โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อินไซต์ ‘ศรีจันทร์’ เศรษฐกิจแย่ แต่คนยังซื้อสกินแคร์ฉ่ำ เฉลี่ยเติบโตเฉพาะครีมบำรุงผิวสูงสุด 44%

TODAY Bizview

อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2567 เวลา 06.54 น. • workpointTODAY

ถ้าเป็นสมัยก่อนคนคงนึกถึง ‘ลิปสติก’ ที่มีอัตราเติบโตตลอดแม้ว่าเศรษฐกิจแย่หรือซบเซา แต่พอเป็นยุคนี้สำหรับ ‘รวิศ หาญอุตสาหะ’ ซีอีโอบริษัท ศรีจันทร์สหโอสถเขามองว่า ‘สกินแคร์’ กลายเป็นกลุ่มที่ใช้ชี้วัดได้เพราะคนยังต้องบำรุงผิว แม้ว่าการเงินไม่คล่อง หรือเศรษฐกิจไม่สดใส

ในวันเดียวกันกับที่ศรีจันทร์เปิดตัว ‘แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล’ศิลปินเกาหลีสัญชาติไทย เป็นพรีเซนเตอร์ SRICHAND IN-SKIN ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ เขาได้เปิดเผยอินไซต์เกี่ยวกับ ‘ตลาดสินค้าบิวตี้’ ในประเทศไทยที่มีมูลค่าใหญ่มากแตะ 340,000 ล้านบาท

เฉพาะสกินแคร์ตลาดนี้มีมูลค่าประมาณครึ่งหนึ่งของอุตสาหกรรมบิวตี้ ราวๆ 170,000 ล้านบาท และยังทำท่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

[ สกินแคร์มาแรง เป็นสินค้าที่คนไทยซื้อซ้ำ]

‘รวิศ’ กล่าวสรุปว่าตอนนี้ไลน์ผลิตภัณฑ์ของศรีจันทร์มีทั้งหมด 3 กลุ่มด้วยกัน ก็คือ

  • สินค้าที่เป็นเบสเมคอัพ
  • ประเภทครีมกันแดด
  • ประเภทมอยส์เจอร์ไรเซอร์

โดยสินค้าประเภท ‘สกินแคร์’ เป็นกลุ่มที่อัตราเติบโตน่าสนใจที่สุด โดยโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2020 แต่ถ้าไม่นับรวมช่วงที่เกิดการระบาดโควิด-19 พอร์ตสกินแคร์ของศรีจันทร์เฉลี่ยการเติบโตจะอยู่ที่ราวๆ 20%

“ในปีนี้กระแสผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามในตลาดไทยมาแรง โดยเฉพาะพวกสกินแคร์ที่มีสัดส่วนโตมากที่สุดถึง 44% ทิศทางของธุรกิจหลังจากนี้จึงตั้งใจจะมุ่งขยายธุรกิจจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เมคอัพไปยังสกินแคร์อย่างต่อเนื่อง นอกจากจากสิ่งที่มีอยู่แล้วพอร์ต”

“สกินแคร์จัดเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการซื้อซ้ำบ่อยมากที่สุดจากข้อมูลที่พบ ซึ่งพฤติกรรมคนซื้อสกินแคร์จะเปลี่ยนใจยาก เมื่อรักแล้วก็รักเลย แต่ก็เป็นโปรดักส์ที่ใช้เวลาเพื่อทำให้ติดตลาดนานเช่นกัน”

นอกจากนี้ ยังพูดถึงเหตุผลที่ทำให้เลือก แบมแบม-กันต์พิมุกต์ เป็นพรีเซนเตอร์ว่า ศรีจันทร์เห็นถึงแพชชั่นของแบมแบม ที่พยายามทำตามความฝัน จนประสบความสำเร็จ และกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงระดับโลก DAN ตรงนี้เหมือนกับที่ศรีจันทร์เป็น ก็คือเป็นแบรนด์ที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าให้ดีที่สุด เป็นแบรนด์ไทยที่ไม่เคยถอยทั้งๆ ที่ตลาดการแข่งขันก็รุนแรงขึ้นทุกวัน

“ผมคิดว่า แบมแบมน่าจะเข้ามาช่วยให้ศรีจันทร์มีภาพลักษณ์ที่เป็นความเป็นสากลมากขึ้น สร้างการรับรู้ในฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้ดี”

ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายอันดับ 1 ของศรีจันทร์ที่ผ่านมา คือสินค้าในตลาดกลุ่ม Moisture Categories ก็คือ ‘SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream’ เป็นตัวสินค้าที่มีมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 และเติบโตมากถึง 123% เทียบกับตลาดสกินแคร์โดยรวมที่ก็เติบโตดีอยู่แล้ว

[ ผู้ซื้อคิดเยอะขึ้น ใช้เวลาตัดสินใจนานก่อนซื้อสินค้า ]

อินไซต์ที่ศรีจันทร์กางออกมา สิ่งหนึ่งที่ รวิศได้แชร์ก็คือ การใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้นกว่าจะซื้อสินค้าสักชิ้นหนึ่ง เพราะผู้บริโภคมองเรื่องของ ‘ความคุ้มค่า’ เป็นที่ตั้ง สถานการณ์ตอนนี้อาจจะไม่เลวร้ายถึงขั้นรัดเข็มขัดไม่ซื้อสกินแคร์หรือสินค้าเพื่อความสวยความงาม แต่ก็เลือกเยอะขึ้น ศึกษามากขึ้น และคิดหนักขึ้น

หลายปัจจัยทั้งเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้น, การขนส่งที่มีปัจจัยภายนอกที่ไม่แน่นอนเยอะขึ้น และคู่แข่งในตลาดที่แต่ละเจ้าก็แข็งแกร่งและมีจุดเด่นแตกต่างกัน ปี 2568 สำหรับศรีจันทร์จึงมองว่า น่าจะโหดขึ้นแน่นอน และบริษัทต้องลงทุนกับ data มากขึ้น เก็บอินไซต์ลูกค้าและทำความเข้าใจ ทำความรู้จัก เพื่อให้สินค้าตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

ขณะที่คาดการณ์ไว้ว่า รายได้ปีนี้ของศรีจันทร์น่าจะแตะ 1,500 ล้านบาท เติบโต 50% เหมิอนปีก่อนๆ ช่วง 2-3 ปีย้อนหลัง เพียงแต่ ‘มาร์จิ้น’ ธุรกิจก็อาจจะเหลือไม่เยอะตามยอดขายที่เข้ามา เพราะมีเรื่องของต้นทุนอื่นๆ ตามหลัง

ส่วนปีหน้าสิ่งที่ศรีจันทร์จะมุ่งหน้าศึกษาอย่างจริงจังและโฟกัสมากขึ้น ก็คือ กลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ เขามองว่าเทรนด์นี้อาจจะอยู่กับเรามาสักพักแล้วแต่มันไม่ไปไหน มีแต่จะเพิ่มความสำคัญขึ้น

ดังนั้น 3 สิ่งที่จะเห็นแน่ๆ ในปี 2568 ก็คือ แคมเปญการตลาดที่มีความสากลมากขึ้น, การศึกษาผลิตภัณฑ์เรื่องสุขภาพ และการโฟกัสตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพราะตอนนี้มีแค่ไม่กี่ประเทศที่ศรีจันทร์ทดลองตลาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...