เบื้องหลัง 'แจ๊ะ 007' ตะลุยกัมพูชา สวมวิญญาณหมาล่าเนื้อ ร่วมจับ 'จ่าเอ็ม' มือสังหาร 'ลิม กิมยา'
บทความโล่เงิน
เบื้องหลัง ‘แจ๊ะ 007’ ตะลุยกัมพูชา
สวมวิญญาณหมาล่าเนื้อ
ร่วมจับ ‘จ่าเอ็ม’ มือสังหาร ‘ลิม กิมยา’
“ปม” สังหาร นายลิม กิมยา ชาวกัมพูชาสัญชาติฝรั่งเศส อดีต ส.ส.พรรคกู้ชาติ ฝ่ายค้านกัมพูชา อย่างอุกอาจ บริเวณวงเวียน 13 ห้าง ถนนสิบสามห้าง แขวงบวรเดช เขตพระนคร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 มกราคม เวลาประมาณ 17.45 น. ที่ผ่านมา
ดูเหมือนคำสัมภาษณ์ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ยังคาใจประชาชนที่ติดตามข่าว
ระบุสาเหตุการลั่นไกนักการเมืองกัมพูชาผู้นี้มาจากความแค้นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องประเด็นการเมือง
เป็นไปทิศทางเดียวกับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า รัฐบาลกัมพูชาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการลอบสังหาร และสมเด็จฮุน เซน บิดา ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง
พร้อมทั้งย้อนถามว่า รัฐบาลกัมพูชาโง่ขนาดนั้นเลยหรือ เพราะหากมีการวางแผนก่อเหตุฆาตกรรม ก็คงไม่จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยและส่งตัวให้ตำรวจไทยเพื่อดำเนินการสอบสวน
อย่างไรก็ตาม เวลาที่ผ่านไป และข้อเท็จจริงจะค่อยๆ ทยอยออกมาคลาย “ปม” คาใจนี้ได้
ขณะเดียวกันมีรายงานหน่วยงานความมั่นคงอีกกระแสหนึ่ง ระบุ ระยะหลัง นายลิม กิมยา ได้แปรพักตร์มาอยู่ฟากเดียวกับรัฐบาล เดิมเคยกลุ่มเดียวนายลี รัตนรัศมี ชาวกัมพูชา หรือชื่อไทยว่า นายสมหวัง บำรุงกิจ ที่คนร้ายซัดทอดว่าเป็นผู้จ้างวาน
ต่อมาไม่ลงรอย นายสมหวัง บำรุงกิจ จึงมาตั้งรกรากทำบริษัทรักษาความปลอดภัยที่ชลบุรี แล้วมารู้จักคนร้าย
ย้อนเวลากลับไปหลังสิ้นเสียงปืนดังบริเวณวงเวียน 13 ห้าง ตำรวจ สน.ชนะสงครามได้รับแจ้ง
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เดินทางถึงที่เกิดเหตุทันที พร้อมประสาน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. รรท.รอง ผบช.น. ให้ส่งทีมร่วมนักสืบเจ้าของพื้นที่ บก.น.1 และ สน.ชนะสงคราม
และ “น.1” ยกหูหาตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว ให้ร่วมตรวจสอบด้วย
ระหว่างนั้น เหล่าบรรดานักสืบส่วนหนึ่งได้รวมตัวที่วอร์รูม สน.ชนะสงคราม โดย “ผบช.น.” บัญชาการ มี “ผู้การจ๋อ” ร่วม และ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โทร.เข้ามาอัพเดตสถานการณ์ตลอดเวลา
หลังจากบรรดานักสืบร่วมกันไล่กล้อง จน พ.ต.ท. ชัยวัฒน์ จงเจริญ สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. พบว่ามือยิงสวมเสื้อวินไป แล้วขี่รถไปจอดทิ้งไว้ในปั๊มก๊าซ ริมถนนเลียบด่วนมอเตอร์เวย์ แขวงและเขตสวนหลวง จากนั้นนั่งรถแท็กซี่หลบหนีต่อ
จนต่อมารู้ตัวคนร้ายว่าเป็นนายเอกลักษณ์ ฉายา “เอ็ม กองเรือ” หรือ “จ่าเอ็ม” เคยเป็นทหารเรือแต่ทำผิดวินัย เลยถูกให้ออกจากราชการ
นักสืบอีกลุ่มหนึ่งไปตามจับตัวที่กบดานย่านคลองเตย แต่เฉียดฉิวโดนตัดหน้าโดยวัยรุ่น 2 คนขับรถกระบะมารับ “จ่าเอ็ม” ไปส่งที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน จังหวัดสระแก้ว
ปรากฏว่าผู้การจ๋อ ส่ง “สารวัตรแจ๊ะ” พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. ประกบตามไปติดๆ
แต่พลาดกันเส้นยาแดงผ่าแปด
ทันทีที่วอร์รูม สน.ชนะสงคราม ได้รับรายงาน “น.1” สั่งล่าต่อ หันไปถาม “ผู้การจ๋อ” ว่า ชุดไหนไล่อยู่ ได้รับคำตอบว่า “ชุดสารวัตรแจ๊ะ”
ตอนนั้น พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ บึ่งรถตู้มุ่งหน้าไปชายแดนภาคตะวันออก
ระหว่างนั้น “น.1” กับ “ผู้การจ๋อ” โทร.ปลุก “บิ๊กแรก” พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 กลางดึกให้ส่งกำลังไปช่วย “สารวัตรแจ๊ะ” ที่ชายแดน
ปรากฏว่า ผบช.ภ.2 ส่ง พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว นำกำลังชุด กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และ สภ.คลองหาด มาช่วยสมทบปูพรมไล่ล่า “จ่าเอ็ม” ริมตะเข็บ
แต่คลาดกันแค่ปลายก้อยอีกแล้ว จ่าเอ็มสามารถหลบหนีออกไปทางช่องทางธรรมชาติได้
นักสืบผู้มีวิญญาณหมาล่าเนื้ออย่าง “สารวัตรแจ๊ะ” ไม่ยอมให้คนร้ายลอยนวล ถือคติประจำใจ ถ้าคนร้ายหนีลงไปนรกก็จะตามไปล่า
สารวัตรแจ๊ะได้ร่วมนักสืบมือดีวัยดึกภาค 2 ที่ถือเป็น “คู่หูแบดบอย” รู้ใจกันดี
เหมือนเคยทำงานกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้วได้ออกตามล่า “จ่าเอ็ม” ด้วยกัน หลังขออนุญาตตามขั้นตอนทางการในการล่าคนร้ายข้ามประเทศ
ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับผู้กำกับสำเภารูน แห่งเมืองพระตะบอง ช่วยประสานงานให้
ทั้ง “สารวัตรแจ๊ะ” และคู่หู รู้ดีว่าอันตราย เพราะแม้แต่อาวุธปืนประจำกายก็ไม่สามารถนำติดตัวข้ามมาได้
ต่อมาได้รับเบาะแสว่า จ่าเอ็มให้เพื่อนมาเบิกโพยก๊วนที่ริมชายแดน 4,000 บาท แล้วไปแลกเป็นเงินกัมพูชาให้จ่าเอ็ม ซึ่งกบดานอยู่ที่โรงแรม
แต่ปรากฏว่าโชคร้าย มีอันต้องคลาดเคลื่อนกันอีก
คนร้ายเช็กเอาต์ออกไปแล้ว มีรถรับ ‘จ่าเอ็ม’ ไปที่พนมเปญ
ไม่เกินความสามารถตำรวจนักสืบเมืองไทย ประสานข้อมูลจนทราบว่าป้ายทะเบียนรถที่ “จ่าเอ็ม” นั่ง
แต่งานเริ่มยากขึ้น ถ้าพาหนะที่ “จ่าเอ็ม” พ้นเขตพื้นที่พระตะบอง
ระหว่างนั้น “ผู้การจ๋อ” ที่อยู่กับ พล.ต.ท.สยาม โดยมี “บิ๊กต่าย” ค้างสาย ที่วอร์รูมเมืองไทย ก็ปิ๊งไอเดีย แก้ปัญหาให้ได้โดยฉับพลัน
ประสานงานให้ส่งสัญญาณไปที่โชเฟอร์ โดยให้แกล้งทำทีเป็นรถเสีย แล้วให้เลี้ยววกกลับมาพระตะบอง ระหว่างทางให้แวะกินข้าว
ในที่สุดก็ทันกัน รวบได้ขณะนั่งกินข้าวในตำบลปเรยสวย อ.โมงรึไทร จ.พระตะบอง
จึงคุมตัวมาสอบสวนที่กองบัญชาการความมั่นคงภายใน จังหวัดพนมเปญ อีก 2 วันถัดมาส่งตัวกลับมาที่ไทย
ต่อมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบ ผบ.ตร. ประสานกัมพูชา ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โดยทางการกัมพูชา นำโดย พล.ต.อ.ซอ เทศ ผบ.ตร.กัมพูชา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา ได้นำตัว “จ่าเอ็ม” มาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขาดิน-พนมได ชายแดนไทยกัมพูชา ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากความร่วมมือร่วมใจการทำงาน มีนักสืบนับร้อยชีวิต รวมทั้งบิ๊กต่าย, น.1, ผู้การจ๋อ และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ร่วมมอนิเตอร์ คอยแบ๊กอัพข้อมูล และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้คนทำงานในสนามได้ทำงานอย่างราบรื่น และมีขวัญกำลังใจ
ถือเป็นความมหัศจรรย์ที่จับ “มือปืน” ได้อย่างรวดเร็ว
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบื้องหลัง ‘แจ๊ะ 007’ ตะลุยกัมพูชา สวมวิญญาณหมาล่าเนื้อ ร่วมจับ ‘จ่าเอ็ม’ มือสังหาร ‘ลิม กิมยา’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com