ตราดยอดจองปีใหม่ทะลัก คาดรายได้ปี’67 เฉียด 2 หมื่นล้าน
สัมภาษณ์
การท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีบทบาทสำคัญยิ่งในการผลักดันการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวและเติบโต เพื่อสร้างรายได้ให้ตัวเลขกลับมาเทียบเท่าปี 2562 ช่วงก่อนโควิด-19 โดยภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวทั้งเม็ดเงิน และประกาศวันหยุดยาว คาดว่าทุกจังหวัดจะพยายามผลักดันตัวเลขรายได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ ว่าที่ ร.ต.กรกฎ โอภาส ผอ.ททท.สนง.ตราด ถึงโอกาสและทิศทางการเติบโตของการท่องเที่ยว จ.ตราด เมืองพักผ่อนกับธรรมชาติ เมืองปลอดภัย และแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน
ชูเป้า Wellness Tourism
ตั้งแต่ปี 2566 หลังสถานการณ์โควิด-19 การท่องเที่ยวของ จ.ตราดดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งหลัก ๆ 3 ประการ คือ อย่างแรกเป็นเมืองพักผ่อน ตากอากาศ มีธรรมชาติสมบูรณ์ทั้งทางบก ทางทะเล อาหารทะเลสด ๆ การท่องเที่ยวที่เน้นความปลอดภัย สะอาดดีต่อสุขภาพ เป็นเมืองโลว์คาร์บอน ไม่มีปัญหาฝุ่น PM 2.5
ประการต่อมามีการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ มีผลไม้ที่ผ่านการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) คือ สับปะรดสีทอง ทุเรียนชะนีเกาะช้าง ทุเรียนเขาบรรทัด และมีการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้านกัมพูชา เวียดนาม ทั้งทางบกและทางทะเล ทั้งหมดนี้ได้นำมาร้อยเรียงผนึกเป็นการท่องเที่ยว Wellness Tourism ที่ไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
แต่กระบวนการของการท่องเที่ยวนำไปสู่เป้าหมาย สุขภาพดี อากาศดี ความปลอดภัย ความสะอาด อาหารปลอดภัย อาหารเป็นยา ซึ่งเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชนใน จ.ตราด ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งที่จะพัฒนาสู่เป้าหมายเดียวกัน
“จ.ตราดไม่ได้ขายอีเวนต์ เพราะเป็นจังหวัดเล็ก ๆ อยู่ไกลจากกรุงเทพฯ เราไม่สามารถจัดอีเวนต์ใหญ่ ๆ ดึงให้คนมาเที่ยวได้ตลอดปี เหมือนเมืองท่องเที่ยวหลักที่จัดแล้วมี FC ตามไป เช่น การวิ่งเทรลทางเชียงใหม่ เชียงราย อีสาน พัทยา แต่มีการจัดอีเวนต์เล็ก ๆ ของจังหวัดที่ทำให้นักท่องเที่ยวสนใจและขยายวันพักมากขึ้นได้เล็กน้อย จากข้อมูลปี 2566 มีวันพักเฉลี่ย 3.2 วัน แต่ตัวเลขค่อนข้างยากที่จะขยับไป 3.3-3.4 วัน นอกจากมีการแข่งขันกีฬาระดับชาติ เช่น ปี 2568 จ.ตราดจะเป็นสถานที่จัดแข่งขันกีฬาเรือใบแห่งชาติ ทำให้มีการพักค้างนานวันขึ้น”
โอกาสท่องเที่ยวตราดโต
ปี 2567 มีปัจจัยบวกหลาย ๆ อย่างทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา จ.ตราดมากขึ้น ทั้งช่วงวันหยุดยาว การลดราคาน้ำมันดีเซล กระตุ้นให้ใช้รถยนต์เดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งปกติช่วงหน้าหนาวส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวไทยนิยมเดินไปภาคเหนือ แต่พอมีสถานการณ์น้ำท่วม ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และเหตุการณ์น้ำท่วมทางภาคใต้ นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปทะเลเปลี่ยนมาเที่ยวภาคตะวันออก จึงเป็นโอกาสของภาคตะวันออก และ จ.ตราดอยู่ใกล้ทะเล มีทั้งเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก ที่เดินทางไปได้อย่างสะดวก
รวมทั้งสื่อโซเชียลทั้งเพจ เฟซบุ๊ก ที่ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวและ ททท.สนง.ตราด เข้าช่วยกันตอบคำถาม โพสต์คอนเทนต์ต่าง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาอัพเดตสถานการณ์ได้ตลอด ทำให้มีความรู้สึกเชื่อมั่น เป็นซอฟต์พาวเวอร์ดึงดูด กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและเพิ่มความถี่มากขึ้น และช่วงเดือนตุลาคมปิดภาคเรียนทำให้มีการเดินทางมา จ.ตราดมากขึ้น
และเดือนพฤศจิกายน เกาะกูดที่มีกระแสข่าวปัญหาการเมืองที่ทำให้คนสนใจ ผู้บริหารรัฐบาลระดับสูงหลายกระทรวงได้ลงพื้นที่ยืนยันความปลอดภัยและเชิญชวนให้มาท่องเที่ยว ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวเดือนตุลาคม 269,425 คน รายได้เฉลี่ย 2,181.98 ล้านบาท อัตราเข้าพักเฉลี่ย 64.53% และเดือนพฤศจิกายน นักท่องเที่ยว 257,876 คน รายได้เฉลี่ย 2,401.70 ล้านบาท อัตราเข้าพักเฉลี่ย 64.04%
ปีใหม่แห่เที่ยวเกาะทะลัก
ททท.สนง.ตราดจับมือเครือข่ายภาครัฐ เอกชน เร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เดินทางต่อเนื่อง แต่ตัวเลขปี 2566 นักท่องเที่ยว 1.8 ล้านคน รายได้ 13,718.88 ล้านบาท ยังไม่เท่าก่อนโควิด-19 ปี 2562 นักท่องเที่ยว 2.2 ล้านคน รายได้ 19,989.90 ล้านบาท เพราะนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังไม่กลับมา 100% ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2567 ท่องเที่ยวของ จ.ตราดเติบโตมาตลอด
เนื่องจากมีวันหยุดยาว ช่วงปิดเทอม และเดือนพฤศจิกายนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว เป็นช่วง High Season นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาพักผ่อนกับธรรมชาติตามเกาะต่าง ๆ ทั้งเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก ด้วยความสวยงามตามธรรมชาติและการเดินทางที่สะดวกสบาย ทั้งทางรถยนต์ และมีเรือโดยสารข้ามไปเกาะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเกาะกูดปีนี้มาแรง จากปัญหาทางการเมืองที่หลายคนสนใจกลับเป็นการโปรโมตให้นักท่องเที่ยวรู้จักมากขึ้น
“ช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ 8 วัน อาจจะมีการลาหยุดคร่อม ตอนนี้ห้องพักของจังหวัดตราด โดยเฉพาะตามเกาะหมาก เกาะกูด ถูกจองเกือบเต็ม 100% แล้ว จริง ๆ เต็มมาตั้งแต่ก่อนวันหยุดยาวนี้จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 37,913 คน สร้างเม็ดเงินให้ จ.ตราด ประมาณ 323.90 ล้านบาท และเชื่อว่านักท่องเที่ยวจะไม่โอเวอร์โหลดทั้งที่เกาะกูดและเกาะหมาก เพราะถูกจำกัดด้วยจำนวนที่พักที่รองรับ เกาะหมากมี 700 ห้อง เกาะกูด 1,600 ห้อง นักท่องเที่ยวไม่สามารถกางเต็นท์นอนตามชายหาดได้ การเดินมาพักเกาะต้องพักโรงแรม ส่วนเกาะช้างมีที่พัก 7,000 ห้อง หากนักท่องเที่ยวจำนวนมากโอเวอร์ดีมานด์ ไม่มีที่พักสามารถเดินทางไป-กลับได้”
ตราดท่องเที่ยวโตทะลุเป้า
ปี 2567 จ.ตราด นักท่องเที่ยวเกินเป้าหมายที่ ททท.ตั้งไว้ คือ จำนวนนักท่องเที่ยว ประมาณ 1,706,623 คน รายได้ ประมาณ 14,227 ล้านบาท
จากตัวเลขเดือน ม.ค.-ต.ค. 67 จำนวนนักท่องเที่ยว 1,887,918 คน รายได้ 15,007.27 ล้านบาท และเดือนพฤศจิกายนมีจำนวนนักท่องเที่ยว 257,876 คน รายได้ 2,401.70 ล้านบาท คาดการณ์เดือนธันวาคม 2567 นักท่องเที่ยว ประมาณ 280,000 คน รายได้ ประมาณ 2,607.76 ล้านบาท สูงกว่าพฤศจิกายน 8.58% เปรียบเทียบปี 2562 ก่อนโควิด-19 จำนวนนักท่องเที่ยว 2,278,251 คน รายได้ 19,989.90 ล้านบาท ปี 2567 คาดการณ์ภาพรวมอย่างไม่เป็นทางการจำนวนนักท่องเที่ยว ประมาณ 2,301,033 คน เพิ่มขึ้น 1% รายได้ ประมาณ 18,790.51 ล้านบาท ลดลง 6% เนื่องจากหลายองค์ประกอบ
เช่น สภาพเศรษฐกิจ และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวใช้จ่ายประหยัด ปี 2562 ค่าใช้จ่ายต่อทริป 8,653.01 บาท/คน/ทริป ปี 2567 ลดลง 7,949.11 บาท/คน/ทริป และปี 2568 เป้าหมาย ททท.การเติบโตของการท่องเที่ยวต้องเท่ากับหรือสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19
เกาะช้างไฮไลต์ ดึงนักท่องเที่ยวจีน
สนง.ททท.ในต่างประเทศทุกแห่งได้โปรโมตการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรป อเมริกา รัสเซีย ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก เริ่มเข้ามามากแล้ว แต่ฟรีวีซ่า จ.ตราด เป็นเมืองรองไม่ได้รับผลบวกมากนัก ตามแผนการดำเนินงานปี 2568 ททท.สำนักงานคุนหมิง จัดโครงการ Amazing Thailand Once in a Lifetime สําหรับกลุ่มเป้าหมาย First Visit จัดกิจกรรม AET Fam Trip
โดยนำผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว 5 รายในมณฑลยูนนาน กว่างซี และกุ้ยโจว ที่ทำตลาดกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มพิเศษ (Active Senior) เดินทางสำรวจเส้นทาง ที่พัก สินค้าและบริการท่องเที่ยวตามเส้นทาง กรุงเทพฯ-ระยอง-ตราด-พัทยา ระหว่างวันที่ 18-23 ธันวาคม 2567 เพื่อเป็นข้อมูลทำแพ็กเกจท่องเที่ยวเสนอขาย มีทั้งการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์และคาราวาน
โดยคณะเดินทางเข้าในพื้นที่เกาะช้าง สำรวจสินค้าและบริการท่องเที่ยว มีกิจกรรมดำน้ำตื้น ตกปลาหมึก โดยทำการสำรวจโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่บ้านน้ำเชี่ยว บ้านธรรมชาติล่าง โดยมีกิจกรรม DIY ทำขนมพื้นบ้านและทำผ้ามัดย้อมจากธรรมชาติ ในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ (Slow Life) อยู่กับธรรมชาติบรรยากาศเงียบสงบ ในมุมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ได้รับการชื่นชมและตอบรับเป็นอย่างดี
“บริษัทนำเที่ยวเห็นว่า จ.ตราด เป็นการท่องเที่ยวที่ต่างไปจากเมืองหลัก ๆ ที่เคยพานักท่องเที่ยวมา และชื่นชอบกับการพักผ่อนกับธรรมชาติ บรรยากาศเงียบสงบ เป็นโอกาสที่จะดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเป็นกรุ๊ปทัวร์ บินตรงสู่สนามบินอู่ตะเภามาเที่ยวภาคตะวันออก หรือขับรถยนต์มาเป็นกลุ่มคาราวานเล็ก ๆ 4-5 คัน เข้ามาทางด่านภาคเหนือ ภาคอีสาน พฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นกรุ๊ปทัวร์ กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มที่มีเงิน จะเลือกใช้บริการจากเอเย่นต์ที่เชื่อถือได้ ฟรีวีซ่าจะมีส่วนสนับสนุนด้วย โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหารที่เกาะช้าง
และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนใน จ.ตราด ต้องปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์ไตล์ของนักท่องเที่ยวจีน ผลิตคอนเทนต์สินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้า และมีป้ายภาษาจีนสื่อสารในสถานที่กิจกรรมต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวมาสัมผัส เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่ายินดีต้อนรับและสร้างความประทับใจ”
เปิดเที่ยวปลอดภัยยามค่ำ
เกาะหมาก แหล่งท่องเที่ยวโลว์คาร์บอนติดอันดับโลก Top 100 Green Destination ปี 2565 จูงใจนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เกาะกูด ติดอันดับ 1 ใน 10 ขึ้นเทรนด์ Search ค้นหาชื่อใน Google จากข่าว MOU44 เป็นโอกาสที่ ททท.สนง.ตราด และผู้ประกอบการจะพรีเซนต์ ทำคอนเทนต์ไปเที่ยวเกาะกูด กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมชอบทะเลให้ความนิยมเป็นอันดับแรก ภาพลักษณ์ที่ไปต่อได้ คือ มาตรฐานความปลอดภัย นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเกาะกูด เกาะหมาก ชอบเดินเล่น ขี่จักรยาน การสร้างเมืองปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นมีความสำคัญมาก อันตรายต่าง ๆ
ทั้งการจราจร ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เกาะกูด เกาะหมากมีความปลอดภัยสูงเป็นจุดแข็งอยู่แล้ว ทำอย่างไรจะสร้างการรับรู้ความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถเดินจากรีสอร์ตไปร้านอาหารได้ในยามค่ำคืน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวผู้หญิงที่มาเที่ยวคนเดียว ความปลอดภัยนี้จะเป็นจุดขาย-จุดแข็ง
ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวไปลงเกาะ ในตัวเมือง จ.ตราดมีชุมชนเล็ก ๆ ในตัวเมืองที่เงียบสงบ มีวิถีชีวิตของผู้คน ตามตรอกซอย อันเป็นเสน่ห์น่าสนใจ ตกแต่งไฟไลต์อัพ ส่องสว่าง ใช้ไฟดวงเล็ก ๆ สะท้อนเอกลักษณ์ของจังหวัดประดับทุกถนนเต็มเมือง ให้เห็นความสวยงาม แปลกตา ทำให้เมืองน่าเที่ยวยามค่ำคืน
ให้นักท่องเที่ยวเดินเล่น หรือปั่นจักรยาน ดูตัวเมืองยามค่ำคืน ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายเพราะกลางวันอากาศร้อน ททท.มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวยามค่ำคืนเพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ และผู้ประกอบการยินดีที่จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนสร้าง จ.ตราดเป็นเมืองพักผ่อนจริง ๆ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตราดยอดจองปีใหม่ทะลัก คาดรายได้ปี’67 เฉียด 2 หมื่นล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net