โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PTTEP กางแผนลงทุน 5 ปี (68-72) ใช้เงินกว่า 3.35 หมื่นล้านเหรียญ หวังดันยอดขายเฉลี่ย 5.07-5.81 แสนบาร์ต่อวัน

Share2Trade

อัพเดต 20 ธ.ค. 2567 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 03.00 น. • Share2Trade

นางชนมาศ ศาสนนันทน์) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า ขอแจ้งแผนการดำเนินงานประจำปี 25668 ของ ปตท.สผ. และบริษัทย่อย (ปตท.สผ.) ภายได้แผนกลยุทธ์ Drive-Decarbonize-Diversify เพื่อขับเคลื่อนและเพิ่มมูลค่าธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593

รวมถึงขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transtion) โดยจัดสรรงบประมาณประจำปี 256668 รวมทั้งสิน 7,819 ล้านดอดลลาร์ สรอ. ประกอบด้วยรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) จำนวน 5,299 ล้านดอลลาร์ สรอ. และรายจ่ายดำเนินงาน (Operarating Expenditure) จำนวน 2,520 ล้านดอลลาร์ สรอ.

PTTEP กางแผนลงทุน 5 ปี (68-72)S2T (เว็บ)0.jpg

โดย เป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ยังคงมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งและขยายการลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในต่างประเทศ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยาว โดยให้ความสำคัญกับแผนงานหลัก ดังนี้

1. เพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียมจากโครงการปัจจุบัน โครงการผลิตหลักที่สำคัญเพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ได้แก่ โครงการจี 1/61 (แหล่งเอราวัณ) โครงการจี 2/61 (แหล่งบงกช) โครงการอาทิตย์ โครงการเอส 1 โครงการคอนแทร็ค 4 โครงการพื้นที่พัฒนาร่วม ไทย-มาเลเชีย และโครงการซอติก้าและโครงการยาดานาในประเทศเมียนมาที่มีการนำก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้เข้ามาใช้ในประเทศไทย

อีกทั้ง โครงการผลิตหลักในต่างประเทศที่สำคัญ เช่น โครงการในประเทศมาเลเซีย และประเทศโอมาน โดยได้จัดสรรรายจ่ายลงทุน จำนวน 3,676 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีแผนงานสำหรับกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยครอบคลุม Scope 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและ Scope 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน ในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการ (Operational Control)

พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายระหว่างทาง (Interim Targel) ในการลดปริมาณความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission Intensity) จากปีฐาน 2563 ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และร้อยละ 50 ภายในปี 2573 และ 2583 ตามลำดับ โดยได้ตั้งงบประมาณสำหรับกิจกรรมลดการปล่อยล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2568 ทั้งสินจำนวน 77 ล้านดคคลลาร์ สรอ.

2. เร่งผลักดันโครงการหลักที่อยู่ในระยะพัฒนา (Development Phase) ได้แก่ โครงการสัมปทานกาชา โครงการอาบูดาปี ออฟซอร์ 2 โครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 และโครงการพัฒนาในประเทศมาเลเชีย เช่นโครงการมาเลเซีย เอสเค405ปี โครงการมาเลเซีย เอสเค417 และโครงการมาเลเซีย เอสเค438 เป็นต้น ให้สามารถริ่มการผลิตได้ตามแผนงาน โดยจัดสรรรรรรายจ่ายลงทุนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,464 ล้านดอลลาร์ สรอ.

3. เร่งดำเนินการสำรวจในโครงการปัจจุบัน ทั้งโครงการที่อยู่ในระยะสำรวจ โครงการในระยะพัฒนา รวมถึงโครงการที่ดำเนินการผลิตแล้ว เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยจัดสรรรรายจ่ายลงทุนจำนวน 127 ล้านดอลลาร์ สรอ. สำหรับการเจาะหลุมสำรวจและประเมินผลของโครงการในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และประเทศเมียนมา

ทั้งนี้งบประมาณ 5 ปี (ปี 2568 – 2572) ที่ได้จัดสรรไว้เพื่อรองรับการดำเนินงานตามแผนงานข้างต้น มีรายละเอียดดังนี้ โดยแบ่งเป็นรายจ่ายลงทุน ตั้งแต่ในปี 2568-2572 รวมจำนวน 21,249 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นรายจ่ายดำเนินงานรวมจำนวน 12,338 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดแล้วรวมเป็นรายจ่ายทั้งสิ้น 33,587 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยงานแผนงานและการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว บริษัทคาดการณ์ปริมาณปิโตรเลียมในปี 2568-2572 ดังนี้ โดยในปี 2568 คาดการณ์ปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 5.07 แสนบาร์ต่อวัน ปี 2569 ที่ 5.41 แสนบาร์ต่อวัน ปี 2570 ที่ 5.28 แสนบาร์เรลต่อวัน ปี 2571 ที่ 5.85 แสนบาร์เรลต่อวัน และปี 2572 ที่ 5.81 แสนบาร์เรลต่อวัน

ทั้งนี้ ปตท.สผ. ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้เริ่มดำเนินการขยายไปสู่ธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จึงได้สำรองงบประมาณ 5 ปี (2568-25-2572) เพิ่มเติมจากงบประมาณข้างต้นอีกจำนวน 1,747 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานลมนอกชายฝั่ง ธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS as a Service) ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน

รวมไปถึงการลงทุนในธุรกิจและเทคโนโลยีผ่านบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงานในรูปแบบ Corporate Venture Capital (CVC) ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมขององค์กรในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำในอนาคต พร้อมกับการดูแลสังคมและชุมชนโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท เพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...