โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่อง 15 หุ้นเด่นรับอานิสงส์ ‘ทรัมป์’ ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 พ.ย. 2567 เวลา 00.58 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2567 เวลา 00.58 น. • The Bangkok Insight

ส่อง 15 หุ้นเด่นรับอานิสงส์ "โดนัลด์ ทรัมป์" ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

KSecurities ระบุว่า Donald Trump ประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐอเมริกา พร้อมจับตาหุ้นไทยที่ได้ประโยชน์ ผลการเลือกตั้งล่าสุดในสหรัฐ บ่งชี้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งและจะขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐ ซึ่งจะทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีคนที่สองในประวัติศาสตร์สหรัฐที่ดำรงตำแหน่งในวาระสองแบบไม่ติดต่อกัน ต่อจาก โกรเวอร์ คลีฟแลนด์

หุ้นเด่น

ผลการเลือกตั้งสะท้อนถึงความไม่พอใจต่อการบริหารงานของประธานาธิบดีโจ ไบเดนจากพรรคเดโมแครต แม้ว่าไบเดนจะไม่ลงสมัครเป็นสมัยที่สองและได้เสนอคามาลา แฮร์ริสเป็นตัวแทน แต่ก็ไม่สามารถบรรเทาความไม่พอใจของประชาชนได้

ประเด็นหลักที่ชาวอเมริกันให้น้ำหนักในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้แก่ ประเด็นวิถีประชาธิปไตย, ภาวะเศรษฐกิจ และการอพยพของย้ายถิ่นฐานของคนต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและตลาดแรงงานที่ชะลอตัวในช่วงที่ไบเดนดำรงตำแหน่ง ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ลงคะแนนรู้สึกว่าฐานะทางการเงินของตนแย่ลงเมื่อเทียบกับสี่ปีที่แล้ว และราว 60% ไม่พอใจต่อผลงานของไบเดน

หุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มเผชิญกับความผันผวนสูงขึ้นในระยะสั้น

ในระยะสั้น เรามองว่าสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นในตลาดเกิดใหม่อาจมีการตอบสนองเชิงลบ ขณะที่หุ้นในสหรัฐฯ อาจได้รับแรงหนุน เนื่องจากนโยบายการค้าของทรัมป์คาดว่าจะเข้มงวดกว่านโยบายของคามาลา แฮร์ริส โดยมีแผนจะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 60% และเพิ่มภาษีเป็น 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังมีแผนลดอัตราภาษีของภาคธุรกิจและขยายมาตรการลดภาษีที่ได้เริ่มในปี 2560 นโยบายเหล่านี้อาจส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และส่งผลกระทบเชิงลบต่อหุ้นในตลาดเกิดใหม่

ความเสี่ยงปานกลางจากการแข็งค่าของดอลลาร์และการเทขายหุ้น

แม้ว่าเงินดอลลาร์อาจแข็งค่าในช่วงหลังการเลือกตั้ง แต่คาดว่าอาจกลับมาอ่อนค่าในช่วงต้นปีหน้าได้ โดยเราประเมินว่าความเสี่ยงในการอ่อนค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์จะอยู่ในกรอบจำกัดหลังอ่อนค่ามาเร็วและแรงแล้ว โดยคาดอาจแตะระดับสูงกรอบบนที่ราว 34.5-35.0 บาท ในช่วงปลายปี 2567 เป็นแนวต้านสำคัญ เช่นเดียวกันกับ SET Index หากมีการปรับตัวลงอาจเป็นโอกาสในการสะสม จากสถิติในอดีต SET Index มักผันผวนก่อนที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ในช่วง 1-2 เดือนหลังการเลือกตั้งสหรัฐ

หุ้นเด่น

กลุ่มหุ้นที่เรามองจะได้ประโยชน์ คือ

  • กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม : AMATA WHA (จากประโยชน์ของกระแสย้ายฐานการผลิตมายังไทย)
  • กลุ่มส่งออก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ : DELTA HANA KCE (จากประโยชน์ของกระแสการย้ายคำสั่งซื้อสินค้า)
  • อาหาร : CPF TU ASIAN ITC AAI
  • ยางและผลิตภัณฑ์ : STA STGT
  • กลุ่มธนาคารและประกัน : BBL TLI BLA (จากประโยชน์ของดอกเบี้ยต่างประเทศปรับตัวขึ้น)

มุมมอง KS ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

แม้นโยบายของทรัมป์ระยะสั้นอาจมองเป็นบวกต่อหุ้นสหรัฐฯและต่อคนอเมริกัน (American first) จากการลดภาษีบุคคลและภาษีธุรกิจ การมุ่งเน้นฟื้นตลาดแรงงาน ลดการอพยพผิดกฎหมาย ลดการขาดดุลการค้า ลดการสนับสนุนทางการเงินและทางการทหารให้กับต่างชาติ

แต่ในระยะกลางยาว นโยบายของทรัมป์อาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาจากตลาดแรงงานที่ตึงตัวขึ้น ต้นทุนราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ด้านการขาดดุลการค้าเองก็พิสูจน์แล้วภายหลังสงครามการค้ารอบแรกว่าการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯไม่ได้ลดลงภายใต้การดำเนินกลยุทธ์ปกป้องการค้าด้วยการขึ้นภาษีนำเข้า

ดังนั้นระยะกลางไปเรายังคงมุมมองระมัดระวังต่อสำหรับภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังมีความท้าทายและนโยบายทรัมป์ยังต้องได้รับการพิสูจน์ว่าจะมีประสิทธิภาพเพียงพอให้เศรษฐกิจสหรัฐกลับมาเร่งตัวหลักเลียงการเกิดภาวะชะลอตัวได้หรือไม่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...