เปิดลิสต์! 10 หุ้น ปันผลตัวท็อป
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 09.31 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 02.31 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น -บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเผชิญสภาวะ "แดงเดือด" จากความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันขาดแคลน (Supply Shortage) ที่ยกระดับความรุนแรงขึ้น หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่30 ผสานกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2022
สถานการณ์ความตึงเครียดได้ขยายวงกว้างขึ้นเมื่อกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมสงคราม โดยได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา พร้อมขู่ว่าจะปิดช่องแคบ Bab al-Mandab ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ราว 5% ของอุปทานโลก) หากมีการใช้ทะเลแดงเป็นฐานโจมตีอิหร่าน ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งทหารภาคพื้นดินสูงสุด 10,000 นายไปยังตะวันออกกลาง แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเลื่อนเส้นตายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นวันที่ 6 เม.ย. นี้ก็ตาม
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากฝั่งรัสเซียที่การส่งออกน้ำมันหยุดชะงักอย่างน้อย 40% หลังถูกโดรนยูเครนโจมตีและมีการยึดเรือบรรทุกน้ำมัน ส่งผลให้รัสเซียเตรียมงดส่งออกน้ำมัน 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. นี้เป็นต้นไป เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดันให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นราว 3.2% ยืนเหนือ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นโลกผันผวนหนักและปรับตัวลงแรง (สหรัฐฯ -1.7% ถึง -2.2%, ญี่ปุ่น -4.6%, เกาหลีใต้ -4.0%)
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญหลายแห่งทั่วโลก (เช่น สหรัฐฯ, ยุโรป, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย, อินเดีย) ได้ปรับตัวลดลงแรงจนหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (SMA 200) เข้าสู่สภาวะตลาดหมี (Bear Market) และโซนปรับฐาน (Correction) อย่างเต็มตัว ขณะที่ความกังวลด้านเศรษฐกิจถดถอย (Recession) เริ่มกลับมาหลอกหลอน ล่าสุด Bloomberg ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์โอกาสเกิด Recession ในสหรัฐฯ ในอีก 1 ปีข้างหน้าขึ้นเป็น 30% (จากเดิม 25%) สภาวะดังกล่าวส่งผลให้ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกเพิ่มสัดส่วนการถือครอง "เงินสด" ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.3% (จากระดับ 3.4%) ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่นโยบายการเงินอาจต้องเข้มงวดขึ้นและกำไรของบริษัทจดทะเบียนอาจถูกปรับลดประมาณการลง
สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ฝ่ายวิจัยประเมินโดยเทียบเคียงกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน (ปี 2022-2023) ว่า สงครามไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงด้านความขัดแย้งทางทหาร แต่จะโจมตีผ่านราคาพลังงานและเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งในอดีตเคยฉุดให้การเติบโตของ GDP ไทยชะลอตัวลงจากระดับ 4.4% ลงมาเหลือเพียง 1.5-1.9% รวมถึงกดดันการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออก ในสภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนสูง บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนดังนี้:
เพิ่มสัดส่วนเงินสด: แนะนำให้ถือเงินสดระดับ 30% ขึ้นไป เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตลงทุน
ลงทุนในDR กลุ่มพลังงาน: สินทรัพย์ที่อิงกับน้ำมันถือเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ที่ดีที่สุดในยามสงคราม แนะนำ OIL03 (อ้างอิง ETF น้ำมันดิบ Brent ที่ปรับลงน้อยสุดเพียง -3.0% YTD) และ PETROCN80 (อ้างอิงหุ้น PetroChina ซึ่งได้ประโยชน์จากพลังงานแข็งแกร่งและมีปันผลสม่ำเสมอ)
สะสมหุ้นปันผลสูง (Selective): เน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและจ่ายปันผลสูงเพื่อเป็นเกราะป้องกัน โดยมีหุ้น Top Picks ได้แก่ BBL, PTT, CPF, KTB, GUNKUL, GULF, BGRIM, ICHI, NER และ OR