โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่เสือแซ่บ ‘ฮันนี่ ภัสสร’ ย้อนเล่าเส้นทางวงการบันเทิง กับการเป็น 'เซ็กซี่สตาร์' ในอดีต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ธ.ค. 2567 เวลา 08.49 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2567 เวลา 08.49 น.

แม่เสือแซ่บ ‘ฮันนี่ ภัสสร’ ย้อนเล่าเส้นทางวงการบันเทิง กับการเป็น ‘เซ็กซี่สตาร์’ ในอดีต

มีผลงานภาพยนตร์ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอีกแล้ว สำหรับ นักแสดง-นักร้องรุ่นใหญ่ฮันนี่ ภัสสร บุณยเกียรติ ที่ล่าสุดก็พลิกบทบาทสุดๆ ในภาพยนตร์ตลกคอมเมดี้ แอ๊กชั่น ดราม่า ส่งท้ายปีจากค่าย Monwichit เรื่องผู้บ่าวนิกะห์ กับบทบาทของ แม่นี ที่ต้องพูดภาษาอีสานเป็นครั้งแรก โดยเจ้าตัวได้เล่าให้ฟังว่า

“อยากจะบอกว่า เป็นหนังที่น่ารัก เป็นวัฒนธรรมอีสานและอิสลาม มาจูนให้เจอกันได้อย่างไร ความสวยงาม การเล่าเรื่อง ความสนุกของนักแสดง เรื่องราวต่างๆ ที่ตลก ความเหนื่อยของคนเล่น หัวเราะเหนื่อยค่ะ”

กับการต้องมาพูดอีสาน ฮันนี่ ก็ว่าเป็นหนึ่งใน ‘ความยาก’ ของเรื่องนี้ “คือยังไงก็พูดไม่ได้ มันดูปลอมมาก พี่เกรียงไกร (เกรียงไกร มณวิจิตร-ผู้กำกับ) ก็บอกว่าไม่เป็นไร เขาก็ใจเย็นมากนะ เราไม่ใช่คนท้องถิ่นก็ฝึกไป”

และสุดท้ายก็ได้ ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร และ ตาต้า ชาติชาย ชินศรี ช่วยฝึกให้ พร้อมออกตัวว่า “พูดไม่ได้จริงๆ กลัวภาพออกไป แล้วคนคิดว่านี่เหรอพูดอีสาน ก็บอกไว้ก่อนว่าไม่ได้นะ แต่เขาช่วยๆ กัน”

ก่อนจะเล่าถึงวัฒนธรรมของทั้ง 2 ภาคที่ต้องมาบรรจบกันด้วยความรักของคู่พระนางว่า “รู้สึกว่าน่ารัก วัฒนธรรมของเขาน่ารักมาก เกี่ยวกับการผูกข้อไม้ข้อมือ การแต่งงานที่มีความเป็นไปได้จริงๆ สวยงามแบบนั้น อย่างเรายังไม่เคยเห็น ฮันนี่คิดว่าอีกหลายๆ คนก็คงยังไม่เคยเห็นพิธีสวยๆ แบบนี้ อีกอย่างคิดว่าพี่เกรียงสามารถทำให้ทุกคนดูได้ว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นอย่างนี้จริงๆ เหรอ”

“แล้วตัวฮันนี่ยังมีการไปสัมผัสกับทางด้านภาคใต้ จ.ปัตตานีด้วย ทุกอย่างคืออลังการ เราก็ตกใจ เขาทำขนาดนี้เลยเหรอ สวยงามมาก สวยงามหมดเลย ต้องดู”

“บอกเลยเรื่องราวที่ทุกข์ร้อน ความเศร้าที่ผ่านมาของปีที่ผ่านมานี้จะหมดไปเมื่อได้ดูผู้บ่าวนิกะห์ มาดูกันนะคะ”

ทั้งนี้เมื่อชวนย้อนเล่าถึงเส้นทางที่เข้าวงการบันเทิงมาเป็นนักร้อง-นักแสดงอย่างทุกวันนี้เจ้าตัวก็เล่าว่า “ก็เรียนหนังสือปกติ”

“แต่คุณป้าชอบการประกวดงานกาชาด ก็เลยเอาฮันนี่ไปประกวด แล้วป้าก็บอกว่ามีประกวดนางสาวไทยมาทางนี้ดีกว่า ก็ต้องลางานเพื่อมาประกวด เขาก็มีบทบาทในครอบครัวที่จะชอบวางแผนให้ทำสิ่งต่างๆ พอเข้าวงการนางงามก็เลยมาเป็นแบบนี้”

จากนั้นก็ได้โอกาสเริ่มแสดงละครโทรทัศน์เรื่อง‘ช่อปาริชาต’ ทางช่อง 7 สี และแสดงภาพยนตร์เรื่อง ‘นักเลง’ และ‘แม่เบี้ย’ จนได้รับรางวัลตุ๊กตาเงิน และรางวัลตุ๊กตาทอง ในปีเดียวกัน

“คุณแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) เห็นว่าเราเป็นคนที่ทำงานง่าย ก็ให้มาเล่นหนัง ละครเราเป็นคนไม่มีปัญหาในการทำงานเป็นคนที่รักในการทำงานมาก แล้วกลายเป็นว่าเป็นสิ่งที่คุ้นเคย ทำให้เรารู้สึกว่านี่คือตัวเราที่เป็นแบบนี้”

เมื่อเป็นดารานักแสดง งานที่ตามมาก็คือโชว์ตัวร้องเพลง จนได้มีโอกาสมาทำเพลงเป็นของตัวเองกับอัลบั้ม ‘ดวงตาข้างขวาของฉันคล้ายเป็นเนื้อเยื่อพิเศษ’ ที่มีเพลง เสือ เป็นเพลงดังที่ใครๆ ที่ร้องตามได้ และชุดลายเสือก็เป็นอันฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง

“เพลงเสือที่พีค คือทุกคนต้องการให้ไปโชว์ ไปร้องคอนเสิร์ตทุกที่ ติดต่อมาสารพัดที่ งานแน่นทุกวัน ใช้เป็นโฆษณาทีวีก็มี ก็เป็นแบบนี้มาตลอด ก็เป็นอันดับต้นๆ คือ เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ได้ว่าดังมากเพลงนี้ แต่ในทุกวันนี้เพลงนี้ก็ยังมีคนจำได้ มีคนพูดว่าฮันนี่เป็นเสือ”

กับอีกหนึ่งภาพจำของ ฮันนี่ ภัสสร ก็คือความเป็นเซ็กซี่สตาร์ ในยุคนั้น ที่เจ้าตัวก็เล่าให้ฟังว่าติดมาจากบท ‘เมขลา’ ในเรื่อง แม่เบี้ย ที่มีฉากเลิฟซีนแม้ว่าจะมีสแตนด์อินแต่ในยุคนั้นก็ถือว่าฮือฮาไม่น้อย ลากยาวมาจนการถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำ“ความที่เราเป็นนางงาม เราเคยใส่ชุดว่ายน้ำมาแล้ว เราก็ใส่อีกได้”

“จริงๆ เป็นคนโชคดีที่ไม่มีการโดนว่า ด้วยหนึ่งช่างภาพคือพี่บี๋ (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) ถ้าเป็นช่างภาพคนอื่นก็คงโดนด่าว่าแต่งตัวโป๊ แต่เป็นพี่บี๋ทุกคนก็ไม่กล้าพูด ก็กลายเป็นงานสวย มีศิลปะ แต่ก็ยังไม่เคยแก้ผ้า ทุกอย่างจะมีการปกปิด”

ซึ่งก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการได้รู้จักกัน “ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นแฟนกันค่ะ แต่ก็ชอบเขาที่เป็นคนมีเสน่ห์ เป็นคนที่ใส่ใจการทำงาน”

จนกระทั่งวันที่ฝ่ายชายกลับมาโสดอีกครั้ง และแม้ว่าจะได้ยินกิตติศัพท์ความเจ้าชู้มาโดยตลอด “ก็มีคนทักมาบอกว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้ คนมาชอบเขาเยอะ ใครๆ ก็เข้าหาเพราะผู้ชายเซ็กซี่ ตี๋ฝรั่ง เป็นที่หมายปองของคน ก็เห็นกับตาเหมือนกัน จะมีนางแบบฝรั่งเข้ามาหา แต่เราไม่ได้คิดอะไร”

รวมถึงยังไม่เคยได้เห็นด้วยตาตัวเอง “เท่าที่เห็นไม่มีเลย เห็นแค่คนเข้ามาหาเขาเอง แต่คนของเราไม่ได้ไปหาเขา ที่เราเห็นจะเป็นแบบนั้นมากกว่า แต่ถ้าเขาไปกับใคร ไม่มีค่ะ ไม่ชอบด้วยซ้ำ ถ้าเสร็จงานเขากลับบ้าน ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้”

จนสร้างครอบครัวด้วยกันก็ต้องมีการปรับตัวเข้าหากันเป็นเรื่องปกติ “ก็ต้องเข้าใจในจุดของเขาว่าเรื่องนี้เขาขอ เราก็ให้ ส่วนที่เหลือเรื่องการงานเขาจะไม่ยุ่ง แต่ ณ เวลานี้ที่รู้จักกันมา เราก็จะดูเรื่องคิวให้ นอกนั้นก็เขาตัดสินใจเอง งานนี้รับไหม ฮันนี่จะดูคิวเอง”

เรียกว่าครองคู่กันมาอย่างยาวนานจนตอนนี้ลูกชาย อินดี้ อินทัช เหลียวรักวงศ์ เข้าวงการเป็นพระเอกแบบเต็มตัวแล้ว “เราเลี้ยงเอง ไม่มีพี่เลี้ยง ดูแลเอง สนุก เหมือนลูกฝรั่ง ไปที่ไหนก็ดูแลเอง ก็จะมีแม่บ้านอีกคนคอยช่วย ตอนนั้นก็หยุดงานระยะนึง 3-4 ปี”

เมื่อถามว่าในมุมมองของแม่ มองว่าอินดี้เป็นอย่างไรบ้าง? “เขาก็เรื่อยๆ ก็อินดี้สมชื่อ ไปชิลๆ ตามเรื่องถ้ายังไม่มีงานก็ไปออกกำลัง เพราะที่เห็นเขาก็ตัวใหญ่ เข้าฟิตเนส ให้คุมลงไป 10 กิโลกรัม ให้เขาลดความอ้วนเพื่อเวลามีงานจะได้ดูดี พร้อมเวลาทำงาน”

ในช่วงที่ลูกชายเข้าวงการบันเทิงใหม่ๆ และมีกระแสข่าวต่างๆ นั้น ฮันนี่ ก็ว่า “เขาไม่ค่อยได้เอาเรื่องนี้มาคุย ถ้าเป็นแนวนี้จะคุยกับเพื่อนมากกว่า ถ้าสิ่งที่เขาเล่นละคร เขาก็จะสนิทกับนักแสดงอื่นๆ”

ที่จะมาปรึกษาจริงๆ จะเป็นเรื่องงาน คิวงาน ว่าเหมาะสมไหม แต่เรื่องผู้หญิงไม่เคยมาถามไม่เคยยุ่ง นอกจากเขาจะพามาแนะนำ “จริงๆ ฮันนี่ไม่มีข้อกำหนด เพราะเข้าใจว่าอินดี้เขาอยากได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ผู้หญิงแบบนี้ ชอบแบบนี้ ฮันนี่เฉยๆ ถ้าลูกชอบ”

“เพียงแต่ว่าตอนนี้ ควรจะทำงานไปก่อน จากงานที่เราไม่ค่อยมี เราก็ต้องยิ่งอยู่นิ่งๆ อย่าเพิ่งมีอะไรมากกว่านี้ การที่จะดูแลใครสักคนเราต้องดูแลตัวเองให้ได้ก่อน”

การเป็นแม่ เราห่วงอะไรในลูกชายมากที่สุด? “ห่วงทุกเรื่อง เพียงแต่เขาจะเปิดให้เราห่วงเรื่องอะไรมากกว่ากัน ก็เป็นห่วงการขับรถ แต่อาหารไม่ได้ห่วง เพราะเขามีเทรนเนอร์ในการดูแล เรื่องสภาพจิตใจ เรื่องการงาน ทุกอย่างทั้งหมด”

เรียกว่าเป็นเรื่องปกติของคนที่เป็นแม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่เสือแซ่บ ‘ฮันนี่ ภัสสร’ ย้อนเล่าเส้นทางวงการบันเทิง กับการเป็น ‘เซ็กซี่สตาร์’ ในอดีต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...