ส่งออกน้ำเชื่อม 3 หมื่นล้านสะเทือน เร่ง มกอช.ส่ง “ใบขน” ขอจีนผ่อนผันนำเข้า
สมาคมอุตสาหกรรมน้ำตาลแปรรูปไทยวิ่งประสาน มกอช.ให้เร่งส่ง “ใบขนสินค้า-เอกสาร” ที่ออกก่อนวันที่ 10 ธ.ค. 67 เพื่อส่ง GACC จีนขอผ่อนผันให้เรือขนน้ำเชื่อมไทย 65 ตู้คอนเทนเนอร์เข้าเทียบท่า “หนานชา-หนิงโป-ชิงเต่า” เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ส่วนระยะยาวต้องรอ อย.ตรวจรับรองโรงงานส่งจีนพิจารณา คาดใช้เวลาอีก 2-3 เดือนถึงรู้ผล หลังจีนขายน้ำตาลทรายในประเทศหมดจึงจะเปิดให้มีการนำเข้าได้ตามปกติ
ผ่านมาได้ 1 เดือนแล้วจากกรณีกรมความปลอดภัยอาหารนำเข้า-ส่งออกจีน (GACC) มีคำสั่งให้ “ระงับ” การนำเข้าสินค้าน้ำเชื่อม (Syrup) พิกัด 1702901100 กับสินค้าน้ำตาลผสมล่วงหน้า (Premixed Powder) พิกัด 1702901200 ที่ส่งออกจาก 74 โรงงานผู้ผลิตส่งออกไทย
โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2567 จากข้อกล่าวหา น้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมมีความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยของอาหาร หลังจากมีการร้องเรียนเข้ามายัง GACC ว่าโรงงานผู้ผลิตน้ำเชื่อมไทยบางส่วนมีสุขอนามัยไม่ได้เกณฑ์มาตรฐานของจีน
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การระงับการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมจากไทยอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้ และเมื่อย้อนไปดูสถิติการส่งออกในปี 2566 ปรากฏประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลแปรรูปเป็นอันดับ 1 ไปตลาดจีน โดยมีมูลค่าการส่งออกถึง 853.65 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 86.88% ของการนำเข้าน้ำตาลแปรรูปทั้งหมดของจีน
โดยการส่งออกของไทยได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ที่ “ยกเว้น” ภาษีนำเข้า 0% เมื่อมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำตาลแปรรูปไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดจีน
“การระงับการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมล่วงหน้าของจีนในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อสินค้าในกลุ่มนี้แน่ แต่สินค้าน้ำตาลแปรรูปในกลุ่มอื่น ๆ (พิกัดอื่น ๆ) ยังสามารถส่งออกไปตลาดจีนได้ตามปกติ สภาหอการค้าฯ อยากให้หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาและประสานกับทางการจีนไปพร้อม ๆ กับการปรับปรุงความปลอดภัยตามเกณฑ์และมาตรฐานของทางการจีน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้การส่งออกกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว” นายสนั่นกล่าว
ด้านนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวว่า กรมการค้าต่างประเทศได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา จากการประชุมมีข้อสรุปว่า จีนต้องการให้ไทยมีการตรวจประเมินโรงงานที่ส่งออกน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมไปจีน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคจีน โดยก่อนหน้านี้จีนได้แจ้งเตือนไทยมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567
“สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะรับเรื่องเพื่อเข้าไปตรวจสอบบริษัทผู้ผลิต/ส่งออกทั้ง 74 บริษัท เนื่องจากเป็นความปลอดภัยของอาหาร ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบอยู่ คาดว่าจะสามารถส่งข้อมูลการตรวจสอบทั้งหมดไปให้กับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานกับจีน (GACC) ในสัปดาห์หน้า ทั้งในส่วนของการตรวจสอบโรงงานผู้ผลิตและมาตรฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ” นางอารดากล่าว
ทั้งนี้ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการหารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยให้ช่วยเจรจากับ GACC เพื่อผ่อนปรนให้มีการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมจากไทย และขอให้จีนใช้มาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่ยอมรับทั่วโลกในการส่งออก-นำเข้าสินค้า “น้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ จึงไม่มีการกำหนดมาตรฐานเรื่องการตรวจสอบมาก่อน
ดังนั้น เมื่อจีนมีกฎกติกาใหม่จึงมีช่องว่างทางกฎหมายว่า หน่วยงานใดที่จะรับตรวจสอบคุณภาพสินค้า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่” นายพิชัยกล่าว
ขณะที่นายทศพร เรืองพัฒนานนท์ นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาลแปรรูปไทยกล่าวว่า สมาคมกำลังเร่งประสานกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ในการรวบรวมใบขนสินค้าที่ออกโดยกรมศุลกากรก่อนวันที่ 10 ธันวาคม 2567 เพื่อให้ มกอช.จะให้กับ GACC ขอผ่อนผันให้มีการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมที่ส่งออกจาก 74 บริษัทผู้ส่งออกไทยเป็นการชั่วคราว “เป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเป็นการเฉพาะหน้า”
ส่วนในระยะยาวจะต้องรอให้หน่วยงานไทยดำเนินการตรวจสอบและรับรองโรงงานผู้ผลิตไทย ว่ามีการผลิตสินค้าและสุขอนามัยเป็นไปตามาตรฐานและกฎระเบียบของไทย ซึ่งในส่วนนี้จะต้องใช้เวลาเพื่อให้ทาง GACC ยอมรับในการตรวจรับรองของหน่วยงานไทยต่อไป
“สินค้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมที่จะส่งออกจากไทยก่อนวันที่ 10 ธ.ค. ทางสมาคมคาดการณ์ว่าจะมีประมาณ 65 ตู้คอนเทนเนอร์ที่ตอนนี้อยู่ในเรือขนส่งสินค้าที่ออกเดินทางไปจีนแล้ว โดยสินค้าทั้งหมดประมาณการจะมีมูลค่าระหว่าง 400-500 ล้านบาท มีกำหนดการจะขึ้นที่ท่าเรือ 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือหนานชา-หนิงโป-ชิงเต่า
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถขนส่งสินค้าเข้าท่าเรือได้ เพราะเราต้องรอการผ่อนผันของ GACC ซึ่งทาง GACC จะพิจารณาผ่อนผันให้ก็ต่อเมื่อทาง มกอช.รวบรวมเอกสาร-ใบขนส่งไปให้สมาชิกสมาคมก็กำลังรออยู่ เพราะยิ่งนานวันเข้าเรือเข้าเทียบท่าเพื่อรอการตรวจปล่อยไม่ได้ เราก็จะยิ่งประสบความเสียหาย” นายทศพรกล่าว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวจากวงการค้าน้ำตาลเข้ามาว่า การที่ GACC ระงับการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมจากไทยเป็นการชั่วคราวนั้น เชื่อว่าได้รับแรงกดดันจากอุตสาหกรรมน้ำตาลและอ้อยภายในประเทศ เนื่องจากราคาน้ำตาลภายในประเทศตกต่ำลงจากปริมาณการนำเข้าน้ำตาลและสิ่งทดแทน (น้ำเชื่อม/น้ำตาลผสม) จากต่างประเทศ มีผลทำให้น้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมที่ส่งออกจากไทยถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
เนื่องจากเป็นประเทศผู้ส่งออกที่มีการส่งออกน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมเป็นอันดับ 1 ภายใต้ข้อตกลง ACFTA “เชื่อว่าหลังจากหมดฤดูหีบอ้อยของจีนและน้ำตาลภายในประเทศถูกจำหน่ายไปจนหมดแล้ว จีนก็จะเปิดให้มีการนำเข้าน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตามกระบวนการอาจจะต้องใช้เวลาอยู่ระหว่าง 2-3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) นับจากนี้เป็นผลทำให้กระบวนการผลิตของโรงงานน้ำเชื่อมไทยหยุดชะงักลง การซื้อน้ำตาลทรายเพื่อที่จะนำมาทำเป็นน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสมก็จะหยุดลงด้วย”
สำหรับการส่งออกน้ำเชื่อม/น้ำตาลผสม 2 พิกัดจากไทยไปจีน ได้แก่ พิกัด 17029091000 กับพิกัด 17029019000 ล่าสุดระหว่างเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2567 มีปริมาณส่งออกน้ำเชื่อม 1,126,648.34 ตัน คิดเป็นมูลค่า 17,726.84 ล้านบาท ส่วนพิกัด 17029019000 (อื่น ๆ) มีปริมารส่งออก 681,399.47 ตัน คิดเป็นมูลค่า 11,550.57 ล้านบาท รวม 2 พิกัดคิดเป็นมูลค่า 29,277.41 ล้านบาท
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่งออกน้ำเชื่อม 3 หมื่นล้านสะเทือน เร่ง มกอช.ส่ง “ใบขน” ขอจีนผ่อนผันนำเข้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net