โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ่อแม่ใจหาย! ลูกน้อยป่วยแอดมิท เกือบต้องตัดนิ้ว เพราะพยาบาลสะเพร่า

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 03 ก.พ. 2568 เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 05.07 น. • Bright Today

อุทาหรณ์! พ่อแม่ใจแทบขาด ลูกน้อยป่วย ผื่นขึ้น-เม็ดเลือดขาวสูง นอนแอดมิทให้น้ำเกลือ เจอพยาบาลสะเพร่า เกือบต้องตัดนิ้วมือทิ้ง

กลายเป็นเรื่องเหตุการณ์ระทึกเตือนใจเหล่าคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อย เมื่อทางเพจ Facebook อีซ้อขยี้ข่าว : อีซ้อ ไม่มีการโพสต์เรื่องราวของน้องเอลล่า ที่ไม่สบายไข้ขึ้นสูงถึง 39.5 องศา มีผื่นขึ้นทั่วลำตัวจำนวนมากและพบว่าเม็ดเลือดขาวสูงเกิน 12,000+ จึงจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยให้น้ำเกลือและยาฆ่าเชื้อ อย่างไรก็ตามขณะทำการรักษากลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น

เด็ก (2)

เนื่องจากป่วยหนักจึงจำเป็นต้องให้เจาะให้น้ำเกลือ และบริเวณที่เจาะสายน้ำเกลือถูก ติดเทปกาวรัดแน่นและสวมถุงมือครอบปิดไว้ ทำให้ไม่สามารถสังเกตอาการที่มือได้ ต่อมาน้ำเกลือเกิดมีการรั่วไหลออกจากเส้นเลือด แต่เครื่องให้น้ำเกลือกลับไม่มีสัญญาณแจ้งเตือน

แม้พยาบาลแจ้งว่าจะเข้ามาตรวจดูทุก 2 ชั่วโมง แต่เมื่อถึงเวลาดังกล่าวกลับไม่มีการเข้ามาตรวจเช็ก จนกระทั่งคุณพ่อสังเกตเห็นว่า แขนน้องบวมตึงผิดปกติ และน้องร้องไห้ไม่หยุด จึงเรียกพยาบาลถึง 3 ครั้ง แต่กลับไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีเนื่องจากพยาบาลติดเคสอื่น

เมื่อพ่อของน้องเอลล่าตัดสินใจขอให้ ผู้ช่วยพยาบาลช่วยถอดสายน้ำเกลือออกก่อน กระบวนการถอดเป็นไปอย่างยากลำบาก จนเมื่อถอดถุงมือออกพบว่า ปลายนิ้วของน้องเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ เนื่องจากเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงมือได้ ผู้ช่วยพยาบาลแนะนำให้ ประคบเย็น แต่คุณแม่ของน้องไม่เห็นด้วย และรีบวิ่งไปหาผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบให้ลูกแทน ซึ่งทำต่อเนื่องกว่า 4 ชั่วโมง จนถึง 04:30 น. อาการของน้องเริ่มดีขึ้น นิ้วมือเริ่มกลับมามีสีปกติและสามารถกระดิกได้

ต่อมา แพทย์ศัลยกรรม ได้เข้าตรวจอาการและให้คำแนะนำในการประคบเย็นเพื่อลดการซึมของน้ำเกลือที่คั่งอยู่ใต้ผิวหนัง แม้ว่าอาการจะดีขึ้น แต่มือและแขนของน้องยังคงมีอาการบวม ทางผู้ปกครองได้ฝากเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านว่า เมื่อลูกต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ควรดูแลและสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด รวมถึงต้องมีความรู้ในการปฐมพยาบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...