โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออกน้ำเชื่อม 3 หมื่นล้านสะเทือน เร่ง มกอช.ส่ง “ใบขน” ขอจีนผ่อนผันนำเข้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 00.18 น.

สมาคมอุตสาหกรรมน้ำตาลแปรรูปไทยวิ่งประสาน มกอช.ให้เร่งส่ง “ใบขนสินค้า-เอกสาร” ที่ออกก่อนวันที่ 10 ธ.ค. 67 เพื่อส่ง GACC จีนขอผ่อนผันให้เรือขนน้ำเชื่อมไทย 65 ตู้คอนเทนเนอร์เข้าเทียบท่า “หนานชา-หนิงโป-ชิงเต่า” เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ส่วนระยะยาวต้องรอ อย.ตรวจรับรองโรงงานส่งจีนพิจารณา คาดใช้เวลาอีก 2-3 เดือนถึงรู้ผล หลังจีนขายน้ำตาลทรายในประเทศหมดจึงจะเปิดให้มีการนำเข้าได้ตามปกติ

ผ่านมาได้ 1 เดือนแล้วจากกรณีกรมความปลอดภัยอาหารนำเข้า-ส่งออกจีน (GACC) มีคำสั่งให้ “ระงับ” การนำเข้าสินค้าน้ำเชื่อม (Syrup) พิกัด 1702901100 กับสินค้าน้ำตาลผสมล่วงหน้า (Premixed Powder) พิกัด 1702901200 ที่ส่งออกจาก 74 โรงงานผู้ผลิตส่งออกไทย

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2567 จากข้อกล่าวหา น้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมมีความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยของอาหาร หลังจากมีการร้องเรียนเข้ามายัง GACC ว่าโรงงานผู้ผลิตน้ำเชื่อมไทยบางส่วนมีสุขอนามัยไม่ได้เกณฑ์มาตรฐานของจีน

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การระงับการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมจากไทยอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้ และเมื่อย้อนไปดูสถิติการส่งออกในปี 2566 ปรากฏประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลแปรรูปเป็นอันดับ 1 ไปตลาดจีน โดยมีมูลค่าการส่งออกถึง 853.65 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 86.88% ของการนำเข้าน้ำตาลแปรรูปทั้งหมดของจีน

โดยการส่งออกของไทยได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ที่ “ยกเว้น” ภาษีนำเข้า 0% เมื่อมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำตาลแปรรูปไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดจีน

“การระงับการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมล่วงหน้าของจีนในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อสินค้าในกลุ่มนี้แน่ แต่สินค้าน้ำตาลแปรรูปในกลุ่มอื่น ๆ (พิกัดอื่น ๆ) ยังสามารถส่งออกไปตลาดจีนได้ตามปกติ สภาหอการค้าฯ อยากให้หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาและประสานกับทางการจีนไปพร้อม ๆ กับการปรับปรุงความปลอดภัยตามเกณฑ์และมาตรฐานของทางการจีน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้การส่งออกกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว” นายสนั่นกล่าว

ด้านนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวว่า กรมการค้าต่างประเทศได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา จากการประชุมมีข้อสรุปว่า จีนต้องการให้ไทยมีการตรวจประเมินโรงงานที่ส่งออกน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมไปจีน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคจีน โดยก่อนหน้านี้จีนได้แจ้งเตือนไทยมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567

“สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะรับเรื่องเพื่อเข้าไปตรวจสอบบริษัทผู้ผลิต/ส่งออกทั้ง 74 บริษัท เนื่องจากเป็นความปลอดภัยของอาหาร ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบอยู่ คาดว่าจะสามารถส่งข้อมูลการตรวจสอบทั้งหมดไปให้กับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานกับจีน (GACC) ในสัปดาห์หน้า ทั้งในส่วนของการตรวจสอบโรงงานผู้ผลิตและมาตรฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ” นางอารดากล่าว

ทั้งนี้ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการหารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยให้ช่วยเจรจากับ GACC เพื่อผ่อนปรนให้มีการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมจากไทย และขอให้จีนใช้มาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่ยอมรับทั่วโลกในการส่งออก-นำเข้าสินค้า “น้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ จึงไม่มีการกำหนดมาตรฐานเรื่องการตรวจสอบมาก่อน

ดังนั้น เมื่อจีนมีกฎกติกาใหม่จึงมีช่องว่างทางกฎหมายว่า หน่วยงานใดที่จะรับตรวจสอบคุณภาพสินค้า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่” นายพิชัยกล่าว

ขณะที่นายทศพร เรืองพัฒนานนท์ นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาลแปรรูปไทยกล่าวว่า สมาคมกำลังเร่งประสานกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ในการรวบรวมใบขนสินค้าที่ออกโดยกรมศุลกากรก่อนวันที่ 10 ธันวาคม 2567 เพื่อให้ มกอช.จะให้กับ GACC ขอผ่อนผันให้มีการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมที่ส่งออกจาก 74 บริษัทผู้ส่งออกไทยเป็นการชั่วคราว “เป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเป็นการเฉพาะหน้า”

ส่วนในระยะยาวจะต้องรอให้หน่วยงานไทยดำเนินการตรวจสอบและรับรองโรงงานผู้ผลิตไทย ว่ามีการผลิตสินค้าและสุขอนามัยเป็นไปตามาตรฐานและกฎระเบียบของไทย ซึ่งในส่วนนี้จะต้องใช้เวลาเพื่อให้ทาง GACC ยอมรับในการตรวจรับรองของหน่วยงานไทยต่อไป

“สินค้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมที่จะส่งออกจากไทยก่อนวันที่ 10 ธ.ค. ทางสมาคมคาดการณ์ว่าจะมีประมาณ 65 ตู้คอนเทนเนอร์ที่ตอนนี้อยู่ในเรือขนส่งสินค้าที่ออกเดินทางไปจีนแล้ว โดยสินค้าทั้งหมดประมาณการจะมีมูลค่าระหว่าง 400-500 ล้านบาท มีกำหนดการจะขึ้นที่ท่าเรือ 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือหนานชา-หนิงโป-ชิงเต่า

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถขนส่งสินค้าเข้าท่าเรือได้ เพราะเราต้องรอการผ่อนผันของ GACC ซึ่งทาง GACC จะพิจารณาผ่อนผันให้ก็ต่อเมื่อทาง มกอช.รวบรวมเอกสาร-ใบขนส่งไปให้สมาชิกสมาคมก็กำลังรออยู่ เพราะยิ่งนานวันเข้าเรือเข้าเทียบท่าเพื่อรอการตรวจปล่อยไม่ได้ เราก็จะยิ่งประสบความเสียหาย” นายทศพรกล่าว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวจากวงการค้าน้ำตาลเข้ามาว่า การที่ GACC ระงับการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมจากไทยเป็นการชั่วคราวนั้น เชื่อว่าได้รับแรงกดดันจากอุตสาหกรรมน้ำตาลและอ้อยภายในประเทศ เนื่องจากราคาน้ำตาลภายในประเทศตกต่ำลงจากปริมาณการนำเข้าน้ำตาลและสิ่งทดแทน (น้ำเชื่อม/น้ำตาลผสม) จากต่างประเทศ มีผลทำให้น้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมที่ส่งออกจากไทยถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากเป็นประเทศผู้ส่งออกที่มีการส่งออกน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมเป็นอันดับ 1 ภายใต้ข้อตกลง ACFTA “เชื่อว่าหลังจากหมดฤดูหีบอ้อยของจีนและน้ำตาลภายในประเทศถูกจำหน่ายไปจนหมดแล้ว จีนก็จะเปิดให้มีการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตามกระบวนการอาจจะต้องใช้เวลาอยู่ระหว่าง 2-3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) นับจากนี้เป็นผลทำให้กระบวนการผลิตของโรงงานน้ำเชื่อมไทยหยุดชะงักลง การซื้อน้ำตาลทรายเพื่อที่จะนำมาทำเป็นน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมก็จะหยุดลงด้วย”

สำหรับการส่งออกน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสม 2 พิกัดจากไทยไปจีน ได้แก่ พิกัด 17029091000 กับพิกัด 17029019000 ล่าสุดระหว่างเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2567 มีปริมาณส่งออกน้ำเชื่อม 1,126,648.34 ตัน คิดเป็นมูลค่า 17,726.84 ล้านบาท ส่วนพิกัด 17029019000 (อื่น ๆ) มีปริมารส่งออก 681,399.47 ตัน คิดเป็นมูลค่า 11,550.57 ล้านบาท รวม 2 พิกัดคิดเป็นมูลค่า 29,277.41 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่งออกน้ำเชื่อม 3 หมื่นล้านสะเทือน เร่ง มกอช.ส่ง “ใบขน” ขอจีนผ่อนผันนำเข้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...