8 ขวบตามที่สมาชิกรัฐสภาแจ้ง และเดินไปห่างจากบ้าน 49 กิโลเมตร (30 ไมล์)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เด็กชายวัย 7 ขวบ หลงป่า 5 วัน ใช้ทักษะเอาตัวรอด จนได้รับการช่วยเหลือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...